
TOP 10 – 10 ที่เที่ยวหน้าฝน เย็นฉ่ำตลอดฤดู
ฤดูฝน ภึงแม้จะเปียกแฉะ แต่ความชุ่มชื้นจากอาการ สายหมอกสวยงาม ก็ชวนให้ใครหลายๆ คนหลงใหลไม่น้อย
หากเปรียบธรรมชาติเป็นบ้าน หลายคนคงเคยไปบ้านแห่งนี้กันมาแล้ว บ้านที่เรียกว่า เขาใหญ่ บ้านหลังใหญ่มีห้องให้เราได้เลือกมากมายแล้วแต่ความชอบ วันนี้ นายรอบรู้ นักเดินทาง จะมาเปิดห้องที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก ห้องนี้เป็นเหมือนห้องอาหารสำหรับสัตว์ ที่นั่นก็คือ หอดูสัตว์หนองผักชี
หอดูสัตว์หนองผักชี ตั้งอยู่ ตั้งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานไปทางปากช่อง ประมาณ 7 กิโลเมตรสามารถเดินเท้าเข้าไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ระยะทางประมาณ 900 เมตร ใช้เวลาเดินไม่เกิน 30 นาที พอได้เหงื่อออก
แต่เดิมก่อนประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ จุดนี้มีชาวบ้านอาศัยอยู่ ทำอาชีพการเกษตรถางป่าเพื่อปลูกพืชผักบนเขา โดยอาศัยแหล่งน้ำในหนองใช้ปลูกพืชผัก ต่อมาทางการสั่งให้ชาวบ้านอพยพออกทำให้พื้นที่เกษตรกรรมถูกืิ้งร้าง มีหญ้าขึ้นสูง จนเวลาผ่านไปพื้นที่หลายสิบไร่แห่งนี้กลายเป็นภัตราคารอาหารสำหรับสัตว์น้อยใหญ่ เช่น เม่น กวาง กระทิง ช้าง ฯลฯ ลงมาหากินกันในช่วงเช้าตรู่และช่วงเย็น
ห้องนี้มีช่องทางเดินเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ปูด้วยพรหมฝุ่นสีแดง สองข้างทางรายล้อมด้วยทุ่งหญ้าคา แม้ช่วงที่เราไปจะไม่ใช่ช่วงที่เขียวชะอุ่มที่สุดของหนองผักชี แต่ก็ไม่ได้เลวร้าย เพราะในความแห้งแล้งของต้นไม้ทำให้เราได้พบกับมุมมองอีกด้านของหนองผักชี หากคุณมองว่าหญ้าแห้งแล้งไม่สวยงามอย่างที่หวัง คุณจะรู้สึกผิดหวังและเสียดายเวลาซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ผิด แต่หากคุณลองมองให้ลึกลงไปคุณอาจสังเกตุเห็นสิ่งต่าง ๆ ที่คุณไม่เคยสนใจ ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้เล็ก ๆ ที่ผลิบานอยู่ใต้ใบหญ้าแห้ง ก็ถือเป็นหนึ่งชีวิตที่งดงาม
เราเดินเริ่มเปิดสัมผัสทีละนิด เงียบและรับฟังเสียงของธรรมชาติเพื่อลองเป็นส่วนหนึ่งของป่าแห่งนี้ รับรู้ถึงกลิ่นอายของใบไม้แห้ง สัมผัสได้ถึงละอองเบาบางของดอกหญ้าคาพัดปลิวมาตามลม มองเห็นนกปรอดหัวโขนตัวน้อยโบยบินพร้อมเสียงลมกระทบกันของใบหญ้าแห้ง ราวกับว่าเรากำลังรับฟังเสียงของป่าแห่งนี้อยู่ เสียงที่ไม่ได้มาในรูปแบบการพูดคุย แต่มาในรูปแบบของความรู้สึก รับรู้ได้ว่าร่างกายกำลังผ่อนคลาย แสงแดดอุ่น ๆ ของอาทิตย์ที่สาดส่องมาบนผิวกายทำให้รู้สึกได้ถึงการอาบป่าจริง ๆ
เมื่อเราเดินมาได้สักพักจะเห็นหอส่องสัตว์ตั้งอยู่ที่ปลายทาง เป็นหอไม้ยกสูง มีช่องสำหรับส่องสัตว์ให้ชมทั้ง 4 ด้าน พอได้นั่งที่จุดชมวิวเสียงพูดคุยเริ่มหายไป ทุกอย่างกลับอยู่ในความเงียบ ได้ยินเพียงเสียงธรรมชาติที่ค่อย ๆ ดังขึ้น ทุกคนต่างนั่งมองไปยังวิวที่อยู่ตรงหน้า มองออกไปด้วยสายตาที่ว่างเปล่า วินาทีนั้นในหัวคงว่างเปล่า เพียงแค่มองไปรอบ ๆ มองไปที่ห่างไกลอย่างไร้จุดหมาย แต่สีหน้าทุกคนกลับบ่งบอกถึงความสุขที่เรารับรู้ได้เหมือนกัน
เรานั่งกันอยู่พักใหญ่เริ่มมีเจ้าถิ่นออกมาโชว์ตัว เป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำตัวใหญ่ออกมาแหวกว่ายโชว์ลีลา ดูอวบอิ่มอุดมสมบูรณ์ ผิวหนังแวววับเปล่งประกายสะท้อนสู้แสง ทำให้เชื่อแล้วว่าที่แห่งนี้เป็นภัตราคารหรูของเหล่าสัตว์อย่างแท้จริง พวกเรานั่งมองตัวเงินตัวทองตัวยาวกว่า 2 เมตรเห็นจะได้ มันแหวกว่ายยาวเป็นเส้นตรงเรียบเนียนไปกับสายน้ำเห็นเพียงเส้นเล็ก ๆ ของส่วนลำตัวและหางที่ลอยเด่นเหนือผิวน้ำ เราพร้อมลุ้นเป็นกำลังใจกับการขึ้นฝั่งจนถึงจุดหมาย
เรื่องธรรมดาเหล่านี้กลับกลายเป็นเรื่องที่เราให้ความสนใจได้ในช่วงเวลาหนึ่ง และเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่เราปลดทิ้งภาระและสิ่งที่อัดแน่นอยู่เต็มหัวออกไปโดยไม่รู้ตัว แม้จะไม่เห็นสัตว์ป่าหายากโผล่มา เพียงมองไปที่หนองน้ำ ต้นหญ้า และต้นไม้น้อยใหญ่ กลับสบายตาสบายใจเหมือนเราได้เสียบสายชาร์จแบตให้กับร่างกายที่เหนื่อยล้าสะสมมายาวนาน ให้กลับมามีแรงเต็มเปี่ยมสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเอง หากวันไหนเราเหนื่อยจนอยากพัก คงต้องขอกลับมาเยือนที่บ้านแห่งนี้อีกสักครั้ง…
ที่ตั้ง ตำบล หมูสี อ. ปากช่อง จ. นครราชสีมา
เปิด 06.00 น. – 18.00 น
Guide ใกล้ เหมือนมีไกด์ไว้ใกล้ตัว
Application นี้จะช่วยแนะนำว่า ตำแหน่งรอบตัวเรามีที่เที่ยว ร้านอาหาร ร้านขายของ ที่พัก หรือสถานที่จุดใดน่าแวะไปสัมผัส ชิม ช็อป แชะ แชร์ พร้อมกิจกรรมเด่นประจำเดือน แผนที่ลงจุดใช้งานง่าย ดูสนุกและสะดวก แค่ดูภาพสวยๆ ก็อยากไปแล้ว

ฤดูฝน ภึงแม้จะเปียกแฉะ แต่ความชุ่มชื้นจากอาการ สายหมอกสวยงาม ก็ชวนให้ใครหลายๆ คนหลงใหลไม่น้อย

คราวนี้ขอพาไปใกล้ๆ กรุง ขับรถเพียงอึดใจเดียวก็ได้อิ่มอร่อยกันแล้ว แถมในฤดูฝนเช่นนี้ ท้องทุ่งริมทางซ้ายขวาของ จ. อ่างทองดูเขียวขจี ให้ความสุนทรีย์ระหว่างการเดินทางด้วย

ตอนนี้หัวใจนักเดินทางเริ่มกลับมาพอองโตอีกครั้ง หลังจากที่ได้ข่าวว่าอุทยานแห่งชาติกำลังจะกลับมาเปิดให้นักท่องเที่ยวอย่างเรา ออกไปสัมผัสกับกลิ่นฝน สายหมอก และบรรยากาศของธรรมชาติอีกครั้ง
วันนี้ นายรอบรู้ นักเดินทาง เลยขอชวนเพื่อนๆ มาเตรียมตัวเที่ยวป่าหน้าฝนนี้ มั่นใจว่าจะต้องได้เห็นธรรมชาติแบบตระการตาอย่างแน่นอน

กลุ่มชาวกวยที่เรียกตนเองว่า “กวยตำแร็ย” (กวยช้าง) นับถือผีปะกำ ต้องแสดงความเคารพและถือปฏิบัติเหมือนถือปฏิบัติศีล ๕ แต่มีข้อห้ามและข้อปฏิบัติหลายข้อมากกว่า โดยเฉพาะตอนเข้าปะกำต้องถือโดยเคร่งครัด ทั้งผู้ออกจับช้างป่า และคนในครอบครัวที่อยู่ทางบ้านก็ต้องปฏิบัติโดยเคร่งครัดเช่นกัน