Athita คาเฟ่ลับหลังกำแพงอิฐ


ATHITA เป็นที่พักสไตล์โมเดิร์นล้านนาที่ซ่อนตัวอย่างกลมกลืนในย่านเมืองเก่าเชียงแสน โดดเด่นด้วยการออกแบบและตกแต่งสไตล์ไทยล้านนา ผสมผสานระหว่างอดีตและปัจจุบันได้อย่างลงตัว
ด้วยแนวคิดงานออกแบบที่เน้นความกลมกลืนไปกับชุมชนและวัดวาอารามเก่าแก่โดยรอบ ATHITA จึงถูกสร้างขึ้นด้วยไม้สักและอิฐทำมือเกือบทั้งหลัง โดยสร้างแนวกำแพงอิฐมอญที่ดูคล้ายกำแพงเมืองโบราณในเชียงแสน แล้วซ่อนตัวอาคารไม้สักสูงขนาดสองชั้นที่ดูไม่ต่างจากบ้านไม้ในชนบทไว้แบบเป็นส่วนตัว

เมื่อเปิดประตูเข้าไปด้านใน จะเป็นโซน Café & Restaurant ที่เปิดให้บริการสำหรับแขกที่เข้าพักและนักท่องเที่ยวทั่วไป ได้มานั่งจิบชากาแฟออร์แกนิก และชิมอาหารเพื่อสุขภาพ ท่ามกลางบรรยากาศเย็นสบายแบบโอเพ่นแอร์
มีวิวด้านหน้าเป็นคอร์ตสนามหญ้าสี่เหลี่ยมผืนใหญ่ มีกำแพงอิฐมอญที่ไม่สูงนักเพื่อเปิดมุมมองให้เห็นยอดเจดีย์และพระพุทธรูปโบราณอายุกว่า 500 ปี ที่ประดิษฐานอยู่ ณ วัดอาทิต้นแก้ว หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่บอกเล่าความเป็นเมืองเก่าของเชียงแสนได้เป็นอย่างดี
บริเวณคอร์ตสนามหญ้านอกจากเป็นลานกิจกรรมแล้ว ยังเป็นแปลงผักสวนครัวขนาดย่อม ที่ปลูกผักแซมไว้ตามริมกำแพง ทั้งตกแต่งให้ดูสวยงามและนำมาใช้ปรุงอาหารเสิร์ฟลูกค้าอีกด้วย 

เมนูอาหารของที่นี่ปรุงจากวัตถุดิบออร์แกนิก ทั้งที่ปลูกเองและอุดหนุนจากชาวบ้านในละแวกที่ปลูกแบบไร้สารเคมี ลองสั่งเมนูเรียกน้ำย่อยอย่าง ปอเปี๊ยะเหียเต๊อะ เป็นปอเปี๊ยะทอดสูตรดั้งเดิม กรอบนอกนุ่มในสอดไส้หมูสับคลุกเคล้ากับวุ้นเส้น เคียงมาด้วยผักพื้นบ้านไร้สารเคมี อย่างต้นหอม ผักชี ใบโหระพา ผักชีลาว และผักสลัด เสิร์ฟคู่กับน้ำจิ้มถั่วสูตรอทิตา ในภาชนะสานใบเก๋

ต่อกันด้วยเมนูข้าวนึ่งใบบัว คำว่า นึ่ง ในภาษาเหนือแปลว่า อบ ข้าวนึ่งใบบัวคือข้าวอบใบบัว ที่ประกอบด้วย หมู กุนเชียง กุ้งแห้ง และไข่แดงที่ปรุงรสด้วยเครื่องเทศสมุนไพรพื้นเมือง เสิร์ฟมาพร้อมน้ำจิ้ม 2 รสชาติทั้งหวานและเปรี้ยวอร่อยลงตัว สั่งมาคู่กับ มัสมั่นไก่ รสชาติหอมกลิ่นยี่หร่า กลมกล่อมเข้าถึงเครื่องเทศ  เสิร์ฟมร้อนๆ ในหม้อดินใบกะทัดรัด

เพิ่มความจัดจ้านด้วย ยำจิ๊นปิ้ง จิ๊นในภาษาเหนือแปลว่า เนื้อ ส่วนปิ้งในภาษาเหนือคือ ย่าง ยำเนื้อย่างที่อทิตาคัดสรรเนื้ออย่างดี นำมาย่างสุกกะลังดีเนื้อนุ่มฉ่ำ หั่นชิ้นหนาพอดีคำ คลุกเคล้ากับพืชผักสมุนไพรพื้นบ้าน และน้ำยำรสจัดจ้าน เสิร์ฟเคียงมากับผักสลัดสดกรอบ และอีกหลายเมนูที่พิถีพิถันทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบ การปรุง และการเลือกภาชนะดีไซต์เก๋

รับรองว่าคุณจะประทับใจในทุกรายละเอียดที่ Athita The Hidden Court Chiang Saen

Share on facebook
Share on twitter
Share on pinterest

Info

Athita The Hidden Court Chiang Saen

ที่ตั้ง. เวียง อ.​ เชียงแสน จ. เชียงราย

เวลา โซนคาเฟ่เปิด 10.30-20.00 .

โทร. 063-426-9464, 053-602-731-2

Previous
Next

Guide ใกล้ : Application คู่ใจคนชอบท่องเที่ยวตัวจริง

Guide ใกล้ เหมือนมีไกด์ไว้ใกล้ตัว
Application นี้จะช่วยแนะนำว่า ตำแหน่งรอบตัวเรามีที่เที่ยว ร้านอาหาร ร้านขายของ ที่พัก หรือสถานที่จุดใดน่าแวะไปสัมผัส ชิม ช็อป แชะ แชร์ พร้อมกิจกรรมเด่นประจำเดือน แผนที่ลงจุดใช้งานง่าย ดูสนุกและสะดวก แค่ดูภาพสวยๆ ก็อยากไปแล้ว

Writer/ Photographer

พรเพ็ญ วงศ์ศุภชัยนิมิต

พรเพ็ญ วงศ์ศุภชัยนิมิต

Relate Place

กุ้งก้ามกรามเผา ณ เขื่อนลำปาว จ. กาฬสินธุ์
Travel

นั่งเรือชมพรานล่ากุ้งกรามกรามแห่งเขื่อนลำปาว

ไปสัมผัสวิถีชีวิตและเรื่องราวของพรานล่ากุ้งก้ามกรามแห่งเขื่อนลำปาว ที่ อ.สหัสขันธ์ จ. กาฬสินธุ์ ชมวิธีการงมกุ้งก้ามกรามตัวโต จนไปถึงกินกุ้งจนพุงกาง

Eat

บ้าน ๑,๐๐๐ ไม้ : หลากพันธุ์ไม้ หลายความสุข

สำหรับชีวิตคนเมืองที่พยายามหลบสีเทาๆ ของป่าคอนกรีตไปสูดอากาศบริสุทธิ์ของต้นไม้สีเขียว ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ นัก ตามเส้นทางของแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่าน จ. ปทุมธานี แตกแขนงแยกย้อยออกไปเป็นคลองเล็กๆ ชื่อว่า คลองบางเตย อ. สามโคก มีคาเฟ่บรรยากาศอบอุ่น แฝงไปด้วยวิถีชีวิตแบบพอเพียงซ่อนตัวอยู่ ที่นั่นก็คือ “บ้าน ๑,๐๐๐ ไม้ คาเฟ่แอนด์ฟาร์ม”

Eat

Love เลย Coffee

เลย : พ้นหนาวไปหลายเดือนแล้ว แต่ความทรงจำจากเมืองเลยที่เขาว่ากันว่า “สุดหนาวในสยาม” ก็ยังไม่จางไปจากใจ ยามใดที่ได้ถือกาแฟให้อุ่นมือสักถ้วย ยามนั้นเป็นต้องหวนคิดถึงร้านกาแฟน่ารักๆ อย่าง Love เลย Coffee

Shopping

ผ้าหมักโคลนเจ้าพระยา สินค้าOTOP จากอุทกภัย

ใครจะรู้ว่าโคลนที่เอามามาร์กหน้า พอกตัวยังสามารถทำให้ผ้าเกิดความนุ่มลื่นขึ้น จากความช่างสังเกตของ          คุณดวงพร อารีพันธุ์ หัวหน้ากลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านภูมิปัญญาผ้าหมักโคลน ที่ได้ค้นพบวิธีการหมักผ้าไทยด้วยโคลนจากแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้เนื้อผ้ามีสัมผัสนุ่มลื่นจนเป็นเอกลักษณ์ที่สร้างรายได้ให้กับชุมชน จากอุทกภัยน้ำท่วมเมื่อปี 2538 ที่ ต.บางน้ำเชี่ยว อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี ทำให้ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ เกิดความเสียหาย หลังจากน้ำลด ดวงพร ได้ทำความสะอาดบ้านจึงไปพบกับห่อผ้าของคุณแม่ที่ถูกโคลนทับเป็นเวลา 2-3 เดือน หลังจากนำมาซักกลับพบว่าผ้ามันนุ่มลื่น จนเกิดไอเดียเป็น “ผ้าหมักโคลนเจ้าพระยา” เช่นทุกวันนี้ แรกเริ่มเดิมทีคุณดวงพรใช้ผ้าลายไทยที่เป็นอัตลักษณ์ของภาคกลางไปหมักโคลนให้นุ่ม