
ภาคเหนือ
เมืองไทยมีอะไรให้ออกไปสัมผัสอีกมากมาย มีความหลากหลายของธรรมชาติอย่างน่าเหลือเชื่อ ออกไปสัมผัสกับตา ได้ยินกับหู และรู้สึกกับใจตัวเองสักครัง แล้วคุณจะหลงรักเมืองไทย มากกว่าเดิม
วันนี้ นายรอบรู้นักเดินทาง พาทุกคนขึ้นเหนือไปเยือนเมืองน่านกันอีกสักครั้ง ไปสัมผัสหมู่บ้านน่ารักๆ ที่บ้านบ่อสวก อ. เมือง จ. น่าน ไปเรียนรู้ประวัติศาสตร์เก่าแก่ ไปลองปั้นดิน ไปช้อปผ้าทอ ไปชิมของดี แล้วจะรู้ว่าบ้านบ่อสวกนั้นดี ดี๊ ดี ล่ะคุณ
ในอดีตที่บ้านบ่อสวกแห่งนี้เคยเป็นแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาที่มีความเจริญรุ่งเรือง มีการขุดพบเตาเผาโบราณอายุกว่า 700 ปี หลายเตากระจายอยู่รอบหมู่บ้าน แต่เตาที่มีความสมบูรณ์นั้นอยู่ที่บ้านจ่ามนัส ติคำ อดีตข้าราชการตำรวจที่อุทิศชีวิตดูแลเตาเผา สร้างพิพิธภัณฑ์เฮือนบ้านสวกแสนชื่น เพื่อเก็บเครื่องถ้วยโบราณ ของใช้ เครื่องตกแต่งต่างๆ ที่นับวันจะยิ่งหาดูได้ยาก
เครื่องปั้นดินเผาบ่อสวกนั้นมีลายที่เป็นเอกลักษณ์ ชาวบ้านเรียกกันว่า ลายบ่อสวก หรือลายอินธนู เป็นลาดลายบนปากไหของเครื่องปั้นดินเผาโบราณ ที่พบในบริเวณบ้านบ่อสวกนี้เท่านัั้น ใครมาถึงพิพิธภัณฑ์เฮือนบ้านสวกแสนชื่นอย่าลืมขึ้นมาชมเครื่องปั้นดินเผาลายบ่อสวกชิ้นดั้งเดิม ที่ยังเห็นลายปั้นได้อย่างชัดเจนแม้จะผ่านกาลเวลามากว่า 700 ปี แล้วก็ตาม
จากประวัติศาสตร์อันรุ่งเรื่องของชุมชนเครื่องปั้นดินเผาโบราณ ทำให้ชาวบ่อสวกรื้อฟื้นฝีมือการปั้นดินที่สูญหายกลับขึ้นมาอีกครั้ง
ที่กลุ่มเครื่องปั้นดินเผาบ่อสวก มีกิจกรรมน่าสนุกอย่างการลงมือปั้นดินให้เป็นถ้วยชาม ตามแต่ละคนจะออกแบบ โดยเริ่มจากการนำดินใส่แป้นหมุน ขึ้นรูปเป็นถ้วยชามรูปทรงต่างๆ ตามความชอบ ขั้นตอนนี้จะต้องใช้สมาธิเป็นพิเศษ เพราะหากมือไม่นิ่งพอดินที่ปั้นก็จะเบี้ยวบูดไม่ได้รูปได้
ปั้นถ้วยเสร็จแล้ว ทางกลุ่มจะรับอาสานำไปอบในเตา เมื่อเสร็จสิ้นก็จะส่งพัสดุกลับไปให้เชยชมถึงบ้าน ใครจะเอาไปตั้งโชว์ก็ดีงาม จะเอาไปใช้งานก็เก๋ไม่น้อยนะคุณ
เมืองน่านนั้นมีชื่อเสียงเรื่องผ้าทอ สำหรับคนที่หลงใหลในลายผ้าคงจะเคยได้ยินชื่อเสียงของผ้าทอลายน้ำไหลเมืองน่านมาบ้างแล้ว ด้วยความอ่อนช้อยของงานปัก สีสันแสนคุมโทนบนผืนผ้า ทำให้ผ้าทอน่านโด่งดังไปไกล ใครๆ ก็รู้จัก
ที่บ้านซาวหลวง ต่อยอดภูมิปัญญาการทอผ้า ผสมผสานกับลายบ่อสวกที่พบในเครื่องปั้นดินเผา จนกลายเป็นผ้าทอลายบ่อสวกโบราณผสมลายน้ำไหล ที่คนชอบนุ่งผ้าซิ่นเห็นแล้วหัวใจจะวาย เพราะสวยงาม อ่อนช้อยจนอยากได้มาครอบครองเลยล่ะคุณ
เราเดินทางต่อกันมาที่บ้านต้าม มาฝึกฝีมืองานจักสานกันสักหน่อย โดยมีแม่อุ๊ยของกลุ่มจักสานคอยเป็นครููสอนงานพวกเรา เริ่มจากการสานไม้ไผ่ง่ายๆ ขยับไปเป็นรูปร่างที่ยากขึ้น เช่น รูปม้า รูปตาแหลว เป็นต้น
งานจักสานนั้นดูเหมือนจะเป็นงานที่ไม่ยาก แต่ต้องใช้ความเข้าใจ และความชำนาญอยู่มาก เพราะพวกเราหลายคนที่ดูแม้อุ๊ยสานตาแหลวง่ายๆ ไม่นานก็ได้มาชมหลายต่อหลายอัน แต่เมื่อลองลงมือทำเองก็ถึงกับกุมขมับอยู่เหมือนกัน…เพราะไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดไว้
งานจักสานที่บ้านต้ามนั้นยังมีข้าวของเครื่องใช้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น กระติ๊บข้าวเหนียว ตะกร้า หวดนิ่งข้าว ข้องใส่ปลา ฯลฯ ใครที่ชอบงานจักสาน ลองแวะมาช้อปของใช้กลับบ้านก็ดีไม่น้อย
จุดสุดท้ายเรียกว่าต้องห้ามพลาด เพราะมื้อเที่ยงที่ร้านเชฟชุมชน ต. บ่อสวกแห่งนี้ ดีจริงๆ เมนูอาหารนั้นเป็นเมนูบ้านๆ เช่น หมูทอด น้ำพริก ผักต้ม ต้มยำ เป็นต้น แต่ว่ารสชาติอาหารนั้นกลมกล่อม อร่อยแบบไม่กังขา เพราะเราหลายคนต้องขอเติมข้าว เติมกับข้าว จนเชฟชุมชนยิ้มมุมปากกับการเจริญอาหารของพวกเรา
อิ่มของคาวก็มีของหวานอย่างผลไม้สดเสียบไม้ หน้าตาคล้ายกับบาร์บีคิว เรียกว่าอิ่มคาว ต่อของหวาน อิ่มจนพุงแทบจะแตกกันไปเลยล่ะครับคุณ
ใครมาน่านรอบนี้ แล้วอยากมาสัมผัสความน่ารัก เรียบง่าย แต่ว่ามีเสน่ห์ อย่าลืมแวะมาที่บ้านบ่อสวก นอกจากจะไม่ไกลจากตัวเมืองน่านแล้ว ยังมีของดี ของอร่อบ ให้ได้ลองมากมายอย่างแน่นอน
ขอขอบคุณ
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
ที่ตั้ง ต.บ่อสวก อ.เมือง จ.น่าน
โทร 08 1028 9051
Guide ใกล้ เหมือนมีไกด์ไว้ใกล้ตัว
Application นี้จะช่วยแนะนำว่า ตำแหน่งรอบตัวเรามีที่เที่ยว ร้านอาหาร ร้านขายของ ที่พัก หรือสถานที่จุดใดน่าแวะไปสัมผัส ชิม ช็อป แชะ แชร์ พร้อมกิจกรรมเด่นประจำเดือน แผนที่ลงจุดใช้งานง่าย ดูสนุกและสะดวก แค่ดูภาพสวยๆ ก็อยากไปแล้ว

เมืองไทยมีอะไรให้ออกไปสัมผัสอีกมากมาย มีความหลากหลายของธรรมชาติอย่างน่าเหลือเชื่อ ออกไปสัมผัสกับตา ได้ยินกับหู และรู้สึกกับใจตัวเองสักครัง แล้วคุณจะหลงรักเมืองไทย มากกว่าเดิม

ช่วงวันหยุดยาวเข้าพรรษาหน้าฝนผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าร่วมทริป “เที่ยวบ้านเพื่อน” ที่อำเภอสีชมพู ภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น โดยคำเชื้อเชิญของพี่สอยอ ไกด์ท้องถิ่นส่วนตัว คำถามแรกที่ตั้งกับตัวเองคือเราจะไปดูอะไรที่ขอนแก่น เมืองนี้มีอะไรให้เที่ยวในเชิงธรรมชาติ พอมาถึงกับต้องว้าวจริง ๆ ความสวยงามที่เราไม่เคยคิดว่าจะมีอยู่ใกล้ๆ บ้าน

ร้านหมูสะเต๊ะเจ้าดังย่านท่าดินแดง ที่มีเตาย่างยาวตั้งแต่ 2 เมตรกว่าไปจนถึง 4 เมตร คนย่างยืนประกบสองฝั่งเรียงรายแต่เช้ายันค่ำ ลองคิดดูว่าจะขายดีแค่ไหน แม้ไม่ใช่หมูสะเต๊ะเจ้าแรกในท่าดินแดง แต่ด้วยสูตรเด็ดเคล็ดลับและวัตถุดิบเปี่ยมคุณภาพทำให้ตี๋หมูสเต๊ะเป็นที่รู้จักและบอกต่อปากต่อปาก ว่าเนื้อหมูนุ่ม ชุ่ม ฉ่ำ ด้วยคัดสรรเฉพาะสันนอกเส้นกลางๆ ไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป หั่นชิ้นสวยพอดีไม้ มีสูตรลับในการหมักหมูที่ไม่เปิดเผย แค่รู้กันว่าหมักและเสียบไม้ไว้ข้ามคืน ก่อนนำมาย่างด้วยถ่านโกงกางอัดแท่ง ทำให้ไฟร้อนสม่ำเสมอ แถมขี้เถ้าน้อย ไม่แตกปะทุ หมูที่ได้จึงสุกกำลังดี มีกลิ่นหอม ร้านนี้มีให้เลือกทั้งหมูสะเต๊ะเนื้อล้วน ติดมัน และตับย่าง กินแบบไม่พึ่งน้ำจิ้มก็นุ่มละมุน ไม่กระด้าง ยิ่งจิ้มน้ำจิ้มถั่วที่คั่วทั้งถั่วและงาเองยิ่งหอมยั่วลิ้น