“น้ำนมใบเตย” ข้าวเหนียวอินทรีย์ทฤษฎีเพลินตา

ผืนนาไม่ใหญ่ไม่โตล้อมรอบด้วยคันดินที่ถูกหย่อนเมล็ดพันธุ์นานาไว้ ข้างคันนามีบึงน้ำและฝูงปลาแหวกว่าย คือสวน “โนน ห้วย หนอง นา พาเพลิน” ขนาด 5 ไร่ ที่ “เพลินตา เจตินัย” ตั้งใจจะทำให้กลายเป็นท้องนากลางป่า

“ตอนเด็กๆ เคยทานข้าวของคุณตาคุณยาย อร้อย…อร่อย ห้อม…หอม  หลังจากพวกท่านเสียก็ไม่ได้ทานข้าวที่นี่อีก  เมื่อเรากลับมาศรีสะเกษอีกครั้ง ข้าวเช่นนั้นไม่มีอีกแล้ว  เราสงสัยบางพันธุ์ชื่อว่าข้าวหอมมะลิ ทำไมไม่หอม” คือความคิดที่จุดประกายให้เพลินตา เกษตรกรวัย 66 ปี เจ้าของสวนแห่งนี้ในหมู่บ้านโนนแกด จ. ศรีสะเกษ เริ่มรังสรรค์ข้าวในแบบของเธอเอง

นาข้าวของเพลินตาปราศจากสารเคมี เป็นแปลงนาอินทรีย์ ปลูกด้วยมือ ดำด้วยมือ และถอนวัชพืชเองกับมือ  เม็ดข้าวจะทั้งนุ่ม หอม และยิ่งเรียงรวงสวยงาม เมื่อคนปลูกใส่หัวใจลงไปในแปลง  ทุกกระบวนการตลอดจนการแพ็กส่งขาย ล้วนคือน้ำพักน้ำแรงของเธอ

สวนนี้ปลูกข้าวหลายพันธุ์ เริ่มจากข้าวหอมมะลิขาว หอมมะลิแดง และไรซ์เบอร์รี หมุนเวียนไปในแต่ละฤดูกาล  นอกจากนี้ยังมี “ข้าวเหนียวน้ำนมใบเตย” ข้าวอีกชนิดที่ส่งออกจนหมดในปีนี้

ข้าวเหนียวน้ำนมใบเตยเมล็ดจะเหนียวนุ่ม และมีกลิ่นผสมระหว่างน้ำนมกับใบเตยหอมจรุง ซึ่งไม่ได้เกิดจากการปรุงแต่ง และชื่อของพันธุ์ข้าวก็ตั้งตามลักษณะพิเศษนี้

นาเกษตรอินทรีย์เป็นผืนนาธรรมชาติที่มนุษย์ไม่อาจควบคุมลักษณะข้าวได้อย่างใจ เพลินตาจึงต้องเกี่ยวเก็บรวงข้าวขณะสุกได้เพียงครึ่งรวง เพราะหากรอเกี่ยวช้าไปกว่านี้ ข้าวจะเน่าเสียอีกครึ่ง

เมื่อได้ข้าวที่สุกครึ่งหนึ่ง เกือบสุกครึ่งหนึ่ง กลิ่นน้ำนมข้าวและต้นข้าวจะผสมผสานกันเป็นกลิ่นที่คล้ายกับ “น้ำนมและใบเตย”

เกษตรอินทรีย์ของเพลินตาไม่จำกัดเฉพาะแต่ที่นาเท่านั้น แมกไม้ที่อยู่รอบบริเวณก็ล้วนเป็นเกษตรธรรมชาติ  เธอปลูกไม้ต้นสูงเรียงเป็นแถวแทนรั้วกางกั้นสารเคมีที่ลอยตามแรงลมมาจากนาแห่งอื่น  น้ำที่ใช้ก็เป็นน้ำบาดาลใสสะอาด ฝูงปลาอยู่ร่วมกันได้

“สมัยแรกๆ เราทำไปแบบไม่รู้จักดินมาก่อน” จิรธนา เจตินัย ลูกสาวของเพลินตา ผู้ช่วยคนสำคัญของสวนพาเพลิน ย้อนความถึงผืนดินที่พวกเขาค่อยๆ ฟูมฟักกันมาตลอดระยะเวลา 4 ปี “ช่วงแรกดินไม่ดี ปลูกอะไรก็ไม่ขึ้น เราเลยทำนาแปลงเล็กๆ กันก่อน  ใช้หลักการ ‘ห่มดิน’ ปลูกต้นไม้ให้เกื้อกูลกัน  แล้วเมื่อต้นไม้เติบโต เราก็ทำอย่างเดียวกันในทุกๆ แปลง”

เมื่อสร้างสวนจากแนวคิดเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ จึงคลับคล้ายคลับคลากับการสร้างป่าขนาดย่อม  พวกเขาเพิ่มจำนวนต้นไม้โดยเน้นความหลากหลายของพันธุ์พืช เลือกทำนวเกษตรด้วยการ “ปลูกไม้ 5 ชั้น”

ไม้ 5 ชั้น คือ ชั้นใต้ดินอย่างพวกหัวมัน ชั้นเรี่ยดิน ชั้นบนดิน และไม้สูงอีกสองระดับชั้น ไล่ตามความสูงของยอดใบขึ้นไป อันจะทำให้เกิดร่มเงาและความอุดมสมบูรณ์อย่างสมดุลของป่าไพร

“ทำไร่นาให้เป็นซูเปอร์มาร์เกต หากจะกินข้าวก็ก่อไฟที่นั่น มีผักอยู่ที่นั่น ปลาก็อยู่ตรงนั้นด้วย” ถ้อยคำบอกเล่าวิถีชีวิตของคนที่เคยเป็นทั้งพยาบาลและเจ้าของสปานวดแผนไทยเมื่อ 4 ปีที่แล้ว  วันนี้เพลินตายังคงสร้างความสุขด้วยการมอบสุขภาพดีๆ ให้ผู้คนอยู่เสมอ

“โรงเรียนสูงวัยใจเกินร้อย” อีกหนึ่งความสุขที่เพลินตารังสรรค์ให้บ้านโนนแกด เป็นโรงเรียนขนาดย่อมที่เธอเองเป็นทั้งผู้อำนวยการและคุณครู มอบองค์ความรู้และพื้นที่กิจกรรมสำหรับผู้สูงวัยกว่าครึ่งหมู่บ้าน ด้วยความเชื่อว่าทุกๆ คนสามารถสร้างคุณค่าอะไรบางอย่างได้

สมาชิกในโรงเรียนจะแลกเปลี่ยนปัญญาและความสนุกสนาน โดยเฉพาะเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมและพื้นที่สีเขียว  เพลินตามีโจทย์ให้แต่ละบ้านปลูกผักสวนครัวไว้กินเอง รวมทั้งใช้ประโยชน์จากสมุนไพรอินทรีย์และสร้างผลิตภัณฑ์ดีๆ

นาข้าวอินทรีย์กลางป่าผืนเล็กๆ ของเพลินตา คือตัวอย่างชิ้นสำคัญให้คนในหมู่บ้านและนักเรียนโรงเรียนสูงวัยใจเกินร้อยได้เรียนรู้  และ “ข้าวเหนียวน้ำนมใบเตย” คือผลลัพธ์ที่มีค่ามากกว่าความอร่อย

“ไม่ทำลายธรรมชาติ ไม่ทำลายตัวเอง ทำเพื่อให้คนในสังคมอยู่สบายมากขึ้น ขณะเดียวกันนั้นก็คืนสิ่งดีๆ กลับสู่ธรรมชาติ” คือความหมายของเกษตรอินทรีย์สำหรับ เพลินตา เจตินัย

Share on facebook
Share on twitter
Share on pinterest

Info

สวนเพลินตา

ที่ตั้ง หมู่บ้านโนนแกด ต.ทุ่ม อ. เมือง จ. ศรีสะเกษ

โทร. 097 351 0235

Facebook https://www.facebook.com/Khaawmae/ หรือ https://www.messenger.com/t/Khaawmae

Previous
Next

Guide ใกล้ : Application คู่ใจคนชอบท่องเที่ยวตัวจริง

Guide ใกล้ เหมือนมีไกด์ไว้ใกล้ตัว
Application นี้จะช่วยแนะนำว่า ตำแหน่งรอบตัวเรามีที่เที่ยว ร้านอาหาร ร้านขายของ ที่พัก หรือสถานที่จุดใดน่าแวะไปสัมผัส ชิม ช็อป แชะ แชร์ พร้อมกิจกรรมเด่นประจำเดือน แผนที่ลงจุดใช้งานง่าย ดูสนุกและสะดวก แค่ดูภาพสวยๆ ก็อยากไปแล้ว

Writer/ Photographer

นิสากรม์ ทองทา

นิสากรม์ ทองทา

Relate Place

News

ททท. จัดกิจกรรม “มากินกัญ” เทศกาลอาหารสุขภาพเพื่อการท่องเที่ยวสายเขียว ชูเทรนด์ ‘กัญชา-กัญชง’

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้ากระตุ้นการท่องเที่ยวและส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนภายใต้โครงการ Gastronomy Amazing ยิ่งกว่าเดิม กับเทรนด์ “กัญชา-กัญชง” ในเทศกาลอาหารสุขภาพเพื่อการท่องเที่ยวสายเขียว “มากินกัญ” ยกระดับอาหารไทยรูปแบบ Local to Royal และ Ganja Omakase Premium ชิมอาหารและเครื่องดื่มจากกัญชา พร้อมพบกับผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพความงามในตลาดกัญชา-กัญชงมาร์เก็ต และเลือกซื้อโปรแกรมท่องเที่ยวจากผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยว รวมถึงจัดเสวนาเรื่องกัญชาและเพลิดเพลินการแสดงดนตรี ในการจัดกิจกรรมรูปแบบ Covid Free-Setting อย่างเคร่งครัด

News

มิวเซียมสยาม ชวนเที่ยวนิทรรศการรอยสัก “ไทย-ไต้หวัน” “สักสี สักศรี : ก่อนรอยแห่งเกียรติจะลบเลือน”

กรุงเทพฯ 31 กรกฎาคม 2562 – มิวเซียมสยาม ชวนคนรุ่นใหม่ เที่ยวชมนิทรรศการ “สักสี สักศรี: ก่อนรอยแห่งเกียรติจะลบเลือน (Tattoo COLOR, Tattoo HONOR)” นิทรรศการมรดกทางวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์ ‘ไทย – ไต้หวัน’ ผ่านศิลปะบนเรือนร่าง สู่การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ ครั้งแรกของไทย จาก 3 กลุ่มชาติพันธุ์ คือ ชาวไท่หย่า (Atayal) ชาวไผวัน (Paiwan) จากไต้หวัน และชาวล้านนาไทย

News

“สวัสดีปีจอหมา มาคอยท่าปีกุนหมู”

นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์“สวัสดีปีจอหมา มาคอยท่าปีกุนหมู” ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จัดโดย สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร 11 ธันวาคม 2561 – 10 มีนาคม 2562 ห้องนิทรรศการหลัก ชั้น 9

Travel

ตามรอย “วรรณคดีขึ้นชื่อ” ขุนช้างขุนแผน

ตามรอย “วรรณคดีขึ้นชื่อ” ขุนช้างขุนแผน “วรรณคดีขึ้นชื่อ” เป็นวลีหนึ่งในคำขวัญจังหวัดสุพรรณบุรี และเมื่อเอ่ยถึงงานวรรณคดีที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดนี้ ก็ต้องหมายถึง ขุนช้างขุนแผน สุดยอดวรรณคดีอมตะที่อยู่คู่สังคมไทยมาแต่โบราณ ตัดม่านกองไว้แล้วไคลคลา เปิดมุ้งเห็นหน้าเจ้าวันทอง หลับอยู่บนเตียงเคียงข้าง ขุนช้างกอดกลมประสมสองขุนช้างขุนแผนก่อเกิดจากนิทานพื้นบ้านที่มีมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ที่อิงเหตุการณ์ และสถานที่สำคัญในยุคนั้นได้อย่างสนุกสนานชวนติดตาม มีการเล่าต่อกันมา แล้วนำเรื่องราวมาผูกเป็นกลอนเพื่อใช้ขับเสภา ภายหลังการเสียกรุงครั้งที่ 2 บทเสภาดั้งเดิมสูญหายไปมาก ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ จึงมีการรวบรวมของเก่าและแต่งขึ้นใหม่ โดยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงพระราชนิพนธ์ ร่วมกับกวีแห่งราชสำนักหลายคน รวมทั้งกวีเอกคือ สุนทรภู่ ตัวเอกของเรื่องมี