
“ชม” วัดราษฎร์อุปถัมภ์
หากหัวใจของพุทธศาสนิกชน คือ พระพุทธศาสนาการสักการบูชาและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาจึงเป็นหน้าที่ซึ่งพึงปฏิบัติ
กล่าวโดยพระครูถิรธรรมรัต เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน
“วัดบ้านพราน” มีตำนานบอกเล่าต่อๆ กันมาว่า
ในคืนวันเพ็ญ เดือน ๓ นายพรานชื่ออ่ำ นั่งดักรอสัตว์อยู่หน้าวิหารหลวงพ่อไกรทอง เขานั่งอยู่นานจนดึกดื่นก็ไม่พบสัตว์ใด แต่ขณะที่สติของพรานอ่ำค่อยๆ ถดถอย ดวงตาเริ่มล้า เขาก็เห็นสัตว์ตัวหนึ่งอยู่ตรงหน้า นายพรานตกตะลึงและเกิดสำนึกในบาป จึงตรงไปยังวิหาร วางเครื่องมือล่าสัตว์ลงแล้วก้มกราบหลวงพ่อไกรทอง และให้คำมั่นสัญญาว่าจะเลิกล่าสัตว์ ตั้งใจทำบุญกุศลบูรณะวัดเพื่อล้างบาป
พรานคนอื่นเมื่อเห็นดังนั้นก็เริ่มทำตาม บ้างก็บวชเพื่อสร้างบุญกุศลแก่ตนเอง หมู่บ้านนี้จึงมีชื่อว่า “บ้านพราน” และวัดใหญ่ในหมู่บ้านก็ได้ชื่อใหม่ว่า “วัดบ้านพราน”
ส่วนประวัติวัดกล่าวว่า วัดนี้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1684 สมัยละโว้ตอนปลาย โดยนายพาน นางเงิน และนายกระปุกทอง ผู้เป็นบุตร ต่อมาวัดถูกทิ้งร้างเป็นเวลากว่า 100 ปี กระทั่งมีพวกนายพรานมาตั้งถิ่นฐานในบริเวณนี้และช่วยกันบูรณะวัดขึ้นใหม่ วัดบ้านพรานจึงมีอายุกว่า 900 ปีแล้ว
สิ่งน่าสนใจในวัดนี้คือวิหารหลวงพ่อไกรทอง ซึ่งความงามของวิหารนั้นเด่นสะดุดตาตั้งแต่เราก้าวเข้าเขตวัดแล้ว
วิหารเป็นทรงเก๋งจีน จำลองไว้บนเรือสำเภา และตกแต่งด้วยเครื่องเบญจรงค์เรียงรายรอบอาคารวิหารอย่างสวยงามเป็นระเบียบ ทั้งบนหน้าจั่วก็ประดับลวดลายสวยงามเช่นกัน
เมื่อเข้าไปในวิหาร จะพบ “หลวงพ่อไกรทอง” พระพุทธรูปปางสมาธิ ประดิษฐานอยู่เบื้องหน้า ชื่อของท่านมาจากอภินิหารที่ปรากฏตามตำนานและคำบอกเล่าซึ่งกล่าวว่า วันดีคืนดี “ไกร” ซึ่งหมายถึงสบง จีวร สังฆาฏิ ขององค์หลวงพ่อ จะเปล่งแสงสีทองโชติช่วงขึ้น บอกนิมิตอันดีและมีความศักดิ์สิทธิ์สามารถคุ้มภัยแก่ผู้สักการบูชา
ใครวางแผนมาเที่ยวอ่างทอง อย่าลืมแวะสักการะหลวงพ่อไกรทอง ทำบุญขอพรเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต นอกจากใจเป็นสุขจากการทำบุญแล้ว บางทีคุณอาจพบปาฏิหาริย์ไตรจีวรของหลวงพ่อเปล่งแสงสีทองสุกสว่างก็เป็นได้…
Guide ใกล้ เหมือนมีไกด์ไว้ใกล้ตัว
Application นี้จะช่วยแนะนำว่า ตำแหน่งรอบตัวเรามีที่เที่ยว ร้านอาหาร ร้านขายของ ที่พัก หรือสถานที่จุดใดน่าแวะไปสัมผัส ชิม ช็อป แชะ แชร์ พร้อมกิจกรรมเด่นประจำเดือน แผนที่ลงจุดใช้งานง่าย ดูสนุกและสะดวก แค่ดูภาพสวยๆ ก็อยากไปแล้ว

หากหัวใจของพุทธศาสนิกชน คือ พระพุทธศาสนาการสักการบูชาและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาจึงเป็นหน้าที่ซึ่งพึงปฏิบัติ
กล่าวโดยพระครูถิรธรรมรัต เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน

“หาบขนมจีนแก้บน ยลพระนอนแห่งทุ่งโพธิ์ทอง ขอพรพระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาหินที่ใหญ่ที่สุดในโลก”ทริปนี้อาจต้องใช้วิจารณญาณส่วนตัว เพราะ “นายรอบรู้” จะพาไปทัวร์สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่อบอวลไปด้วยความเชื่อและความศรัทธา

ตามรอย “วรรณคดีขึ้นชื่อ” ขุนช้างขุนแผน “วรรณคดีขึ้นชื่อ” เป็นวลีหนึ่งในคำขวัญจังหวัดสุพรรณบุรี และเมื่อเอ่ยถึงงานวรรณคดีที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดนี้ ก็ต้องหมายถึง ขุนช้างขุนแผน สุดยอดวรรณคดีอมตะที่อยู่คู่สังคมไทยมาแต่โบราณ ตัดม่านกองไว้แล้วไคลคลา เปิดมุ้งเห็นหน้าเจ้าวันทอง หลับอยู่บนเตียงเคียงข้าง ขุนช้างกอดกลมประสมสองขุนช้างขุนแผนก่อเกิดจากนิทานพื้นบ้านที่มีมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ที่อิงเหตุการณ์ และสถานที่สำคัญในยุคนั้นได้อย่างสนุกสนานชวนติดตาม มีการเล่าต่อกันมา แล้วนำเรื่องราวมาผูกเป็นกลอนเพื่อใช้ขับเสภา ภายหลังการเสียกรุงครั้งที่ 2 บทเสภาดั้งเดิมสูญหายไปมาก ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ จึงมีการรวบรวมของเก่าและแต่งขึ้นใหม่ โดยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงพระราชนิพนธ์ ร่วมกับกวีแห่งราชสำนักหลายคน รวมทั้งกวีเอกคือ สุนทรภู่ ตัวเอกของเรื่องมี

หลายครั้งที่เดินทางมายังภาคใต้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าภาพความสวยงามของธรรมชาติและมนต์เสน่ห์แห่งดินแดนพหุวัตนธรรมยังตราตรึงใจเสมอ ทั้งหมดหล่อหลอมจนเป็นวิถีชีวิตและมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่น่าหลงไหล หนึ่งในนั้นคือ วัดชลธาราสิงเห หรืออีกชื่อ ที่มักเจอในหน้าประวัติศาสตร์ไทยคือ วัดพิทักษ์แผ่นดินไทย