6 กิจกรรมต้องทำที่ ล้ง 1919

…บางทีก็เผลอคิดไปว่า กำลังเดินอยู่ที่เมืองจีน! “นายรอบรู้” ไปสัมผัส ล้ง 1919 ที่เที่ยวแห่งใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ย่านคลองสานมาแล้วประทับใจมาก ไม่ใช่แค่ความสวยงามของศิลปวัฒนธรรมจีน แต่ที่นี่เต็มไปด้วยกลิ่นอายประวัติศาสตร์ และบรรยากาศที่ชวนหลงใหล

 “ล้ง” มาจากชื่อเดิมของสถานที่แห่งนี้ว่า “ฮวย จุ่ง ล้ง” เป็นภาษาจีน หมายถึง “ท่าเรือกลไฟ” สร้างขึ้น พ.ศ.2393 หรือ 168 ปีที่แล้ว โดยพระยาพิศาลศุภผล (ชื่น) ต้นตระกูลพิศาลบุตร คหบดีเชื้อสายจีนผู้เป็นเจ้าของเรือไฟเคาเคนนิง- เรือกลไฟเมล์ลำแรกของไทยที่วิ่งระหว่างกรุงเทพฯ กับฮ่องกง โดยใช้ฮวย จุ่ง ล้งเป็นท่าเรือกลไฟของชาวจีนที่เดินทางเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ มีความสำคัญชนิดที่ว่าคนจีนจากแผ่นดินใหญ่แทบทุกคนยุคนั้นต้องมาขึ้นเรือที่นี่

ต่อมาขายให้แก่นายตันลิบบ๊วยแห่งตระกูลหวั่งหลี ในปี 2462 หรือ ค.ศ. 1919 โดยใช้เป็นโกดังสินค้า ก่อนจะปรับเป็นอาคารสำนักงานของบริษัทหวั่งหลีในช่วงเวลาหนึ่ง และปรับปรุงเป็น ล้ง 1919 ที่เที่ยวเชิงวัฒนธรรมในปัจจุบัน

ถ้าอยากรู้ว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง ตามเรามาชม 6 กิจกรรมที่ไม่ควรพลาดกัน!

1.เดินถ่ายรูป ชมศิลปะ-สถาปัตยกรรมจีน

หากเดินทางเข้ามาตามถนนเชียงใหม่ ตรงบริเวณทางเข้าเราจะเห็นภาพวาดฮูหยินอยู่บนหลังม้าขนาดใหญ่ เป็นมุมถ่ายภาพที่ใครต่อใครก็ไม่พลาด ความจริงแล้วภาพนี้จำลองมาจากภาพเขียนจีนดั้งเดิม ซึ่งค้นพบที่ล้งเมื่อตอนบูรณะอาคารไม่กี่ปีก่อน

เดิมตระกูลหวั่งหลีตั้งใจจะบูรณะเพื่อใช้ประโยชน์ในครอบครัว แต่เมื่อค้นพบภาพเขียนจีนโบราณ ก็เปลี่ยนความคิดว่าอยากจะทำเป็นศูนย์เรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมจีน ให้คนทั่วไปได้มีโอกาสเข้ามาสัมผัสเรื่องราวในอดีตอันทรงคุณค่าในที่แห่งนี้         

ก้าวเข้ามาภายในจะพบกับอาคารขนาดใหญ่รูปตัวยู ซึ่งเป็นการวางผังสถาปัตยกรรมแบบจีนโบราณ เรียกว่า “ซาน เหอ หยวน” หลังสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตึกตรงกลางหันหน้ารับพลังจากแม่น้ำ ประดิษฐานศาลเจ้าแม่หม่าโจ้ว ตึกแถวสองชั้นหลังคาแบบจีนขนาบสองข้าง เนื้อที่ตรงกลางเป็นลานโล่ง พื้นปูด้วยหินอับเฉาเรือจากเมืองจีน ตั้งกระถางธูปและโต๊ะสักการะเจ้าแม่

ในล้งมีมุมถ่ายรูปที่สวยงามหลายจุด ทั้งบนอาคารและภายนอกที่แอบซ่อนภาพเขียนสวยๆ ไว้ มาเดินแล้วได้บรรยากาศเหมือนอยู่เมืองจีน ดังนั้นจะให้เข้าที่สุด แนะนำให้แต่งชุดจีนแบบจัดเต็มมาจากบ้านเลย!

2.ไหว้เจ้าแม่หม่าโจ้ว ขอพรด้านการงาน ความรัก

เทพเจ้าประจำท่าเรือฮวย จุ่ง ล้ง คือเจ้าแม่หม่าโจว ที่ประดิษฐานมาตั้งแต่เริ่มต้น องค์เจ้าแม่เป็นไม้แกะสลัก มีอยู่ 3 ปาง คนจีนนำติดตัวขึ้นเรือสำเภามาจากแผ่นดินใหญ่ ประดิษฐานอยู่ที่ศาลชั้น 2 ของอาคารตรงกลาง

เมื่อเข้ามาที่ล้ง จะมีร้านขายธูปสำหรับสักการะเจ้าแม่ ชุดละ 40-200 บาท รวมทั้งเครื่องสักการะอื่นๆ โดยเฉพาะเสื้อขนาดใหญ่ที่เชื่อว่าเป็นของที่เจ้าแม่ชอบ เมื่อซื้อเสร็จแล้วก็นำธูปไปจุดสักการะที่ลานตรงกลาง ก่อนจะขึ้นไปไหว้ใกล้ๆ ที่ศาลเจ้าบนชั้นสอง ซึ่งจะได้ชมความสวยงามของไม้แก้สลักที่ประดับศาลเจ้า และขอพรจากเจ้าแม่  เชื่อกันว่าเจ้าแม่ชอบคนทำงาน ถ้าทำธุรกิจอย่างสุจริต เจ้าแม่จะช่วยให้ประสบความสำเร็จ บางวันมีคนนำนามบัตรของลูกค้ามาวางไว้เพื่อขอให้การประสานงานราบลื่นลุล่วง  รวมถึงขอให้สมหวังในความรักได้อีกด้วย

3.ชมภาพเขียนจีนโบราณ

ระหว่างบูรณะได้พบภาพเขียนจิตรกรรมจีนโบราณที่เลือนราง บริเวณกรอบประตูหน้าต่างอาคารเดิม สันนิษฐานว่าเขียนขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 – รัชกาลที่ 4 ตระกูลหวั่งหลีจึงอยากบูรณะภาพเหล่านี้ไว้ให้คนรุ่นหลังได้ชม โดยรักษาเอกลักษณ์ดั้งเดิมให้มากที่สุด ไม่มีการวาดใหม่ทับลงไป แต่เติมรายละเอียด สีสัน ให้สวยงามสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

ภาพที่เขียนแบ่งเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ คือภาพสัตว์และสัญลักษณ์มงคลตามความเชื่อของจีน เช่น นก ค้างคาว พรรณพฤกษา ซึ่งจะอยู่ที่อาคารตรงกลางและด้านขวา อีกกลุ่มคือภาพวรรณคดีจีนที่อาคารด้านซ้าย ภาพที่เป็นไฮไลต์คือรูปนกบริเวณอาคารตรงกลางข้างศาลเจ้าแม่ ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงพระกรุณาลงฝีพระหัตถ์แต่งแต้มงานบูรณะจิตรกรรม และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ลงพระนามาภิไธยด้วยหมึกจีนบนผนัง

 

4.แวะชอปปิงงานคราฟต์ ดีไซน์เก๋

อาคารด้านล่างของล้ง มีร้านขายของที่น่าสนใจ โดยเฉพาะใครที่ชอบงานศิลปะ งานทำมือ งานคราฟต์ ต้องไม่พลาด เพราะมีร้านขายทั้งเครื่องประดับ เสื้อผ้า เครื่องหนัง ของแต่งบ้าน ให้เลือกหลายหลาย มีทั้งงานที่เป็นสไตล์จีนเข้ากับสถานที่ และงานอาร์ตตามแบบฉบับของแต่ละร้าน

5.อิ่มอร่อยกับอาหารหลากสไตล์

ร้านอาหารใน ล้ง 1919จะมีสไตล์เป็นของตัวเองให้เลือกตามความชอบ ถ้าเป็นร้านโรงสีจะได้บรรยากาศโกดังเก็บข้าว ใกล้ริมน้ำ อาหารเด่นไปทางอาหารไทยประยุกต์ ร้านนายห้างในเครือเอสแอนด์พี ได้บรรยากาศยุคจีนโมเดิร์นคลาสสิก อาหารมีทั้งแบบจีนและไทย ร้านลมโชย ตกแต่งด้วยดอกไม้สวยๆ เน้นอาหารไทยรสจัดจ้าน โดยเฉพาะอาหารอีสานกับใต้ อีกร้านคือ เพลินวานพานิช เน้นอาหารไทยแนวสตรีทฟูดส์ ในบรรยากาศเหมือนร้านกาแฟยุคเก่า มีโต๊ะหินอ่อน ม้านั่งทรงกลม

6.ดื่มด่ำบรรยากาศยามเย็นสุดโรแมนติก

ช่วงเวลาเย็นไปจนถึงค่ำ ที่ล้งจะมีบรรยากาศสุดพิเศษ ในจังหวะที่ท้องฟ้าเปลี่ยนสี ไฟประดับอาคารเริ่มเปิดขึ้น เราจะเห็นสีสันของอาคารที่เด่นชัดขึ้นกว่าตอนกลางวัน ซึ่งให้บรรยากาศสุดโรแมนติกน่าถ่ายภาพ และถ้าเดินไปที่แม่น้ำ ก็จะได้รับลมเย็นและมองเห็นความสวยงามของท้องฟ้าที่จะเข้าสู่ยามค่ำคืน นับเป็นช่วงเวลาที่สวยงามชนิดพลาดไม่ได้เลยจริงๆ

Info

ล้ง 1919

  • ซอยวัดทองธรรมชาติ ถนนเชียงใหม่ คลองสาน กรุงเทพ

  • เปิดทุกวัน เวลา 08.00-20.00 น.

  • ไม่เสียค่าใช้จ่าย

  • โทร. 091-1871919

Guide ใกล้ : Application คู่ใจคนชอบท่องเที่ยวตัวจริง

Guide ใกล้ เหมือนมีไกด์ไว้ใกล้ตัว
Application นี้จะช่วยแนะนำว่า ตำแหน่งรอบตัวเรามีที่เที่ยว ร้านอาหาร ร้านขายของ ที่พัก หรือสถานที่จุดใดน่าแวะไปสัมผัส ชิม ช็อป แชะ แชร์ พร้อมกิจกรรมเด่นประจำเดือน แผนที่ลงจุดใช้งานง่าย ดูสนุกและสะดวก แค่ดูภาพสวยๆ ก็อยากไปแล้ว

Writer

พรเพ็ญ วงศ์ศุภชัยนิมิต

พรเพ็ญ วงศ์ศุภชัยนิมิต

Photographer

วิจิตร แซ่เฮ้ง

วิจิตร แซ่เฮ้ง


Relate Place

Travel

เดินดงตั้งวงคุยงานศิลป์อีสาน ณ โฮงสินไซ จังหวัดขอนแก่น

“วรรณคดีเป็นที่อยู่ของวัฒนธรรม” อาจารย์ทรงวิทย์​ พิมพะกรรณ์​ยกคำกล่าวของท่านศิลา วีรวงษ์ขึ้นมาก่อนจะชวนเราคุยเรื่องวรรณกรรมและงานศิลป์อีสาน ณ โฮงสินไซ แหล่งสะสมและรวบรวมวรรณกรรมเรื่อง สังข์ศิลป์ชัย หรือ สินไซ กลางบ้านสวนป่าที่โอบล้อมไปด้วยไม้ใหญ่ที่สงบร่มรื่นในเมืองขอนแก่น

Coffee

WHISPERING café คาเฟ่แห่งเสียงกระซิบ


WHISPERING café เป็นคาเฟ่เล็กๆ ที่อยากให้ทุกคนมาสัมผัสธรรมชาติและใช้เวลาในสวน คาเฟ่แห่งนี้เกิดจากความตั้งใจของ ศิริลักษณ์ ริ้วบำรุง หรือคุณปิ๋ม ที่อยากมอบสิ่งดีๆให้กับคนที่แวะมาเยี่ยมเยือน ด้วยการนำผลผลิตออร์แกนิกในสวนมาทำอาหารและเครื่องดื่ม

Travel

เที่ยวแดนใต้สัมผัสเสน่ห์ฮาลา บาลา

ไปไหม ไปเที่ยวใต้กัน… เพราะตอนนี้กระแสท่องเที่ยวภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดปลายด้ามขวานอย่างยะลา กลายเป็นหมุดหมายที่นักท่องเที่ยวเดินทางไปเยือนอย่างไม่ขาดสาย ในโซเชี่ยลเต็มไปด้วยภาพความงดงามของป่าดิบชื้นแดนใต้ ทะเลหมอก อาหารหน้าทาน แล้วใครล่ะจะอดใจไหว

Eat

Patom Organic Café คาเฟ่ออร์แกนิกสายธรรมชาติ

คาเฟ่เรือนกระจก 360 องศา ตั้งอยู่บนเนินสนามหญ้าที่ถูกโอบล้อมไปด้วยพื้นที่สีเขียวของธรรมชาติทุกทิศทาง แต่เดิมพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นที่นั่งชมโรงละครเก่าของสวนสามพรานนั่นเอง