
ภาคเหนือ
เมืองไทยมีอะไรให้ออกไปสัมผัสอีกมากมาย มีความหลากหลายของธรรมชาติอย่างน่าเหลือเชื่อ ออกไปสัมผัสกับตา ได้ยินกับหู และรู้สึกกับใจตัวเองสักครัง แล้วคุณจะหลงรักเมืองไทย มากกว่าเดิม
ขอนแก่น ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหัตถกรรมโลกแห่งผ้ามัดหมี่ และ “แคนแก่นคูน” คือ ลายผ้าไหมประจำจังหวัดที่แสดงอัตลักษณ์เมืองขอนแก่น
ผ้าไหมและผลิตภัณฑ์ผ้าไหมมัดหมี่ของจังหวัดขอนแก่นนั้นได้รับการขึ้นทะเบียนสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications) จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา โดยเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2561 จังหวัดขอนแก่น ได้รับการรับรองจากสภาหัตถกรรมโลก World Craft Council (WCC)-UNESCO ให้เป็น “เมืองหัตถกรรมโลกแห่งผ้ามัดหมี่“
อีกหนึ่งประเพณีเก่าแก่คือ ประเพณีผูกเสี่ยว เป็นประเพณีดั้งเดิมของกลุ่มวัฒนธรรมไท–ลาว โดยคำว่า “เสี่ยว“นั้น ในภาษาอีสานมีความหมายว่า “เพื่อนรัก หรือ เพื่อนตาย” ซึ่งการผูกเสี่ยว คือ การสัญญาที่จะเป็นเพื่อนรักร่วมเป็นร่วมตายกัน โดยใช้ฝ้ายมงคลผูกข้อมือของแต่ละคนเพื่อให้เป็นสิริมงคลแก่ทั้งคู่
เพื่อการสืบสานอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมอันดีงามของจังหวัดขอนแก่นและภาคอีสาน จังหวัดขอนแก่นจึงได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน นำเอาประเพณีผูกเสี่ยวและงานไหมมาจัดร่วมกันจนเกิดเป็น “งานเทศกาลไหมนานาชาติ ประเพณีผูกเสี่ยว และงานกาชาดจังหวัดขอนแก่น ประจำปี 2562” ซึ่งงานนี้ได้จัดมาเป็นเวลานานกว่า 41 ปีแล้ว
ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย เช่น ขบวนแห่อันยิ่งใหญ่ซึ่งประดับตกแต่งขบวนโดยเน้นถึงเอกลักษณ์ที่โดดเด่นทางศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดขอนแก่น การจัดพิธีผูกเสี่ยวและคุ้มศิลปวัฒนธรรม รวมถึงการจัดประกวดนางงามไหมขอนแก่น มีการแสดงนวัตกรรมด้านวิชาการที่เกี่ยวกับไหม และพิเศษสุดกับการประกาศลายผ้าไหมประจำจังหวัดขอนแก่น คือ ลาย “แคนแก่นคูน” ที่ได้รวบรวมลายผ้าทั้งหมด 7 ลายเข้าไว้ด้วยกัน ได้แก่ ลายแคน หมายถึง สัญลักษณ์แทนความเจริญและสนุกสนาน, ลายดอกคูณ หมายถึง ดอกไม้ประจำจังหวัดขอนแก่น, ลายพานบายศรี หมายถึง มิตรภาพ ประเพณีการผูกเสี่ยว, ลายขอ หมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ของขอนแก่น, ลายโคม หมายถึงภูมิปัญญา วัฒนธรรมของชาวขอนแก่น, ลายกง หมายถึง อาณาเขตที่ได้รับการรักษาให้มั่นคง ปลอดภัย และลายหมากจับ หมายถึง ความรัก ความสามัคคี ของชาวขอนแก่น
นอกจากนี้มีการแสดงศิลปวัฒนธรรมนานาชาติ จีน ลาว เวียดนาม และเวทีคอนเสิร์ตของศิลปินดารายอดนิยมเป็นประจำทุกคืน และอีกไฮไลท์คือพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์และการรำบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองขอนแก่นเพื่อฉลอง 222 ปี จังหวัดขอนแก่นโดยมีผู้มาร่วมรำบวงสรวง มากกว่า 1 แสนคนและแต่งกายด้วยผ้าลาย “แคนแก่นคูน” ซึ่งเป็นลายผ้าประจำจังหวัดขอนแก่นและยังมีการรำแปรอักษร 222 KHONKAEN อีกด้วย นับได้ว่าเป็นการแปลอักษรครั้งยิ่งใหญ่เลยครั้งหนึ่งเลยทีเดียว
จัดขึ้นวันที่ 28 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2562
ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น อ. เมือง จ. ขอนแก่น
ขอขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
Guide ใกล้ เหมือนมีไกด์ไว้ใกล้ตัว
Application นี้จะช่วยแนะนำว่า ตำแหน่งรอบตัวเรามีที่เที่ยว ร้านอาหาร ร้านขายของ ที่พัก หรือสถานที่จุดใดน่าแวะไปสัมผัส ชิม ช็อป แชะ แชร์ พร้อมกิจกรรมเด่นประจำเดือน แผนที่ลงจุดใช้งานง่าย ดูสนุกและสะดวก แค่ดูภาพสวยๆ ก็อยากไปแล้ว

เมืองไทยมีอะไรให้ออกไปสัมผัสอีกมากมาย มีความหลากหลายของธรรมชาติอย่างน่าเหลือเชื่อ ออกไปสัมผัสกับตา ได้ยินกับหู และรู้สึกกับใจตัวเองสักครัง แล้วคุณจะหลงรักเมืองไทย มากกว่าเดิม

เข็มสั้นนาฬิกาชี้เลข 5 ในช่วงรุ่งสาง ฟ้ายังไม่ทันสว่าง ณ วัดผาบ่องเหนือ เด็กน้อย อายุไม่เกินบรรพชาสามเณร นั่งในท่าสบาย จับเป็นกลุ่มๆ ล้อมด้วยญาติสนิท มิตรสหายผู้มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน และกำลังช่วยกันแต่งหน้าแต่งเติมตา ปะลวดลายคล้ายดอกไม้บนใบหน้า บ้างก็ยืนก็แต่งองค์ทรงเครื่องสีสันสดใสให้ครบตามแบบฉบับของส่างลอง

ตามรอย “วรรณคดีขึ้นชื่อ” ขุนช้างขุนแผน “วรรณคดีขึ้นชื่อ” เป็นวลีหนึ่งในคำขวัญจังหวัดสุพรรณบุรี และเมื่อเอ่ยถึงงานวรรณคดีที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดนี้ ก็ต้องหมายถึง ขุนช้างขุนแผน สุดยอดวรรณคดีอมตะที่อยู่คู่สังคมไทยมาแต่โบราณ ตัดม่านกองไว้แล้วไคลคลา เปิดมุ้งเห็นหน้าเจ้าวันทอง หลับอยู่บนเตียงเคียงข้าง ขุนช้างกอดกลมประสมสองขุนช้างขุนแผนก่อเกิดจากนิทานพื้นบ้านที่มีมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ที่อิงเหตุการณ์ และสถานที่สำคัญในยุคนั้นได้อย่างสนุกสนานชวนติดตาม มีการเล่าต่อกันมา แล้วนำเรื่องราวมาผูกเป็นกลอนเพื่อใช้ขับเสภา ภายหลังการเสียกรุงครั้งที่ 2 บทเสภาดั้งเดิมสูญหายไปมาก ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ จึงมีการรวบรวมของเก่าและแต่งขึ้นใหม่ โดยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงพระราชนิพนธ์ ร่วมกับกวีแห่งราชสำนักหลายคน รวมทั้งกวีเอกคือ สุนทรภู่ ตัวเอกของเรื่องมี

ดินแดนที่มีชื่อว่าสุโขทัยซึ่งมีความหมายว่า รุ่งอรุณแห่งความสุข เป็นอาณาจักรแห่งแรกของชนชาติไทยกว่า 700 ปีมาแล้ว ในอดีตสุโขทัยเป็นศูนย์กลางการค้าในภูมิภาคนี้ มีการติดต่อสัมพันธ์กับล้านนาล้านช้าง และพุกาม จึงปรากฏโบราณวัตถุสถานจำนวนมากในดินแดนนี้โดยบริเวณเมืองเก่าที่ อ. ศรีสัชนาลัย และ อ. เมือง ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมเมื่อปี พ.ศ. 2534