บันทึก “รถแห่” ในสถานการณ์โควิด-19

ในช่วง 5-10 ปีมานี้ มหรสพสายพันธุ์ใหม่จากดินแดนที่ราบสูงที่รู้จักกันในนาม “รถแห่” ปรากฏอยู่ในสายตาคนทั่วไป ไม่เฉพาะแต่ในถิ่นที่ของคนอีสานเอง แต่ยังเหมารวมไปถึงภาคกลางและภาคตะวันออกด้วย  รถแห่อีสานวิ่งรับงานกันไม่เว้นแต่ละวัน ทั้งในรูปแบบของการเป็นมหรสพในพิธีกรรมอย่างงานบวช งานกฐิน งานผ้าป่า ไปจนถึงการเปิดวิก ล้อมผ้า (ล้อมสังกะสี) เก็บเงินค่าเข้าชม ถือเป็นยุครุ่งเรืองของศิลปินอีสานรุ่นใหม่เลยก็ว่าได้

แต่เมื่อรัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2563 และประกาศเคอร์ฟิวซึ่งมีผลบังคับใช้ทั่วประเทศ เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ก็มีการประกาศห้ามมีการชุมนุมด้วย งานมหรสพในงานบุญต่างๆ จึงถูกงดไปพร้อมกัน ส่งผลให้รายได้ที่เพิ่มพูนขึ้นจากการวิ่งรับงานของชาวรถแห่ต้องหยุดชะงักไปชั่วขณะ

“ตอนนี้ก็ลำบากครับ ต่างคนต่างแยกย้ายกันกลับบ้านไปก่อน” เสียงสะท้อนของการเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดของเจ้าของรถแห่จากเมืองมหาสารคาม

จาก “รถยู้” สู่ “รถแห่”

รถแห่ซึ่งมีความอลังการใหญ่โต สีสันสดใส ที่หลายคนเคยผ่านตามานั้น มีพัฒนาการมาจากวงดนตรีแห่ในงานบุญของชาวอีสาน จากวงกลองยาวที่มีการผสมวงระหว่างเครื่องประกอบจังหวะ (percussion) คือ กลอง ฉิ่ง ฉาบ กับเครื่องเดินทำนอง (melody) ที่ในระยะแรกมีเพียงพิณและแคน เล่นทำนองพื้นบ้านที่เรียกว่า “ลาย” เช่น ลายเต้ย ลายลมพัดพร้าว ลายเซิ้ง ฯลฯ ในเวลาต่อมาก็มีการผสมวงเป็นวงที่ใหญ่ขึ้น นำเครื่องดนตรีสากลมาใช้ ทั้งคีย์บอร์ด กีตาร์ และเบส แต่ยังคงเสียงพิณซึ่งเป็นเอกลักษณ์ความเป็นอีสานไว้ และต่อเครื่องขยายเสียงกับแบตเตอรี่รถยนต์ แล้วใช้ “รถยู้” หรือรถเข็น เข็นแห่รอบหมู่บ้านขนาดเล็ก

เครื่องเสียงที่ติดอยู่กับรถเข็นนั้นถูกพัฒนาขึ้นมาเป็นเครื่องเสียงขนาดใหญ่ติดตั้งบนรถกระบะ จากนั้นค่อยๆ พัฒนาจนกลายเป็นรถแห่คันใหญ่ขนาดเท่ารถหกล้อ มีเครื่องเสียงเทียบเท่าเวทีหมอลำ และยังสามารถเล่นในขณะเคลื่อนที่ได้ด้วย

ผู้เขียนเห็นว่า รถแห่มีความเป็นลูกผสม (hybrid) ระหว่างความเป็นดนตรีแห่กับวงลูกทุ่งหมอลำ ผสมผสานความเป็นพื้นบ้านและความทันสมัย ผ่านฝีมือความชำนิชำนาญด้านดนตรีและความรู้ด้านเทคโนโลยี

“เรื่องดนตรีแห่มันต้องปรับตัวอยู่ตลอดให้เข้ากับโลกสมัยใหม่ หาสิ่งใหม่ๆ มาให้คนตื่นเต้น เข้ากับรสนิยมคนในแต่ละยุค” พี่โอเล่ เจ้าของรถแห่ “ย่องเบามิวสิคออนทัวร์ มหาสารคาม” พูดถึงการปรับตัวในฐานะผู้ประกอบการดนตรีรถแห่

รถแห่ “เน็ตไอดอลบนเวทีออนไลน์”

การเล่นดนตรีของชาวรถแห่ไม่ได้มีแค่บนรถในงานบุญหรือล้อมผ้าโชว์ตามงานวัดเท่านั้น ปัจจุบันยังมาโลดแล่นบนเวทีออนไลน์จนมีชื่อเสียงในวงกว้างอีกด้วย  วิดีโอการแสดงสดของรถแห่คณะดังๆ มียอดวิวเป็นหลักล้าน  กระแสความป็อปของรถแห่ดูได้จากนักร้องหลายคนซึ่งดังเทียบเท่านักร้องดังที่มีค่ายสังกัดเลยทีเดียว โดยเฉพาะ ออย แสงศิลป์ ที่ได้สมญาว่า “ราชารถแห่” และ ใบปอ รัตติยา ที่เรียกขานว่าเป็น “ราชินีรถแห่” ต่างก็เติบโตมาจากคลิปวิดีโอรถแห่ที่ลงใน YouTube

นอกจากนี้บรรดาผู้ประกอบการรถแห่ยังมีการรวมกลุ่มกัน เช่นที่พบเห็นในเฟซบุ๊กอย่าง “ชมรมรถแห่ มโหรี ดนตรีสด แห่งประเทศไทย” ซึ่งจากสถิติปี 2562-2563 มีคณะที่เข้าร่วมจำนวนถึง 39 รายนามรถแห่ และบางเจ้าก็มีรถมากกว่า 1 คัน  แต่ความจริงยังมีรถแห่ที่อยู่นอกชมรมนี้จำนวนมากกว่านี้หลายเท่า  การรวมกลุ่มกันดังกล่าวก็เพื่อหาลูกค้า ปรึกษางาน และตั้งราคากลาง รวมถึงเป็นการเปิดพื้นที่ให้เอื้อเฟื้อช่วยเหลือกัน แชร์ประสบการณ์การทำงานซึ่งกันและกัน สร้างความสนิทสนมกลมเกลียว

การหยุดงานของรถแห่ กับเวลาที่ต้องเดินต่อไป

“ปกติเราจะวางแผนไว้ว่า ช่วงเดือนมีนาฯ–เมษาฯ เป็นช่วงพีค มีงานเยอะที่สุดในรอบปี เราจะเร่งทำงานเก็บเงินไว้สำหรับช่วงเข้าพรรษาที่จะมาถึง สามเดือนที่งานลดลง  ถ้าสถานการณ์แบบนี้แห่ไม่ได้ไปจนถึงออกพรรษาแย่แน่ๆ”

ช่วงเข้าพรรษา งานแห่ที่อยู่ในพื้นที่นั้นค่อนข้างน้อยหรือแทบไม่มีเลยสำหรับบางคัน แต่ชาวรถแห่ก็ช่วยกันหาเวทีโดยการขยับรุกเข้ามาเปิดวิกในเมืองกรุง โดยมีชื่อในวงการว่า “มหกรรมรถแห่” ที่ร้อง เล่น เต้น โชว์ กันในวงล้อมสังกะสี เก็บค่าเข้าชมคนละร้อยสองร้อย

การทำงานที่บ้าน (work from home) สามารถทำได้ในงานหลายอาชีพ แต่ไม่ใช่กับชาวรถแห่และอาชีพศิลปินที่มีหน้างานอยู่กับกลุ่มคน งานบุญ และงานรื่นเริง  จริงที่ว่ารถแห่ไม่ได้มีงานทุกวัน แต่บางวงที่ดังๆ เดือนหนึ่งสามารถรับงานได้มากกว่า 20 งาน  แต่อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการหรือเจ้าของรถก็ต้องแบกภาระทั้งค่าผ่อนรถซึ่งมีราคาสูงคันละกว่าล้านบาท ทั้งค่าใช้จ่ายภายในบ้านและค่าดูแลสมาชิกในวง  เจ้าของรถแห่บางคันที่อยู่ไม่ได้ แบกรับภาระต้นทุนไม่ไหว ก็จำใจต้องประกาศขายรถ เป็นปรากฏการณ์ที่พบเห็นมากในเฟซบุ๊กช่วงนี้

ดังนั้นรายได้อย่างเดียวที่มีในตอนนี้ก็คือการโลดแล่นบนเวทีออนไลน์ เช่น ยูทูบ เฟซบุ๊ก  สมาชิกบางคนในวงที่เป็นยูทูบเบอร์มีรายได้บ้างจากงานนี้ แต่ไม่มากมายเท่าการเล่นสดที่มีงานอยู่เกือบทุกวัน บางคนจึงขยับไปเป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์กันบ้าง

“แต่เมื่อต้นเดือนพี่คนที่ทำยูทูบก็เอาเงินมาแบ่งให้คนในวงอยู่ครับ” เสียงจากนักร้องรถแห่เอ่ยถึงน้ำใจในยามยากจากเพื่อนร่วมงานบางคนซึ่งยังมีรายได้ในวิกฤตนี้ แม้ไม่มากมายแต่พวกเขาก็ช่วยเหลือเจือจานกัน

—ขอเป็นกำลังใจให้ศิลปิน คนทำงานทุกท่าน ผ่านวิกฤตและกลับมาจับไมค์ร้องเพลง เต้นหน้ารถ ไปด้วยกันอีกครั้ง—

ขอขอบคุณ: คณะรถแห่ย่องเบามิวสิคออนทัวร์ มหาสารคาม, ชมรมรถแห่ มโหรี ดนตรีสด แห่งประเทศไทย

Share on facebook
Share on twitter
Share on pinterest
Previous
Next

Guide ใกล้ : Application คู่ใจคนชอบท่องเที่ยวตัวจริง

Guide ใกล้ เหมือนมีไกด์ไว้ใกล้ตัว
Application นี้จะช่วยแนะนำว่า ตำแหน่งรอบตัวเรามีที่เที่ยว ร้านอาหาร ร้านขายของ ที่พัก หรือสถานที่จุดใดน่าแวะไปสัมผัส ชิม ช็อป แชะ แชร์ พร้อมกิจกรรมเด่นประจำเดือน แผนที่ลงจุดใช้งานง่าย ดูสนุกและสะดวก แค่ดูภาพสวยๆ ก็อยากไปแล้ว

Writer/ Photographer

จารุวรรณ ด้วงคำจันทร์

จารุวรรณ ด้วงคำจันทร์

Relate Place

Travel

บ้านดงเย็น ร่มเย็นสมชื่อ

ถ้ามาเที่ยวที่บ้านเชียง และอยากซื้อของฝากกลับไป คุณจะนึกถึงอะไรเป็นอย่างแรก? เชื่อว่าหลายคนทราบกันดีว่าสินค้า OTOP ที่ขึ้นชื่อที่สุดของที่นี่ก็คือ ไหหม้อดิน แต่ก็ไม่ได้มีแค่ไหเท่านั้นที่เป็นของดีของเด่นประจำเมือง นายรอบรู้เลยจะพาทุกคนไปรู้จักกับ ชุมชนบ้านดงเย็น

News

Good Society Expo 2018 : ทำดีหวังผลเริ่มต้นที่เรา

“Good Society Expo 2018 : ทำดีหวังผลเริ่มต้นที่เรา” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อสนับสนุนให้คนไทยร่วมกันทำความดีให้เกิดผลต่อสังคมไทย ที่ห้างสรรพสินค้า Central World ในวันที่ 13 – 16 กันยายนนี้

Eat

กุ้งจ่อมรสเด็ดประโคนชัย

บุรีรัมย์ : มาเที่ยวเมืองปราสาทขอม อย่าลืมถามหา “กุ้งจ่อม” ของดีของเด็ดประจำเมืองไปเป็นของฝาก โดยเฉพาะกุ้งจ่อมสามรสกินกับข้าวสวยร้อนๆ รับรองว่าอร่อยทุกคำที่เข้าปากเลยทีเดียว

ชุมชนเจริญไชย-เยาราช
Travel

ชุมชนเจริญไชย : เที่ยวตลาดเครื่องกระดาษ และของไหว้เจ้า​

ซ.เจริญกรุง 21 ข้างวัดเล่งเน่ยยี่ มีชุมชนเล็กๆ ที่เป็นแหล่งผลิตเครื่องกระดาษสำหรับไหว้เจ้าสำคัญที่สุดของเมืองไทย ว่ากันว่า งานเทศกาลใหญ่ๆ อย่างกินเจภูเก็ต หรืองานกงเต็กอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับ ชาวไทยเชื้อสายจีนต่างก็จะมาซื้อเครื่องกระดาษไปจากที่นี่