Me Thai Coffee กาแฟไทยดีๆ จากเกษตรกรผู้เข้าใจกาแฟ

ไทในความหมายของเราคือ ความเป็นอิสระ การเป็นเกษตรกรที่เราไม่ต้องพึ่งพาพ่อค้าคนกลางที่ทำให้เราถูกจำกัดในเรื่องของราคา รายได้ ผลผลิต และคิดไปถึงว่าเวลามีฝรั่งมา “Me Thai” ก็อ่านง่าย เข้าใจง่าย และอีกความหมายที่พยายามจะสื่อออกไปคือ ฉันนี่แหละกาแฟไทย

รัศมิ์ลภัส กัลยาศิลปิน หรือ แอ้ เจ้าของร้าน Me Thai Coffee แบรนด์ที่รวบรวมกาแฟจากท้องถิ่นที่หลากหลายมาอยู่ในซอยสุขุมวิท 36 โดยการต่อยอดจากอาชีพเดิมของครอบครัวทางสามี

ร้านเล็กๆ สบายๆ หลบมุมวุ่นวายใจกลางความเจริญสมัยใหม่ของกรุงเทพมหานครแห่งนี้เกิดขึ้นมาจาก เจริญ วุ้ยยื้อ หรือ เจ ผู้เติบโตในครอบครัวชาวอาข่าดอยช้าง อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ภายใต้แนวความคิดว่าที่บ้านตนทำกาแฟอยู่แล้ว อยากสานต่อกันเองโดยไม่พึ่งพาพ่อค้าคนกลางเพื่อรายได้และโอกาสที่มากขึ้น สามารถสร้างอาชีพให้กับคนทางบ้านรวมถึงยังสามารถควบคุมคุณภาพของกาแฟได้เอง

Me Thai Coffee แบรนด์กาแฟจากเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ

เจ เจริญ วุ้ยเยื้อ เกษตรกรผู้เติบโตจากการทำกาแฟมาแล้วกว่าสิบปี เป็นทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลที่ปลูกกาแฟบนดอยช้าง ริเริ่มทำแบรนด์ Me Thai Coffee กับแอ้ผู้เป็นภรรยาและมีกองสนับสนุนคือครอบครัวและผู้ปลูกกาแฟบนดอยต่างๆที่อยู่เบื้องหลังอย่างอบอุ่น

กาแฟไม่ใช่ว่าอร่อยหรือไม่อร่อย อยู่ที่ความชอบของแต่ละคน กาแฟแต่ละที่มีคาแรคเตอร์ที่แตกต่างกัน เราก็เลยเลือกจะทำกาแฟไทยเพราะเราเชื่อว่ากาแฟไทยเป็นกาแฟที่ดี

Me Thai Coffee ได้เริ่มทำงานร่วมกับเกษตรกรที่ดอยอื่นๆในจังหวัดเชียงรายทั้งดอยปางขอนดอยแม่มอญดอยผาฮี้ฯลฯนอกจากนั้นทางร้านยังพยายามรวบรวมกาแฟจากแหล่งอื่นๆในภาคเหนือนอกจากในจังหวัดเชียงรายและยังมีความพยายามจะขยายไปยังภูมิภาคอื่นๆให้ได้มากที่สุด

Me Thai Coffee ไม่ได้ทำเพียงแค่รับซื้อกาแฟเท่านั้น แต่ยังทำงานโดยการเข้าไปใส่ใจในรายละเอียดมากกว่านั้น คือการร่วมพูดคุยกับกลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่ ตกลงกันว่าในปีนี้ชาวบ้านมี process อะไรบ้างและทางร้านอยากได้กาแฟแบบไหนจากภาพที่ประจักษ์ต่อสายตาตอนนี้คือของในร้านที่เราได้เห็นนั้นมีอย่างหลากหลายแหล่งที่มาซึ่งเป็นผลผลิตจากดอยต่างๆอย่างน่าสนใจ

ร้านเรามีการชงทุกรูปแบบเพื่อนำเสนอกาแฟที่ไม่เหมือนกัน และตัวกาแฟเองก็มีจากหลายที่ เช่น กาแฟดอยช้างก็จะมีเอกลักษณ์ของดอยช้าง กาแฟจากผาฮี้ก็จะมีความเป็นกาแฟผาฮี้

รสชาติที่แตกต่างกันไปของกาแฟเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่สร้างจุดขายให้กับกาแฟในแต่ละแหล่งรสชาติและกลิ่นของกาแฟนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยเช่นกาแฟดอยช้างพื้นที่รอบๆปลูกแมคคาเดเมียหากมีนักดื่มที่เก่งๆได้ลองสักคำก็คงจะสามารถจับรสจับกลิ่นของกาแฟได้อย่างบนดอยผาฮี้ที่อยู่ในเขตห้ามมีการตัดไม้ทำลายป่าดอกไม้ป่าก็จะบานสะพรั่งอยู่เต็มดอยอีกทั้งยังอุดมไปด้วยผลไม้ป่ากลิ่นและรสของกาแฟที่ผาฮี้ก็จะมีความเฉพาะเป็นกลิ่นตามสภาพแวดล้อมนั้น

อย่างไรก็ดีความสามารถในการจับรสจับกลิ่นกาแฟนั้นเป็นศาสตร์ชั้นสูงที่ต้องฝึกฝนและสั่งสมประสบการณ์อยู่มากพอตัวหากเราไม่เคยได้กลิ่นพืชเหล่านั้นมาก่อนเมื่อมาดื่มกาแฟรสนี้ก็จะจับรสไม่ได้เป็นศาสตร์อย่างหนึ่งที่ต้องใช้ความนุ่มลึกและต้องใช้ใจสัมผัสเข้าด้วยอย่างมีศิลปะ

กระบวนการของการทำกาแฟในแต่ละขั้นตอนมีความสำคัญและส่งผลต่อรสชาติและกลิ่นตั้งแต่การทำความสะอาดการตากการคั่วการบดและการชงแต่ท้ายที่สุดก็อยู่ที่ว่าผู้ดื่มชอบใจในกลิ่นในรสไหนมากกว่ากันตรงนี้สำคัญที่สุด

แหล่งที่ปลูกกาแฟก็เป็นเรื่องใหญ่และสำคัญมากกาแฟของแต่ละแหล่งขึ้นอยู่กับแร่ธาตุในดินความสูงอากาศสภาพแวดล้อมแสงแดดการอยู่ดอยช้างเหมือนกันไม่ได้แปลว่ากาแฟทุกต้นจะได้รสชาติเดียวกันแสงแดดที่ส่งถึงไม่เท่ากันส่งผลทำให้การสุกช้าสุกเร็วของผลกาแฟต่างกันและในสวนที่ปลูกผลไม้ไม่เหมือนกันรสชาติก็จะไม่เหมือนกันกาแฟจึงเป็นพืชที่ต้องใช้ทั้งศิลปะและวิทยาศาสตร์ในการทำความเข้าใจสูง

ใครที่สนใจกาแฟจากวัตถุดิบท้องถิ่น ผู้เขียนขอแนะนำให้ลอง Signature ของร้านคือ palm sugar เป็นการนำน้ำตาลสดออร์แกนิกจากเกษตรกรที่ทำน้ำตาลสดเพชรบุรีมาชงกับกาแฟเข้มๆ ถือว่ารสชาติดีแปลกใหม่ กลมกล่อมมีความหวานหอมของน้ำตาสดที่มาอยู่กับกาแฟแล้วช่างนุ่มนวลเหลือเกิน

ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นร่วมสมัยจากบนดอยสู่กลางกรุง

นอกจากกาแฟแล้วทางร้านยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ทำมาจากกาแฟอย่างน่าสนใจ เช่น ชาเปลือกกาแฟ ชาดอกกาแฟ (coffee Blossom tea) ดอกกาแฟที่ว่านั้นมีความพิเศษตรงที่จะออกดอกเพียงแค่ช่วงประมาณเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายนเท่านั้น และการเบ่งบานของดอกกาแฟนั้นมีระยะเวลาอันสั้นนักเพียงแค่ประมาณ 3 วัน เวลาผู้ไม่เคยรอใครก็จะเป็นตัวพาให้ดอกกาแฟร่วงหล่นจากต้นเพื่อจะติดลูกออกผลต่อไป การเบ่งบานของดอกกาแฟในแต่ละปีไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม แต่โดยเฉลี่ยแล้วก็จะบานประมาณ 3 – 4 รอบ

ของพวกนี้เราอยากจะพัฒนาเพราะถ้าทิ้งไว้จะทำให้น้ำเน่ากว่าจะย่อยสลาย เราลองทำชาอยู่หลายวิธีเพราะบนดอยมันชื้นเวลาตากจะไม่แห้งและเป็นเชื้อรา ต้องใส่ใจมากๆ คุณแอ้เล่าพร้อมชงชาจากดอกกาแฟและเปลือกกาแฟมาให้เราลองชิม

ชาดอกกาแฟจะให้รสชาติที่นุ่มๆกลิ่นหอมบางๆคล้ายชาดอกมะลิส่วนชาเปลือกกาแฟจะออกเป็นรสเปรี้ยวอ่อนๆคล้ายกับบ๊วยแต่จะละมุนกว่ามากและดื่มง่ายสำหรับผู้ไม่ดื่มกาแฟชาจากดอกและเปลือกกาแฟเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่อยากแนะนำ

ผู้ที่รักสุขภาพดอกกาแฟนั้นมีประโยชน์หลากหลาย ทาง Me Thai Coffee ได้ทำการค้นคว้าข้อมูลจากสถาบันวิจัยของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงจังหวัดเชียงรายแล้วส่งมอบความรู้ให้กับลูกค้าและผู้สนใจคือชาดอกกาแฟนั้นมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระสามารถป้องกันการเกิดมะเร็งและช่วยลดไขมันในเลือดได้

กาแฟไทยเมื่อเทียบกับตลาดโลกแล้วถือว่าเป็นกาแฟที่แพง แต่ในความแพงนั้นเป็นสิ่งที่ต้องแลกมากับความละเมียดละไมในกระบวนการผลิต เนื่องจากกาแฟไทยส่วนใหญ่โดยเฉพาะของ Me Thai Coffee เป็นกาแฟงานคราฟท์ (Craft) ที่ต้องเก็บกันด้วยมือเมล็ดต่อเมล็ด ใช้ความตั้งใจและความประณีตต่างจากกาแฟที่เก็บด้วยเครื่องจักรกลสมัยใหม่

เค้กร้านนี้ดีมาก

เค้กในร้าน Me Thai Coffee เป็นเค้กที่ดีทั้งภายนอกและภายในนอกจากรูปจะงามแล้วรสชาติยังดีเลิศอีกต่างหากเนียนนุ่มไม่หวานมากเหมาะกับการรับประทานคู่กับกาแฟหรือชาหอมๆของร้านที่สำคัญเค้กเหล่านี้ถูกส่งตรงมาจากแดนไกลจังหวัดเชียงรายโดยบริษัทขนส่งสินค้าที่มีการควบคุมอุณหภูมิความเย็นเป็นอย่างดี

signature ในหมวดเค้กผู้เขียนขอแนะนำเค้กแมคคาเดเมียรสชาติละมุนหวานมันกำลังดีและที่สำคัญแมคคาเดเมียที่เป็นวัตถุดิบสำคัญนั้นปลูกจากสวนที่ปลูกกาแฟอีกด้วยอีกเมนูที่อร่อยไม่แพ้กันคือเค้กฮันนี่เลมอนหอมหวานได้รสชาติน้ำผึ้งดอกลำไยที่ชาวบ้านเลี้ยงเองในพื้นที่สวนละลายในปากเข้ากันกับเลมอนเปรี้ยวหวานสมคำร่ำลือ

เราอยากกระจายรายได้ให้เกษตรกร เราไม่อยากเป็นคาเฟ่จ๋า แต่เรามองว่าเราเป็นเกษตรกรที่จะขายผลิตภัณฑ์จากท้องถิ่นเป้าหมายหลักของ Me Thai Coffee คือนอกจากจะทำให้ร้านในกรุงเทพฯ อยู่ได้แล้ว เกษตรกรที่อยู่เบื้องหลังก็ต้องเติบโตไปพร้อมๆ กันได้ด้วย

สินค้าของ Me Thai Coffee มีความผสมผสานระหว่างความธรรมชาติดั้งเดิมของท้องถิ่น วัตถุดิบ การผลิตที่ใส่ใจ การตกผลึกทางความรู้ที่มีอยู่ในครอบครัวเข้าใจธรรมชาติจนสามารถดึงจุดเด่น รวมถึงดันจุดด้อยออกมาให้เด่นได้ ผนวกเข้ากับการปรุงแต่งเพื่อให้เกิดความเป็นสมัยใหม่และจับต้องได้ง่ายสำหรับคนรุ่นใหม่ที่พร้อมเสิร์ฟแล้วในกลางกรุงฯ

ขอขอบคุณสำหรับข้อมูล สถานที่ รวมถึงภาพถ่ายบางส่วนจากทางร้าน และ รัศมิ์ลภัส กัลยาศิลปิน เจ้าของร้าน Me Thai Coffee

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on pinterest

Info

Me Thai Coffee

ที่ตั้ง ซอยสุขุมวิท 36 (BTS ทองหล่อ) แขวงพระขโนง เขตคลองเตย กทม.

เปิด 07.00 – 19.00 .

โทร 082-1542645

https://www.facebook.com/methaicoffee

Guide ใกล้ : Application คู่ใจคนชอบท่องเที่ยวตัวจริง

Guide ใกล้ เหมือนมีไกด์ไว้ใกล้ตัว
Application นี้จะช่วยแนะนำว่า ตำแหน่งรอบตัวเรามีที่เที่ยว ร้านอาหาร ร้านขายของ ที่พัก หรือสถานที่จุดใดน่าแวะไปสัมผัส ชิม ช็อป แชะ แชร์ พร้อมกิจกรรมเด่นประจำเดือน แผนที่ลงจุดใช้งานง่าย ดูสนุกและสะดวก แค่ดูภาพสวยๆ ก็อยากไปแล้ว

Writer/ Photographer

จารุวรรณ ด้วงคำจันทร์

จารุวรรณ ด้วงคำจันทร์


Relate Place

Eat

รู้จักวังบูรพาให้มากกว่าแค่ชื่อเขต “ณ วังบูรพา คาเฟ่”

“ณ วังบูรพา คาเฟ่” คาเฟ่ตึกเก่าในคอนเซปต์ “คลาสสิกอิงวังเก่า” บรรยากาศในร้านมีกลิ่นอายความเป็นวินเทจและแอนทีคผสมผสานกัน ซึ่งเกิดจากแรงบันดาลใจของคุณเต้-บดินทร์ นันทานนท์ และคุณน้ำ-จารุชา กฤตยาเดโช เจ้าของร้านที่หวังให้คนรู้จักวังบูรพามากกว่าแค่ชื่อเขตที่เขียนลงบนจดหมาย เมื่อคุณมาถึงคาเฟ่นี้ก็เหมือนคุณได้เช็กอินที่วังบูรพาแล้ว

News

BANGKOK ART BIENNALE | บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่

“บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2018” (Bangkok Art Biennale) อย่างเป็นทางการ กับครั้งแรกที่จะเนรมิตกรุงเทพฯ สู่เมืองแห่งศิลปวัฒนธรรมระดับโลก กับการจัดเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ ด้วยการนำผลงานศิลปะร่วมสมัยกว่า 200 ผลงาน ของ 75 กลุ่มศิลปินชั้นนำระดับโลกจาก 33ประเทศ ภายใต้แนวคิด“สุขสะพรั่ง พลังอาร์ต” หรือ Beyond Bliss

Travel

บว่อ-ฆึ ดูเส่อวอ เลอต่าโอะมู พิธีกรรมความเชื่อในไร่หมุนเวียน

ชาวกะเหรี่ยงเชื่อว่าผลผลิตจากไร่หมุนเวียนของตนนั้นมาจากตนร่วมกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ต่าง ๆ ดังนั้น หลังจากปลูกข้าวเสร็จแล้วชาวกะเหรี่ยงจำทำพิธี “บว่อ ฆึ” ซึ่งเป็นการเลี้ยงเจ้าที่เจ้าทางที่อยู่ในไร่ รวมทั้งคอยช่วยดูแลปกป้องไร่หมุนเวียนให้มีความอุดมสมบูรณ์ปลอดภัยไร่โรคร้าย รวมไปถึงผู้ที่ทำไร่หมุนเวียนให้มีความปลอดภัยอยู่ดีมีความสุข

News

แพร่เมืองเก่า 1191 ปี

จังหวัดแพร่เตรียมจัดงาน “แพร่เมืองเก่า 1191 ปี” เพื่ออนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมประเพณี เป็นแหล่งเรียนรู้และศึกษาประวัติศาสตร์ ส่งเสริมการท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัด โดยกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม 2562 ถึงวันที่ 1 มกราคม 2563 ภายใต้ ธีมงาน 4 ข่วง 4 กอง 1 กาด 9 ชาติพันธุ์