หลายคนคงคุ้นเคยกับภาพจิตรกรรมฝาผนังอันงดงามอ่อนช้อย ส่วนมากเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติและชาดก ถ้าบอกว่าเราจะชวนไปดู “ฮูปแต้ม” คุณนึกออกไหมว่าคืออะไร
นุ่งจวนตานีสีตอง ยกเป็นตะเกียงทองเฉิดฉาย
พระนุ่งให้เฟื้อยเลื้อยลอยชาย คาดปั้นเหน่งสายลายทองเรือง”
ดาหลัง พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
ลำปางได้ชื่อว่ามีวัดศิลปะพม่ามากที่สุดในประเทศไทย นับเนื่องจากสมัยรัชกาลที่ 5 เมืองลำปางอันอุดมไปด้วยไม้สักจำนวนมหาศาล เป็นที่หมายปองของบริษัทค้าไม้ต่างชาติซึ่งเป็นเจ้าอาณานิคมดินแดนต่างๆรอบๆสยามประเทศอยู่ในขณะนั้น ได้เข้ามาขอสัมปทานค้าไม้จากราชสำนักสยามที่กรุงเทพฯ เข้าทำอุตสาหกรรมไม้ในเขตเมืองลำปาง
สถาปัตยกรรมเปี่ยมเสน่ห์เก๋ล้ำด้วยวัฒนธรรม 2 ทวีป คือคำจำกัดความของสถาปัตยกรรมใจกลางเมืองภูเก็ตอย่างตึกชิโนโปรตุกีส ที่ผสมผสานการตกแต่งของชาวจีนและรูปแบบการสร้างสไตล์ยุโรปไว้ได้อย่างลงตัว แต่เพราะต้องการยกย่องโปรตุเกส ชาวยุโรปชาติแรกที่เข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีกับภูเก็ต จึงเรียกสถาปัตยกรรมนี้ว่า ชิโน-โปรตุกีส
รู้ไหมว่า สุสานหอย เกิดขึ้นมาได้อย่างไร? เคยสังเกตุไหมเวลาเราไปสุสานหอยทางภาคใต้ โดยเฉพาะ จ. สตูล และ กระบี่ เราจะได้พบสุสานหอยล้านปีสุสานพวกนี้เกิดจากอะไร?
ช่วงปลายฝนต้นหนาว ลานหินธรรมชาติหลายแห่งในภาคอีสานจะกลายเป็นทุ่งดอกไม้อันงดงาม และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมาก เช่นที่พลาญหินชาด อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี ภูผาเทิบ จังหวัดมุกดาหาร ฯลฯ มีดอกไม้อย่าง ดุสิตา สร้อยสุวรรณา หญ้าน้ำค้าง กระดุมเงิน…
เคยไหมเวลาไปเที่ยวภาคเหนือ เราจะเห็นสวนสนภูเขา มีทั้งสนสองใบและสนสามใบ รู้ไหมว่าต้นสนเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นนักสร้างผืนป่า จะสร้างอย่างไรต้องไปดู
เหมยขาบ แม่คะนิ้ง น้ำค้างแข็ง ใครเคยได้ยินบ้าง รู้หรือไม่ว่าเหมือนหรือต่างกันหรือไม่ อย่างไร วันนี้ นายรอบรู้ มีเรื่องราวเกี่ยวกับของเย็นๆ ขนิดนี้มาฝาก
การเล่าเรื่องด้วยภาพให้สวยงามจำใจ บางครั้งเราจำเป็นที่จะต้องรอเสี้ยววินาทีสำคัญ นักท่องเที่ยวหลายต่อหลายคน เดินทางออกไปค้นหามุมเด็ดส่วนตัว แล้วเก็บภาพประทับใจนั้นไว้ หลายคนพลาดโอกาสสำคัญเพราะช่วงเวลาไม่เป็นใจ อีกหลายคนพลาดไปเพราะเตรียมตัวไม่ดีพอ
ในยุคสมัยที่เทคโนโลยีไม่เฟื่องฟู คนภูเก็ตสมัยก่อนเดินทางสัญจรทางบกด้วยวิธีลากจูงเช่นใช้ม้าลากเรียก แบ้เชี้ย ใช้คนลากเรียก หล่างเชี้ย แต่เมื่อเวลาเปลี่ยน เครื่องยนต์มาแทนที่แรงงาน เป็นจุดเริ่มต้นของภูมิปัญญาที่ชาวภูเก็ตรู้จักกันดีในชื่อ รถโพถ้อง