
หอชมทุ่งบ้านต้นตาล @ สุพรรณบุรี
ที่เที่ยวใหม่ที่อยากพาทุกคนมาชมบรรยากาศท้องทุ่งนาแบบสุดลูกหูลูกตาจากมุมสูง นั่นคือ หอชมทุ่งต้นตาล ตั้งอยู่ที่ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี
ประตูรั้วสีเขียวที่วางตัวอย่างเรียบง่ายและกลมกลืนกับต้นไม้ใหญ่ย่านเอกมัย ถูกเปิดออกและเผยให้เห็นความร่มครึ้มของพื้นที่ภายใน บ้านหลังเล็กที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณและผลงานศิลปะชั้นครู คือบ้านของ 1 ใน 52 นายช่างเอกในรอบ 200 ปี แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
อาจารย์ “จักรพันธุ์ โปษยกฤต” ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ประจำปีพุทธศักราช 2543 ศิลปินผู้สร้างสรรค์สืบสานมรดกศิลป์ของไทย ด้วยอัตลักษณ์ความเป็นเอกในการถ่ายทอดผลงานที่เปี่ยมล้นไปด้วยคุณค่าทางสุนทรียภาพ
อาจารย์มีความเชี่ยวชาญทั้งด้านจิตรกรรมร่วมสมัย จิตรกรรมแนวไทยประเพณี ประติมากรรม โดยเฉพาะผลงานหุ่นกระบอกของท่านนั้น นับเป็นงานช่างที่ต้องอาศัย หรือผสานวิชาความรู้ในศาสตร์หลายแขนง กล่าวกันว่ามหรสพหุ่นเป็นศิลปกรรมร่วม ซึ่งรวมเอาสรรพศิลปวิทยาทุกแขนงไว้ด้วยกัน ทั้งจิตรกรรมประติมากรรม สถาปัตยกรรม มัณฑนศิลป์ ประณีตศิลป์ ดุริยางคศิลป์ นาฏศิลป์ และบทวรรณกรรม
บ้านหลังนี้เป็นที่ตั้งมูลนิธิจักรพันธุ์ โปษยกฤต ซึ่งวันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม ที่ผ่านมา ได้เปิดบ้านจัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียนครั้งที่ 2 ชุด “หุ่นกระบอก ตอนโจโฉแตกทัพเรือ” โดยรวบรวมผลงานจากการแสดงหุ่นกระบอกเรื่อง “สามก๊ก” ตอนโจโฉแตกทัพเรือ เมื่อครั้งปี พ.ศ.2532 ที่เคยออกโรงเคลื่อนไหวร่ายรำ มีชีวิต ปรากฏบนเวที ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ไว้ได้อย่างครบถ้วน
ผลงานหุ่นกระบอกชุดนี้ล้วนมีความวิจิตรอลังการ เปรียบเสมือนสิ่งมีชีวิตอันอาศัยลมหายใจและวิญญาณจากมนุษย์เป็นกำลัง ซึ่งถือเป็นศิลปกรรมของชาติล้ำค่าที่หาชมได้ยากยิ่งและไม่เคยจัดแสดงที่ไหนมาก่อน
ผลงานซึ่งอยู่ในความทรงจำที่ประทับใจอันงดงามของทุกคนในครั้งนั้น ทางมูลนิธิฯ ได้นำมาจัดแสดง จึงอุปมาดั่งการปลุกบรรดาสรรพชีววัตถุ 80 ชีวิต ให้ฟื้นจากการหลับสนิทอย่างยาวนานถึง 30 ปี ออกมาปรากฏแก่สายตา
หุ่นกระบอก 80 หุ่น เช่น หุ่นกระบอกสามพี่น้องร่วมสาบาน คือกวนอู เล่าปี่ เตียวหุย จิวยี่นายทัพใหญ่ จูล่ง หุ่นตัวนางบิฮูหยิน ไต้เกี้ยว เสียวเกี้ยว ตลอดจนกลุ่มนางระบำ นางกำนัลทรงเครื่องศิราภรณ์ พร้อมทั้งฉากใหญ่สองผืน เรือมังกรโจโฉและเรือรบ เรือเสบียง เรือประทุน รวม 6 ลำ ที่คิดค้นกลไกขณะไฟกำลังลุกไหม้เป็นเรือทะเลเพลิงได้อย่างสมจริง มีซุ้มประตูม่านปักลายมังกรหงส์ รวมทั้งเครื่องประกอบฉากทุกชิ้นที่ใช้ในการแสดงครั้งนั้น อีกทั้งขบวนม้า ฉากจิตรกรรมจีนยืนเรื่องขนาดใหญ่ฝีมือเขียนของอาจารย์จักรพันธุ์ เพียงท่านเดียวทั้งผืน
นอกจากจะได้ชื่นชมความงดงามของตัวหุ่นกระบอกแล้ว ยังสามารถอ่านเกร็ดความรู้ของหุ่นกระบอกแต่ละตัว พร้อมทั้งดูภาพเคลื่อนไหวการเชิดหุ่นกระบอก ผ่านการสแกนคิวอาร์โค้ดบริเวณหน้าตู้กระจกที่โชว์หุ่นกระบอก อีกทั้งยังมีภาพถ่ายและข้อมูลเบื้องหลังการเตรียมงานแสดงอันสำคัญที่หาชมยาก เช่น ภาพร่างการออกแบบลายปัก ผังการแสดง ที่เก็บรักษาไว้ไม่เคยนำออกเผยแพร่มาก่อน
การจัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียน ณ มูลนิธิ จักรพันธุ์ โปษยกฤต ครั้งนี้ จะจัดแสดงไปถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2563
ขอขอบคุณ
ข้อมูล จากมูลนิธิจักรพันธุ์ โปษยกฤต
เลขที่ 49/1 ถนนสุขุมวิท 63 (ซอยเอกมัย) เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร
จัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียนครั้งที่ 2 ตั้งแต่วันอาทิตย์ ที่ 18 สิงหาคม 2562 – วันเสาร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563
สามารถเข้าชมนิทรรศการได้ทุกวัน (ไม่มีวันหยุด) ตั้งแต่ เวลา 13.00 น. – 16.30 น.
ติดต่อสอบถามได้ที่ เบอร์โทร 02-392-7754 หรือ 087-332-5467
ค่าธรรมเนียมเข้าชม ผู้ใหญ่ท่านละ 100 บาท
นักเรียน นิสิต นักศึกษาในเครื่องแบบหรือแสดงบัตรประจำตัว ท่านละ 50 บาท
สถาบันการศึกษาขอเข้าชมเป็นหมู่คณะ ไม่เสียค่าธรรมเนียม
Guide ใกล้ เหมือนมีไกด์ไว้ใกล้ตัว
Application นี้จะช่วยแนะนำว่า ตำแหน่งรอบตัวเรามีที่เที่ยว ร้านอาหาร ร้านขายของ ที่พัก หรือสถานที่จุดใดน่าแวะไปสัมผัส ชิม ช็อป แชะ แชร์ พร้อมกิจกรรมเด่นประจำเดือน แผนที่ลงจุดใช้งานง่าย ดูสนุกและสะดวก แค่ดูภาพสวยๆ ก็อยากไปแล้ว

ที่เที่ยวใหม่ที่อยากพาทุกคนมาชมบรรยากาศท้องทุ่งนาแบบสุดลูกหูลูกตาจากมุมสูง นั่นคือ หอชมทุ่งต้นตาล ตั้งอยู่ที่ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี

ภาพทะเลหมอกสีขาว ให้ความรู้สึกราวกับอยู่บนสรวงสวรรค์ คงเป็นสิ่งที่ใครๆ อยากจะพบ “นายรอบรู้” เองก็เหมือนกัน

“ถ้ำแม่ลาน้อย” หรือชื่อที่พระราชทานโดย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ว่า “ถ้ำแก้วโกมล” หมายถึง แก้วแห่งความงาม สมกับลักษณะผลึกภายในที่จับตัวเป็นลักษณะต่างกันไป

ช่วง 5 – 10 ปีมานี้ ในขณะที่เพลงจากท้องถิ่นอื่นๆ ได้เบาบางลงไปในกระแสเพลงหลักทั้งวิทยุ โทรทัศน์ และในอินเตอร์เน็ต แต่เพลงจากอีสานกลับโด่งดังขึ้นมาเป็นพลุแตก บางคนถือว่าดังได้ข้ามคืนมียอดผู้ชมกว่าล้านครั้ง กลายเป็นศิลปินหน้าใหม่ในวงการเพลงไทยเลยก็ไม่น้อย และก่อกำเนิดค่ายเพลงอีสานทั้งใหญ่น้อยมากมาย มีค่ายเพลงและสตูดิโอที่โด่งดังเป็นที่รู้จัก เช่น ค่ายเซิ้งมิวสิค ที่โด่งดังจากการทำหนังไทบ้านเดอะซีรี่ย์, คืนถิ่น สตูดิโอ,ภูไทเร็คคอร์ด ฯลฯ กลุ่มคนทำเพลงเหล่านี้สร้างมิติใหม่แห่งวงการเพลงอีสาน ขยายวงกว้างขึ้นไปสู่ระดับวงการเพลงไทยที่ไม่ใช่แค่ความดังระดับท้องถิ่นเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป ศิลปินบางคนมีงานแทบทุกวันหรือมีงานวันละหลายงานซึ่งงานที่ไปทัวร์คอนเสิร์ตไม่ใช่เพียงแค่ในดินแดนที่ราบสูงอีสานบ้านเฮา แต่เป็นงานที่ไปนอกพื้นที่โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ การทำเพลงอีสานร่วมสมัยจึงไม่ใช่การทำฟังกันเองอีกต่อไป เพลงอีสานสมัยใหม่จึงมีความหลากหลาย ทั้งท่วงทำนอง เนื้อหา โดยเฉพาะเรื่องของดนตรี เครื่องดนตรีอีสานในมุมมองที่แตกต่าง