บุกป่าตามหาพระศิวะที่นครศรีธรรมราช

เมื่อเอ่ยถึงภาคใต้ หลายคนคงนึกถึงทะเลสีคราม หาดทรายสีขาว  หากจะลองเปลี่ยนบรรยากาศมาขึ้นเขา บุกตะลุยตามหาความศักดิ์สิทธิ์ของมหาเทพศิวะก็คงตื่นเต้นไม่น้อยกว่ากัน

D3-ศิวลึงค์

ภาคใต้มีแหล่งค้นพบทางโบราณาคดีจำนวนมาก  ด้วยมีลักษณะเป็นคาบสมุทร ตั้งบนเส้นทางการค้าระหว่างโลกตะวันตกและตะวันออกโบราณย้อนไปเป็นพันปี การค้าระหว่าสองสองซีกโลกนำมาซึ่งความเชื่อทางศาสนา โดยเฉพาะศาสนาพรามณ์ฮินดู ที่เจริญรุงเรืองในพุทธศตวรรษที่ 13-16 หรือ ระหว่าง พ.. 1201 – 1700  ปรากฎศาสนสถานหลายแห่ง หนึ่งในนั้นคือ โบราณสถานเขาคา อำเภอสิชล จังหวดนครศรีธรรมราช  โบราณสถานเขาคา สันนิษฐานตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 12 บนเขาคาที่ตั้งอยู่ท่ามกลางที่ราบที่เป็นแหล่งเกษตรกรรมมาตั้งแต่สมัยโบราณ

พวกเราสาวเท้าก้าวบันไดทอดขึ้นไปสู่ยอดเขาเตี้ยๆทอดผ่านป่าอันเขียวขจี (ใครมาเที่ยวอย่าลืมพกยากันยุงมาด้วย เพราะยุงค่อนข้างชุม)  เดินชมความเขียวสบายตาสักพักก็จะเจอฐานอาคารหลังแรกที่ก่ออิฐสอปูน และฐานโยนี (แบบจำลองของเครื่องเพศของพระอุมาเทวี)  ถัดจากฐานอาคารแรก คือฐานอาคารก่ออิฐถือปูนที่มีขนาดใหญ่กว่า  นักประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่า ตัวอาคารนี้มีน่าจะมีความสำคัญ นอกจากความใหญ่แล้วที่ตั้งยังอยู่บนสุดของเขา มองเห็นไกลถึงชายหาดและอ่าวไทย ตัวอาคารหันหน้าไปทางทิศตะวันออก บริเวณฐานมีท่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ บนอาคารปรากฎเป็นฐานโยนีขนาดใหญ่  ด้วยเป็นศาสนาสถานที่ยังมีคนเคารพบูชาอยู่. จึงมีดอกไม้ธุปและเทียนวางอยู่โดยรอบ 

จากฐานอาคารขนาดใหญ่มีทางเดินชวนให้ออกสำรวจ  เดินลงมาจากยอดเขาก็เจอกับช่องเขาที่นักประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นเส้นทางโบราณที่ผู้คนใช้เดินทางขึ้นสู่ศาสนาสถานแห่งนี้ พวกเราเลยเดินลงไปสำรวจ พบทางปูด้วยหินปูน  มีหญ้าขึ้นปกคลุม เส้นทางโบราณสิ้นสุดที่คลองท่าทอม เส้นทางสัญจรในสมัยโบราณ  

หลังจากสำรวจเส้นทางจนได้เหงื่อ เดินย้อนกลับทางเดิมแล้วเลี้ยวซ้าย ตามทางผ่านป่าเขียวขจีเดินมาได้สักพัก พวกเราต้องหยุดพิจารณาก้อนหินที่มีรูปร่างคล้ายศิวลึงค์ (แบบจำลองเครื่องเพศของพระศิวะ) นับเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นสวยัมภูลึงค์ หรือลึงค์ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ตามความเชื่อผู้ที่ันับถือเชื่อว่าเป็นประจักษ์พยานของฤทธานุภาพของพระศิวะ  

สวยัมภูลึงค์ของเขาคาเป็นโขดหินโผล่พ้นดิขึ้นมาในมุมเอียงสูงประมาณ 2 เมตร มีการกระเทาะหินให้กลายเป็นรูปทรงคล้ายศิวลึงค์  รอบๆ มีการก่อเรียงหินเป็นเป็นรูปสี่เหลี่ยมีผืนผ้า ซ้อนกันสามชั้น กันเป็นเขตพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์

เขาคาจึงเป็นลิงคบรรพต หรือภูเขาศักดิ์สิทธิ์ ในช่วงที่ศาสนาพราหมณ์ ฮินดูเจริญรุงเรื่องในย่านนี้ ผู้นับถือจึงเลือกเขาคาสร้างศาสนาสถานที่ถอดแบบการสร้างมาจากทางอินเดียใต้ เป็นศูนย์กลางของชุมชนแถบนี้ และเป็นสถานที่แสวงบุญบนเส้นทางการค้าคาบสมุทรที่ตัดจากอำเภอท่าศาลา ข้ามเทือกเขาบรรทัดไปยังฝั่งอันดามัน 

นายรอบรู้อยากชวนใครที่สนใจผจญภัยแบบนี้ลองแวะมาทอดสอบร่างกายผจญภัยตามพาพระศิวะและความเชื่อของคนในสมัยโบราณ 

Share on facebook
Share on twitter
Share on pinterest

Info

โบราณสถานเขาคา

ที่ตั้ง . เสาเภา อ. สิชล จ. นครศรีธรรมราช

เปิด 09.00 – 17.00.

Previous
Next

Guide ใกล้ : Application คู่ใจคนชอบท่องเที่ยวตัวจริง

Guide ใกล้ เหมือนมีไกด์ไว้ใกล้ตัว
Application นี้จะช่วยแนะนำว่า ตำแหน่งรอบตัวเรามีที่เที่ยว ร้านอาหาร ร้านขายของ ที่พัก หรือสถานที่จุดใดน่าแวะไปสัมผัส ชิม ช็อป แชะ แชร์ พร้อมกิจกรรมเด่นประจำเดือน แผนที่ลงจุดใช้งานง่าย ดูสนุกและสะดวก แค่ดูภาพสวยๆ ก็อยากไปแล้ว

Writer/ Photographer

เอกพงศ์ ศรทอง

เอกพงศ์ ศรทอง

Relate Place

น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น
Travel

ห้วยแม่ขมิ้น เดินป่า นอนเต็นท์ เล่นน้ำตกกลางสายฝน

น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น อยู่ในเขต อช. เขื่อนศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้และสัตว์ป่าแห่งหนึ่งของประเทศไทย

News

กาลครั้งหนึ่งสงขลา 3 ถนน 2 ทะเล ล้านความทรงจำ

เมื่อเดินทางไปจังหวัดสงขลา หลายคนอาจมุ่งตรงไปที่เมืองหาดใหญ่ โดยไม่รู้ว่าย่านเมืองเก่าสงขลาที่อยู่ไม่ไกลนั้นมีความน่าสนใจไม่แพ้กันเลย ด้วยความเป็นเมืองท่าที่เจริญรุ่งเรืองมายาวนาน จึงทำให้ย่านเมืองเก่าสงขลามีส่วนผสมจากหลายวัฒนธรรม

Eat

“คึดฮอด” ก้างปลาทอดกรอบ

ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน หนุ่มวิศวกรจากเมืองกรุง เดินทางกลับบ้านที่ อ. ลำสนธิ จ. ลพบุรี เขาพบว่าบ้านเกิดเงียบ ไม่สนุกเหมือนในอดีต ที่มักจะเห็นผู้คนออกไปยิงนกตกปลา เขาจึงตัดสินใจ ทิ้งเงินเดือนเกือบหลักแสน หันมาเป็นเกษตรกรเต็มตัว โดยการก่อตั้งแบรนด์ “คึดฮอด” ขึ้นในเวลาต่อมา

tips travelers

ผ้าเขียนเทียน Hmong Batik กราฟิกบนผืนผ้า

ปกติยามเมื่อเราท่องเที่ยวไปตามดอยสูงในภาคเหนือ จะพบกลุ่มคนเหล่านี้บนดอยสูง สวมใส่กระโปรงจีบบานพร้อมเสื้อที่มีลายปักต่างๆ อย่างงดงาม แต่เราไม่เคยรู้เลยว่า ตัวกะโปรงนั้นมีงานศิลปะชนิดหนึ่งซ่อนอยู่ นั่นก็คือ “ผ้าเขียนเทียน”