MADE IN KOKKRAI สปาโคลนร้อนที่ไม่เหมือนใคร

ใครจะนึกบ้างว่าดินสีดำคล้ำที่เหมือนกับความมืดมนในชีวิต เมื่อเราเดินย่ำลงไปมันก็จะดูดเราให้ตกอยู่ในวังวนของการไร้ทางออก เหมือนเป็นอุปสรรคที่เหนี่ยวรั้งยากที่จะหลุดพ้น แต่มีชุมชนหนึ่งที่เห็นคุณค่าของโคลน เปลี่ยนจุดด้อยให้กลายเป็นจุดเด่น จึงหยิบมาสร้างประโยชน์ จนกลายเป็นจุดแข็งและสามารถสร้างรายได้ให้ชุมชนเป็นกอบเป็นกำ และได้รับการขนานนามว่า “หมู่บ้านโอทอปท่องเที่ยว” ชุมชนที่ว่านั่นคือ “ชุมชนบ้านโคกไคร” ต. มะรุ่ย อ. ทับปุด จ. พังงา ซึ่งคำว่า “โคก” นั้นหมายถึงที่สูงเหนือน้ำหรือที่เป็นเนินสูง ประกอบกับในหมู่บ้านมีการปลูกพืชสวนครัวเพื่อใช้ในครัวเรือนโดยเฉพาะต้นตะไคร้ซึ่งพบเห็นเป็นจำนวนมากในหมู่บ้าน ภาษาพื้นบ้านของคนใต้จะเรียกตะไคร้สั้นๆ ว่า “ไคร” จึงเป็นที่มาของชื่อหมู่บ้าน “โคกไคร” หมายความว่าพื้นที่หรือเนินตะไคร้นั่นเอง

สปาโคลนร้อน อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่กำลังได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ชื่นชอบความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ หากคุณสนใจสามารถเข้าร่วมโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนโคกไคร ที่มีชื่อว่า “Mud Spa มหัศจรรย์ สปาธรรมชาติ” ในพิกัดบ้านโคกไคร ต. มะรุ่ย อ. ทับปุด โดยอยู่บริเวณรอยแยกระหว่างจังหวัดพังงาและจังหวัดกระบี่ เกิดจากรอยแยกของเปลือกโลกที่ชื่อว่ารอยเลื่อนมะรุ่ย จะพบได้ตอนน้ำทะเลลดระดับเท่านั้น ทำให้น้ำทะเล ทราย และโคลน ในบริเวณนั้นมีความร้อน ซึ่งในแต่ละเดือนสามารถทำกิจกรรมนี้ได้เพียง 10 วันเท่านั้น คือระหว่าง 3 ค่ำ ถึง 7 ค่ำ นับเป็นความอัศจรรย์จากธรรมชาติเลยทีเดียว

เริ่มทริปด้วยการนั่งเรือหัวโทงขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถมองชายฝั่งที่เต็มไปด้วยความเขียวขจีของต้นไม้ได้อย่างเต็มอิ่ม เมื่อเรือลำยักษ์แล่นฉิวกระทบกับน้ำทะเล น้ำก็กระเซ็นโดนร่างกาย ทั้งยังส่งกลิ่นเค็มจางๆ ออกมา เมื่อมองไปรอบๆ แล้วเห็นธรรมชาติตรงหน้าทำให้หุบยิ้มไม่ได้ แสงยามเช้าที่ทอลงมายังผืนน้ำช่างทำให้บรรยากาศที่นั่นดูงามยิ่งนัก ชาวประมงที่กำลังงมหอยกันอย่างขะมักเขม้นหันมายิ้มให้อย่างเป็นมิตร ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีของวันเลย

เดินทางจากท่าเรือถึงสปาโคลนใช้เวลาประมาณ 20 นาทีเศษ เรือหัวโทงก็ได้หยุดลง เมื่อมองรอบๆ ครั้งแรกก็คิดว่ามันต่างจากที่อื่นตรงไหน แต่พอสังเกตกลับเห็นควันลอยออกมาจากพื้นดิน “ฮึ่ย! ถ้าย่ำลงไปตรงนั้นจะรู้สึกยังไงกันนะ” การกระทำเร็วเท่าความคิด เมื่อสองเท้าได้สัมผัสกับทรายที่นั่น ก็พบว่าร้อนดังที่เขาลือจริงๆ จากคำสัมภาษณ์ของคนที่เคยมาที่นี่ ได้มีผู้มาทำการศึกษาโดยการวัดอุณหภูมิโคลน พบว่าสูงกว่า 50 องศาเลยทีเดียว สักพัก คุณสมพร สาระการ หรือ “ลุงสมพร” หัวหน้ากลุ่มท่องเที่ยวชุมชนบ้านโคกไคร ก็ได้มาแนะนำขั้นตอนการสปาโคลนให้แก่นักท่องเที่ยวตามสไตล์ของชาวโคกไคร

          หลังจากทำกิจกรรมนี้เสร็จ ลุงสมพรก็มีการทิ้งท้ายแบบขำๆ ว่า “ถ้ามาที่นี่ในหัวเช้า (ตอนเช้า) สิ่งที่นักท่องเที่ยวจะได้คือสามร้อน ประกอบด้วย โคลนร้อน ทรายร้อน และน้ำเค็มร้อน แต่ถ้ามาสายๆ คุณจะเจอร้อนที่สี่ นั่นคืออากาศร้อน ซึ่งมันคงไม่ดีเท่าไรนัก”

          “เรามองว่าการท่องเที่ยวจะเป็นเครื่องมือในการพัฒนาหมู่บ้านได้ เพราะยุทธศาสตร์ประเทศ ยุทธศาสตร์จังหวัด ก็ล้วนแต่เน้นการท่องเที่ยว ถ้าเราไม่ชูการท่องเที่ยว เขาก็มองไม่เห็นทางอื่นที่เป็นตัวเลือกที่ดีกว่านี้ เมื่อเขาเห็นแล้วก็จะช่วยส่งเสริม ผลดีที่ได้รับก็ไม่ใช่แค่ในหมู่บ้าน แต่รวมไปถึงทั้งตำบล”

          สายตาที่มองมาอย่างมุ่งมั่นและน้ำเสียงอันหนักแน่นของลุงสมพร ทำให้รู้สึกได้ว่าท่านอยากเผยแพร่ภูมิปัญญาชาวบ้านให้กับนักท่องเที่ยวจริงๆ อยากให้คุณลองมาสัมผัสกับบรรยากาศดีๆ ที่จะได้รับทั้งความสดชื่นและผ่อนคลาย แถมยังได้ฟังการบรรยายที่ไม่น่าเบื่อและน่าตื่นเต้น แค่นี้ก็คุ้มค่ากับการเดินทางมาเยือนแล้ว

ขั้นตอนการทำสปาโคลน

Step 1 Warm Up เปิดรูขุมขน ลูบน้ำ

เริ่มต้นด้วยการแช่น้ำร้อนในจุดที่ต้องการสปาโคลนร้อน เช่น ใบหน้า แขน ขา เป็นเวลา 10 นาที เพื่อเป็นการเปิดรูขุมขน ตอนที่ร่างกายกระทบกับไอน้ำร้อนๆ จะทำให้ร่างกายของเราตื่นตัว เหมือนได้ต้อนรับเช้าวันใหม่อย่างสดใส

Step 2 หมักเลน จิกลึกก็ยิ่งร้อน

วิธีทำก็ง่ายแสนง่าย เพียงเดินเหยียบโคลนเข้าไปเรื่อยๆ แล้วจิกปลายเท้าลงไปในโคลน จะพบถึงความร้อนที่อยู่ภายในขัดกับอากาศเย็นด้านบน ยิ่งจิกนานเลือดจะยิ่งไหลเวียนได้ดี สำหรับคนมีปัญหาสุขภาพ step นี้สามารถช่วยได้ มิใช่ราคาคุย

Step 3 สปาโคลน พอกได้ทั้งตัว

นำโคลนร้อนซึ่งอยู่ลึกลงไปจากดินเลนประมาณ 1 เมตรมาพอกให้ทั่วร่างกาย ที่เลือกความลึกประมาณนี้ เพราะเป็นโคลนที่อยู่กับที่ หมักอยู่ตลอดเวลา เมื่อส่งไปตรวจพบว่าสะอาด ปราศจากเชื้อ มีความบริสุทธิ์สามารถพอกหน้าได้ ไม่มีสารที่ทำให้เกิดอันตรายและก็ให้คุณประโยชน์เป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้ยังสามารถบำบัดโรคเหน็บชา แก้ปวดเมื่อย ซึ่งเหมาะกับคนที่ทำงานหนักๆ หรือคนที่อยากผ่อนคลายจากการทำงานได้เป็นอย่างดี

Step 4 สปาหินสปาทราย เดินย่ำเท้า

การพอกโคลนนั้น จะพอกไปตามร่างกายแล้วนั่งพัก 15 นาที ระหว่างรอหากต้องการที่จะผ่อนคลายร่างกายเพิ่ม เพียงแค่คุณลุกขึ้นแล้วเดินไปมาบนหาดทราย หินตามชายหาดจะช่วยสปาเท้าให้แก่คุณได้เป็นอย่างดี

Step 5 ล้างด้วยน้ำเค็ม+น้ำเปล่า

จากนั้นล้างโคลนออกด้วยน้ำในลำคลอง พบว่าหลังการพอกโคลนจะรู้สึกถึงความสดชื่นและผ่อนคลายมากขึ้น

โครงการกล้าใหม่…ใฝ่รู้

ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เสริมสร้างเยาวชนไทยให้เติบโตเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า เป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

Writer/ Photographer

KOEY Magazine

KOEY Magazine

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสาธิตหมาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน


Relate Place

Travel

5 อาหารเด็ดที่ห้ามพลาดในตลาดเช้าทับปุด จ. พังงา

เสียงไก่ขันในโทรศัพท์ปลุกให้ลุกขึ้นมาชื่นชมบรรยากาศยามเช้าตรู่ หยิบ รองเท้ามาสวมให้กระชับ ผูกเชือกให้แน่นพร้อมที่จะออกไปสัมผัสอากาศสดชื่น และไม่พลาดที่จะแวะมา “ตลาดเช้าเทศบาลตำบลทับปุด” เพื่อเติมพลังด้วยมื้อเช้า

Travel

ขมิ้นดี เครื่องแกงดี ที่บ้านเขาตำหนอน ทับปุด พังงา

บ้านเขาตำหนอน ตำบลถ้ำทองหลาง อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา เป็นสถานที่ที่สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดพังงาเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีขมิ้นที่ขึ้นชื่อ เป็นที่ยอมรับถึงความมีคุณภาพและปลอดภัยไร้สารเคมี

Eat

คุณป้านัฐพร รุ่งโรจน์สุวรรณ เจ้าของร้านไอศกรีมรสไทยที่ลูกพระเจ้าแผ่นดินเสด็จไปเสวย

ท่ามกลางความร้อนของอากาศในกรุงเทพมหานคร มีร้านไอศกรีมรสชาติไทยๆ ซ่อนอยู่ในตึกแถวเล็กๆ ในชุมชนแพร่งภูธร ที่นี่คือร้านไอศกรีมที่ทำให้เราได้รู้จักกับคุณป้านัฐพร รุ่งโรจน์สุวรรณ “พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตแห่งแพร่งภูธร”

Travel

ศาสตร์ภูมินทร์ สินสุโขทัย โครงการเกษตรอินทรีย์สนามบินสุโขทัย

หากท่านต้องการเดินทางมาเยือนสวรรคโลก แต่ไม่ต้องการเดินทางโดยรถโดยสารประจำทางหรือรถไฟ อย่าวิตกกังวลไปครับ เพราะสวรรคโลกมีสนามบินและเที่ยวบิน บินตรงจากบางกอกสู่เมืองสวรรค์แห่งนี้ ที่พร้อมให้บริการผู้ที่ต้องการมาเยือนอย่างสะดวกสบาย