เที่ยวเมืองรองต้อง เพชรบูรณ์

ช่วงนี้กระแสเที่ยวเมืองรอง ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยกำลังมาแรง ใครๆ ก็กำลังหาเวลาไปเที่ยวเมืองรอง เพราะนอกจากได้ได้สัมผัสประสพการณ์ท่องเที่ยวใหม่ๆ แล้ว การท่องเที่ยวครั้งนี้ยังนำไปลดหย่อนภาษีได้อีก เรียกว่าได้กับได้

วันนี้ “นายรอบรู้” มีอีกหนึ่งเมืองรองอย่างเพชรบูรณ์ เมืองท่องเที่ยวสุดคูลทางภาคเหนือของเรานี่เอง ใครที่เคยไปสัมผัสเพชรบูรณ์คงทราบดีว่า ที่นี่มีที่เที่ยวมากมายไปกับแล้วอยากไปอีก แต่หากใครที่ยังไม่เคยไป เรามี 8 ที่เที่ยวแนะนำ ให้คุณได้วางแผนไปเที่ยวเพชรบูรณ์กันวันหยุดพักผ่อนนี้ ถ้าพร้อมแล้วเดินทางไปพร้อมๆ กันได้เลย….

ภูทับเบิก

ภูทับเบิกยอดเขาที่สูงที่สุดของ จ. เพชรบูรณ์ อยู่ในเทือกเขาเพชรบูรณ์ตะวันตก ที่ตั้งซึ่งสูงจากระดับน้ำทะเล 1,768 ม. ทำให้ที่นี่มีอากาศหนาวเย็นตลอดปี อุณหภูมิเฉลี่ยไม่เกิน 25 องศาเซลเซียส

บรรยากาศบนภูทับเบิกจะแตกต่างไปตามฤดูกาล ฤดูฝน สีเขียวขจีของผืนป่าตัดกับสีขาวของหมอกละอองฝนที่กระจายความชุ่มชื่นทั่วขุนเขา ส่วนในตอนเช้าของฤดูหนาวจะเห็นทะเลหมอกกว้างสุดสายตาท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บ แล้วยามค่ำคืนก็จะได้ชมดาวเต็มท้องฟ้า ขณะที่พื้นเบื้องล่าง ดวงไฟส่องสว่างในตัวเมืองหล่มเก่าก็มองดูคล้ายดาวระยิบระยับ

สิ่งน่าสนใจคือการเที่ยวชมไร่กะหล่ำปลี ภูทับเบิกถือเป็นแหล่งปลูกกะหล่ำปลี่ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก นอกจากนี้ยังมีหมู่บ้านชาวม้ง คือบ้านดอยน้ำเพียงดินและบ้านทับเบิก เดิมชาวม้งประกอบอาชีพปลูกฝิ่นและเข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2510 ต่อมารัฐบาลปราบปรามอย่างหนัก ทำให้ชาวม้งบางส่วนเข้ามอบตัว รัฐบาลจึงตั้งศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา จ. เพชรบูรณ์ ขึ้นในปี พ.ศ. 2525 เพื่อส่งเสริมให้ปลูกพืชอย่างกะหล่ำปลีแทนการปลูกฝิ่น

จุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะ

เขาตะเคียนโง๊ะ เป็นจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงของ อ. เขาค้อ โดยเฉพาะการมานั่งรอชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าซึ่งเป็นกิจกรรมยอดฮิตที่ใครหลายคนห้ามพลาด บางคนมาแล้วมาอีก ด้วยเพราะความงามของทิวทัศน์เบื้องหน้า เป็นวิวภูเขา ต้นไม้ หมู่บ้าน บวกกับสายหมอกยามเช้า เมื่อโดนแสงอาทิตย์สาดลงมายิ่งทำให้ความสวยงามเพิ่มขึ้น หลายค้นคว้ากล้องเก็บภาพกันจนเหนื่อย

ในอดีตที่นี่เคยเป็นสมรภูมิรบในสมรภูมิเขาค้อ ซึ่งบริเวณนี้เป็นฐานที่มั่นของกลุ่มคอมมิวนิสต์ หลังจากนั้นก็ถูกรัฐบาลปราบปรามจนพ่ายไป เมื่อเวลาผ่านไปที่นี่เปลี่ยนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่กำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวหลากหลายวัย เนื่องจากความสวยงามของทิวทัศน์ 360 องศาบนยอดดอย

ฤดูกาลท่องเที่ยวที่เหมาะกับการมาชมวิวเป็นช่วงปลายฝนไปจนถึงปลายฤดูหนาว เพราะอากาศดี เหมาะแก่การนั่งชมวิวยาวเช้า หากวันใดอากาศเป็นใจ ทะเลหมอกแบบ 360 องศา ก็จะปรากฎให้เห็นตรงหน้า ความสวยงามไม่แพ้ที่ใดเลยจริงๆ

ทุ่งกังหันลมเขาค้อ

ทุ่งกังหันลมเขาค้อ เป็นโครงการผลิตไฟฟ้าโดยใช้พลังงานลมจากกังหันลมขนาดใหญ่ จำนวน 24 ต้น ที่ตั้งตระหง่านอยู่เต็มเทือกเขา ด้วยพื้นที่กว่า 350 ทำให้ที่นี่ดูใหญ่โต และกว้างขวาง นอกจากการผลิตกระแสไฟฟ้าแล้ว ก็ยังเปิดให้นักท่องเที่ยวเที่ยวชมกังหันลมด้วยการนั่งรถราง ที่จะขับพาเราไปทั่วบริเวณ ทั้งพาเราไปใกล้ชิดกังหันลมแบบสุดๆ ไปชมขนาดมหึมาที่แท้จังของเจ้ากังหันยักษ์ พาไปชมไร่สตอเบอรี่ที่ปลูกอยู่ใต้กังหันลม หรือพาไปชมวิวงามๆ ของกังหันลมและทิวเขา ที่มีให้เลือกถ่ายรูปกันแบบไม่มีเบื่อ และยังพาเราเข้าไปช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองของชาวม้ง หรือจะไปนั่งชิงช้าชาวเขา ทดลองความเสียว ก็ตามแต่ความชอบกันตามสบาย

ใครยังมีเวลาก็แวะนั่งพักตามร้านค้าของชาวบ้าน ชมวิวกังกันลมกับพระอาทิตย์ตกในช่วงเย็น ก็ดูจะเป็นกิจกรรมที่แสนโรแมนติก ยิ่งถ้ามาใช้ช่วงฤดูหนาววด้วยแล้ว อากาศจะเย็นสบายเพิ่มความสุขในการท่องเที่ยวเข้าไปอีกหลายเท่าเลยหละ

วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว

สถานที่ธรรมภูมิอันงดงามตระหง่านบนเขาสูง ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี 2547 ภายในวัดมีสิ่งก่อสร้างงดงามหลายจุด  สิ่งที่โดดเด่นสะดุดสายตาคือเจดีย์สิริราชย์ธรรมนฤมิต ซึ่งประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุให้นักท่องเที่ยวได้สักการะ เจดีย์มีรูปทรงคล้ายดอกบัวซ้อนกันเจ็ดชั้น องค์เจดีย์และพื้นที่รอบๆ ประดับตกแต่งด้วยกระเบื้องสี ถ้วยชามเบญจรงค์ มุก ลูกปัด แก้ว แหวน เงินทอง สิ่งมีค่าต่างๆ รวมถึงเซรามิกหลากสีสัน เป็นลวดลายสวยงามแปลกตา

นอกจากนี้ยังมีมหาวิหารพระพุทธเจ้า ๕ พระองค์ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง  ฉันจินตนาการถึงภาพเมื่อสร้างแล้วเสร็จดูจะอลังการไม่น้อย  บางคนในกลุ่มอยากเห็นภาพมุมสูงของวัด จึงพากันขับรถจากหน้าวัดตรงขึ้นไปตามเนินเขาตามแผนที่ ก็ถึงจุดชมทิวทัศน์ซึ่งสวยงามมาก โดยเฉพาะขณะพวกเราไปถึงเป็นเวลาหลังฝนตก มีหมอกบางๆ ลอยปกคลุมยอดเจดีย์และมหาวิหารที่กำลังสร้างอยู่ ถึงจะยังไม่เคยได้ไปสวรรค์ แต่ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าพูดได้ว่าเป็นสรวงสวรรค์ไม่มีผิด

อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง

ตั้งอยู่ที่ บ้านหนองแม่นา อ. เขาค้อ จ. เพชรบูรณ์ รอยต่อระหว่างจังหวัดเพชรบูรณ์กับพิษณุโลก เป็นพื้นที่ทุ่งหญ้าสะวันนาอันกว้างใหญ่ไพศาลกว่า 5,000 ไร่ กิจกรรมแนะนำของความมาที่นี่คือการมาสัมผัสธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ สูดกลิ่นอายธรรมชาติและสัตว์ป่า

สำหรับคนรักการปั่นจักรยาน สามารถเดินทางท่องเที่ยวด้วยการปั้นสองล้อลัดเลาะเข้าไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติของอุทยานฯ ตลอดเส้นทางจะได้พบกับธรรมชาติที่แสนงดงามอย่างเช่น ทุ่งหญ้าสะวันน่าอันกว้างใหญ่ ป่าสนภูเขาอันสวยงาม นอกจากธรรมชาติอันสวยงามแล้วหากโชคดีอาจมีโอกาศได้เห็นสัตว์ป่าน้อยใหญ่ อย่างนกนาๆ ชนิด เก้ง กวาง ที่อาศัยอยู่บริเวณโดยรอบอุทยานก็ได้

อุทยานแห่งชาติตาดหมอก

อช. ตาดหมอกมีพื้นที่ 290 ตร.กม. หรือ 181,250 ไร่ มีอาณาเขตติดต่อกับ อช. น้ำหนาว เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตะเบาะ-ห้วยใหญ่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเขาสูงชัน ปกคลุมด้วยป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ และป่าดงดิบ มีพันธุ์ไม้สำคัญ เช่น ตะแบก มะม่วงป่า ทะโล้ มะขามป้อม ฯลฯ และเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าหลายชนิด เช่น เลียงผา เสือปลา เม่น ค่าง ชะนี นกต่างๆ เช่น ไก่ฟ้า นกกระทาทุ่ง นกมูม นกกะรางหัวขวาน เป็นต้น

ในเขตอุทยานฯ มีน้ำตกสวยงามสองแห่งซึ่งเป็นที่รู้จักในหมู่ผู้รักธรรมชาติ ได้แก่ น้ำตกตาดหมอกและน้ำตกสองนาง อยู่บนเทือกเขาสูง ต้นน้ำมาจากทิวเขาเพชรบูรณ์ ช่วงปลายฝนต้นหนาวเป็นช่วงที่เหมาะมาเที่ยวชมมากที่สุด เพราะน้ำตกจะมีน้ำเต็มเปี่ยม ทางเดินสะดวกกว่าในฤดูฝน แต่ก็ควรออกเดินทางแต่เช้าและกลับก่อนค่ำ

อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ

อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ หรือเมืองโบราณศรีเทพ เป็นร่องรอยที่แสดงให้เห็นความเจริญรุ่งเรืองแต่อดีต ปรากฏในรูปของปรางค์ต่างๆ ซึ่งงดงามตามแบบสถาปัตยกรรมขอม หลุมขุดค้นทางโบราณคดีซึ่งพบโครงกระดูกมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์ในสภาพที่สมบูรณ์ ตลอดจนข้าวของเครื่องใช้และโบราณวัตถุที่น่าสนใจอีกจำนวนมาก

อุทยานฯ มีพื้นที่ 2,889 ไร่ ล้อมรอบด้วยคูน้ำคันดิน แบ่งเป็นสองส่วน คือส่วนเมืองในและส่วนเมืองนอก มีโบราณสถานกระจายอยู่ทั่วไป ภายในอุทยานฯ มีศูนย์บริการข้อมูลซึ่งจัดแสดงนิทรรศการภาพถ่ายเกี่ยวกับการขุดค้นโบราณสถานต่างๆ ช่วยให้เที่ยวชมได้อย่างเข้าใจยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญแก่นักท่องเที่ยวรุ่นเยาว์ โดยจัดห้องนิทรรศการสำหรับเด็กโดยเฉพาะ นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับผู้สนใจประวัติศาสตร์ทุกวัย

อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว

อช. น้ำหนาวจัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่โดดเด่นที่สุดในเพชรบูรณ์  ป่าผืนใหญ่แห่งนี้เป็นแหล่งรวมป่าไม้หลากหลายประเภท ทั้งป่าดงดิบ ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ และป่าสนเขาซึ่งได้ชื่อว่าเป็นป่าสนที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของไทย นอกจากนี้ยังมีที่เที่ยวทั้งป่า เขา ถ้ำ น้ำตก และเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติหลายเส้นทาง สามารถเดินป่า ดูนก ดูผีเสื้อ ได้ตลอดปี

นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปสัมผัสความงดงามของธรรมชาติในป่าน้ำหนาวได้ทุกฤดูกาล  ที่นี่มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 22.7 องศาเซลเซียส นักท่องเที่ยวก็นิยมเดินทางมาเยือนน้ำหนาวในช่วงฤดูหนาวมากที่สุด เพราะนอกจากจะได้สัมผัสกับความหนาวเย็นและได้ชมทะเลหมอกแล้ว ยังมีนกนับร้อยชนิด รวมทั้งนกอพยพ ให้ดูกันอย่างเต็มอิ่ม

แหล่งท่องเที่ยวส่วนใหญ่ของ อช. น้ำหนาวตั้งเรียงรายอยู่บนทางหลวงหมายเลข 12 สามารถเที่ยวต่อเนื่องกันได้สะดวก เช่น จุดชมทิวทัศน์พระอาทิตย์ขึ้นภูค้อเหมาะสำหรับคนที่ชอบชมแสงแรกของวัน สวนสนดงแปก ดงสนภูเขาขนาดใหญ่  หรือจะเป็นถ้ำผาหงษ์ ถ้ำเล็กๆ ที่มีหินย้อยขนาดใหญ่ที่ปัจจุบันหยุดสะสมตัวแล้ว บนหลังถ้ำเป็นผาหินปูนสลับซับซ้อน อันเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่งดงามจุดหนึ่ง  พื้นที่โดยรอบเป็นป่าไผ่ มีชะง่อนหินแหลมคมรูปทรงแปลกตา  หากไปเที่ยวในหน้าแล้งจะเห็นไผ่เปลี่ยนเป็นสีทองสวยงามมาก

Writer

กรดล แย้มสัตย์ธรรม

กรดล แย้มสัตย์ธรรม

Photographer

วิจิตร แซ่เฮ้ง

วิจิตร แซ่เฮ้ง

Relate Place

ททท. เปิดตัว “โครงการ 365 วัน มหัศจรรย์เมืองไทย เที่ยวได้ทุกวัน”

ททท. เปิดตัวกิจกรรมสุดว้าว ภายใต้ “โครงการ 365 วัน มหัศจรรย์เมืองไทย เที่ยวได้ทุกวัน” ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ตรงใจนักท่องเที่ยว

Read More »
เริ่มแล้ว! ททท. จัดเต็มแสง เสียง กับงาน “วิจิตร 5 ภาค @กรุงเทพมหานคร” ดึงเทคโนโลยีล้ำสมัย สะท้อนศิลปะและความเชื่อคนไทย ใน 3 พื้นที่แลนด์มาร์ก กรุงเทพมหานคร

ททท. จัดงาน “วิจิตร 5 ภาค @กรุงเทพมหานคร”

เริ่มแล้ว! ททท. จัดเต็มแสง เสียง กับงาน “วิจิตร 5 ภาค @กรุงเทพมหานคร” ดึงเทคโนโลยีล้ำสมัย
สะท้อนศิลปะและความเชื่อคนไทย ใน 3 พื้นที่แลนด์มาร์ก กรุงเทพมหานคร

Read More »

เปิดเส้นทางท่องเที่ยวทางน้ำ กรุงเทพมหานครถึงพระนครศรีอยุธยา

ททท. ร่วมกับหอการค้าไทย เดินหน้าเปิดเส้นทางท่องเที่ยวทางน้ำ กรุงเทพมหานครถึงพระนครศรีอยุธยา หวังกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ ดึงกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ สู่การท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน

Read More »