
“น้ำนมใบเตย” ข้าวเหนียวอินทรีย์ทฤษฎีเพลินตา
ผืนนาไม่ใหญ่ไม่โตล้อมรอบด้วยคันดินที่ถูกหย่อนเมล็ดพันธุ์นานาไว้ ข้างคันนามีบึงน้ำและฝูงปลาแหวกว่าย คือสวน “โนน ห้วย หนอง นา พาเพลิน” ขนาด 5 ไร่ ที่ “เพลินตา เจตินัย” ตั้งใจจะทำให้กลายเป็นท้องนากลางป่า
ได้ยินข่าวมาสักพักใหญ่แล้วว่าปัจจุบันเมืองไทยเป็นแหล่งปลูกโกโก้คุณภาพดี วันนี้มีโอกาสดีได้มาเยือน Cocoa ValleyResort ที่ไม่เพียงเป็นแหล่งปลูกโกโก้อินทรีย์ที่มีคุณภาพเท่านั้น ที่นี่ยังแปรรูปโกโก้จนเป็นช็อคโกแลตแสนอร่อย แล้วยังมีคาเฟ่แสนน่ารักๆ เสิร์ฟเมนูหวานหอมจากช็อคโกแลตหลากหลายเมนู
Cocoa ValleyResort เกิดจากความตั้งใจ มนูญ ทนะวัง ที่กลับบ้านมารีโนเวทโรงแรมเก่าของครอบครัว ให้เป็นรีสอร์ทร่มรื่นมีดีไซน์ทันสมัย และด้วยความหลงรักในรสชาติของช็อคโกแลต ทำให้มนูญลงทุนไปเรียนรู้วิธีการปลูก ขั้นตอนการแปรรูป จนไปถึงการคิดสูตรเครื่องดื่มและขนมในร้านเอง
นี่คือครั้งแรกในชีวิตที่ผมจะได้เห็นต้นโกโก้ และที่สำคัญได้ยินมาว่าจะได้ชิมเนื้อโกโก้สดกันด้วย ว่าแล้วก็ใส่รองเท้าบู้ทรีบรุดเข้าสวนโกโก้กันเลย
ต้นโกโก้หน้าตาคล้ายๆ กับต้นมังคุด ส่วนผลนั้นหน้าตาเหมือนมะละกอผิวขรุขระ เมื่อโกโก้ติดผลจะต้องใช้เวลาราวๆ 5 เดือน จึงจะเก็บผลผลิตได้ สังเกตุง่ายๆ จากสีเขียวบนผิวจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลือง ถือว่าพร้อมเก็บเกี่ยวแล้ว
เมื่อผ่าผลโกโก้แล้ว หน้าตาและกลิ่นคล้ายกับน้อยหน่า รสชาติของเนื้อโกโก้นั้นยากจะบรรยาย บางคนว่าคล้ายน้อยหน่า บ้างว่ามังคุด มีความหวานอมเปรี้ยว หอมจางๆ แต่เมื่อลองกัดเมล็ดแข็งความขมและกลิ่นหอมจางๆ แบบที่คุ้นเคยก็ออกมาทักทาย
เมล็ดแข็งภายในเนื้อโกโก้นี้เอง ที่จะผ่านกระบวนการตาก กระเทาะเปลือก ฝัด และนำไปนวด จนได้เนื้อช็อคโกแลต 100% แบบที่เราทานกัน เรามีโอกาสได้เข้าไปดูแม่อุ๊ยฝัดเมล็ดโกโก้ ลักษณะคล้ายๆ กับการฝัดข้าวแบบโบราณ โดยใช้กระด้งใส่เมล็ดโกโก้ที่กระเทาะแล้ว จากนั้นทำการฝัดเพื่อแยกเปลือก และโกโก้นิป กรรมวิธีนี้ต่างประเทศจะใช้เครื่อจักร แต่ที่ Cocoa Valley ใช้แรงมือของแม่อุ๊ย มนูญเล่าว่า ใช้การฝัดโกโก้ ก็เพราะอยากสร้างงานให้กับคนในชุมชน ให้โกโก้เป็นอาชีพรอง มีรายได้หลังว่างจากการทำนา
จากโกโก้นิปแปรรูปไปเป็นดาร์กช็อคโกแลต 100% จนนำมาเสิร์ฟเป็นเมนูต่างๆ ภายใน Cocoa Valley cafe เมนูของหวานมากมายตั้งแต่ Chocolate Lava, Chocolate Dome ต่างเป็นพระเอกของที่นี่ ด้วยรสชาติเข้มข้นหวานมันของช็อคโกแลตแท้ ทำให้ขนมของร้านติดใจใครหลายคนไปตามๆ กัน
อีกหนึ่งอย่างที่ถือว่ามาแล้วห้ามพลาดก็คือ เมนูโกโก้เย็น ที่นี่มีระดับความเข้มให้เลือกถึง 4 ระดับ ใครชอบเข้มข้นมากก็แนะนำ Super Dark ที่เข้มข้นถึงใจ รับรองว่าได้รสชาติของช็อคโกแลตแท้ๆ แน่นอน
ทานช็อคโกแลตกันแบบไม่ต้องกลัวไขมันขึ้น เพราะช็อคโกแลตแท้ของ Cocoa Valley เป็นช็อคโกแลตที่ไม่แยกไขมันเดิมของช็อคโกแลตออกไป ความันที่ได้รับคือไขมันของช็อคโกแลตแท้ๆ ซึ่งเป็นไขมันดี ร่างกายสามารถเผาผลาญได้หมด ทานแล้วไม่อ้วนและยังมีประโยชน์อีกด้วย
กิจกรรมน่าสนุกที่อยากแนะนำ คือการเวิร์คชอปทำช็อคโกแลต “Create your own chocolate” เริ่มด้วยการปรับอุณภูมิช็อคโกแลต โดยเทช็อคโกแลต 100% ลงไปบนแผ่นหินอ่อน เพื่อให้อุณภูมิของช็อคโกแลตลดลง จากนั้นผสมกับน้ำตาลโตนดเพื่อให้ความหวานและหอม เป็นตัวช่วยเพิ่มความอร่อย แล้วทำการเทช็อคโกแลตลงแม่พิมพ์ แต่งหน้าด้วยผลไม้ และธัญพืชตามใจชอบ ได้เป็นช็อคโกแลตสุดเก๋ที่มีอันเดียวในโลก..
เสน่ห์ของเมืองปัวคือมีดอยภูคาเป็นฉากตัดกับทุ่งหญ้าเขียวขจีเบื้องล่าง และท้องฟ้าสีครามด้านบน จึงทำให้ใครหลายๆ คนหลงรัก จ. น่าน และ อ. ปัวแห่งนี้ ยิ่งคุณได้มานอนเอกเขนกพักกาย พักใจที่ Cocoa Valley Resort ด้วยแล้ว รับรอง…ฟิน สุดๆ
ห้องพักของ Cocoa Valley Resort ตกแต่งด้วยแนวคิดอยากให้ทุกคนเข้าถึงธรรมชาติ ด้วยการออกแบบห้องให้โล่ง โปร่ง มีกระจกใสมองออกไปเป็นวิวดอยภูคา ภายในห้องใช้สีขาวและปูนเปลือยให้อารมณ์เรียบง่าย และเข้ากับธรรมชาติ นอกจากนี้ยังใช้อัตลักษณ์ท้องถิ่นใกล้เคียงอย่างผ้าทอของเมืองแพร่ ที่นำมาประดับไว้ในมุมต่างๆ ช่วยให้ห้องดูมีกลิ่นอายของเมืองเหนือมากยิ่งขึ้น
ใครที่กำลังมองหาที่เพิ่มความหวานทั้งรสชาติของโกโก้ และความหวานในชีวิต อย่าลืมมาเยือน Cocoa Valley Resort ไม่แน่ว่ามุมมองความหวานของตัวคุณ…อาจเปลี่ยนไปก็เป็นได้
Guide ใกล้ เหมือนมีไกด์ไว้ใกล้ตัว
Application นี้จะช่วยแนะนำว่า ตำแหน่งรอบตัวเรามีที่เที่ยว ร้านอาหาร ร้านขายของ ที่พัก หรือสถานที่จุดใดน่าแวะไปสัมผัส ชิม ช็อป แชะ แชร์ พร้อมกิจกรรมเด่นประจำเดือน แผนที่ลงจุดใช้งานง่าย ดูสนุกและสะดวก แค่ดูภาพสวยๆ ก็อยากไปแล้ว

ผืนนาไม่ใหญ่ไม่โตล้อมรอบด้วยคันดินที่ถูกหย่อนเมล็ดพันธุ์นานาไว้ ข้างคันนามีบึงน้ำและฝูงปลาแหวกว่าย คือสวน “โนน ห้วย หนอง นา พาเพลิน” ขนาด 5 ไร่ ที่ “เพลินตา เจตินัย” ตั้งใจจะทำให้กลายเป็นท้องนากลางป่า

กลับมาอีกครั้งกับงานใหญ่แห่งปีที่คนรักดอกไม้รอคอย กับงาน Nai Lert Flower & Garden Art Fair 2020 ที่จะกลับมาอีกครั้งพร้อมคอนเซ็ปต์ “The World” งดงามไปกับความอลังการของประติมากรรมดอกไม้ ตื่นตาตื่นใจไปกับ Flower Carpet พรมกลีบดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

WHISPERING café เป็นคาเฟ่เล็กๆ ที่อยากให้ทุกคนมาสัมผัสธรรมชาติและใช้เวลาในสวน คาเฟ่แห่งนี้เกิดจากความตั้งใจของ ศิริลักษณ์ ริ้วบำรุง หรือคุณปิ๋ม ที่อยากมอบสิ่งดีๆให้กับคนที่แวะมาเยี่ยมเยือน ด้วยการนำผลผลิตออร์แกนิกในสวนมาทำอาหารและเครื่องดื่ม

“แลกโปสการ์ด” นิทรรศการสุดโรแมนติกในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ แลกเปลี่ยนความสุขและคำอวยพรดีๆ ให้กับคนแปลกหน้า