ใครไม่หนาว ...น้ำหนาว
5 กิจกรรมสัมผัสธรรมชาติ

หนาวจนทนไม่ไหว แต่ก็สวยเกินคำบรรยาย ! – คือประโยคที่เราอยากมอบให้ อช. น้ำหนาว แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่โดดเด่นที่สุดในเพชรบูรณ์ เมืองรองที่ต้องมาลองสักครั้ง

เรื่องความหนาวไม่ต้องห่วง เพราะอากาศเย็นเฉียบสมชื่อ ใครอยากรับความเย็นให้สะใจ เตรียมเต็นท์มานอนได้เลย แต่ห้ามลืมถุงนอนโดยเด็ดขาด เพราะที่นี่อุณหภูมิเคยลดต่ำถึง -3 องศาเซลเซียสในปี พ.ศ. 2527 จนเกิด “แม่คะนิ้ง” หรือน้ำค้างจับตัวเป็นน้ำแข็งมาแล้ว ส่วนปีอื่นๆ อุณหภูมิโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 22 องศาเซลเซียส แต่พอเข้าฤดูหนาวอุณภูมิช่วงเช้าและค่ำจะอยู่ที่เลขตัวเดียว ชนิดที่ว่าต้องอาบน้ำตอนเที่ยงถึงจะไม่หนาว บางคนขอสละสิทธิ์เลยก็ไม่ว่ากัน

ไม่เพียงอากาศเท่านั้นที่ดึงดูดให้นักเดินทางมาท้าทายความเย็น ในช่วงฤดูหนาวยังเป็นช่วงเวลาที่ธรรมชาติในป่าน้ำหนาวน่าชมที่สุด มีนกอพยพนานาชนิด ดอกไม้หลากสีเบ่งบาน ขณะที่ผืนป่าค่อยๆ เปลี่ยนสีจากสีเขียวเป็นสีเหลืองแดงตัดกับท้องฟ้าสีฟ้าสดไร้เมฆ ใครได้ไปเยือนแล้วก็มักหลงเสน่ห์จนอยากจะกลับมาอีกหลายๆ ครั้ง

จะจริงอย่างที่ว่าหรือไม่ อยากให้ลองมาพิสูจน์ และนี่คือ 5 กิจกรรมสัมผัสธรรมชาติ ที่ไม่อยากให้พลาดที่น้ำหนาว



1.เดินชมป่า และสัมผัสช่วงเวลาป่าเปลี่ยนสี

อช.น้ำหนาวเป็นป่าผืนใหญ่ที่รวมป่าไม้หลากหลายประเภทไว้ด้วยกัน ทั้งป่าดงดิบ ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ และป่าสนเขาซึ่งได้ชื่อว่าเป็นป่าสนที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของไทย

ในช่วงฤดูแล้งราวปลายเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ ต้นไม้ในป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณจะทยอยเปลี่ยนสีใบ จากสีเขียวเป็นสีเหลือง สีแดงสดใส ก่อนทิ้งใบเพื่อลดการคายน้ำเตรียมตัวรับความร้อนแล้ง เป็นเสน่ห์ของป่าที่น่าชมอย่างยิ่งและเกิดในช่วงเวลาสั้นๆ กระบวนการนี้คือการปรับตัวของธรรมชาติเพื่อถนอมชีวิตไว้ รอเวลาที่ฤดูกาลแห่งความชุ่มชื้นจะกลับมาใหม่

คลอโรฟีลล์ สารสีเขียวที่ใช้ในการสังเคราะห์แสงจะถูกดูดกลับสู่ลำต้น สีเขียวในใบไม้จึงจางไป เหลือสารคาโรทีนอยด์ ที่มีสีเหลือง แสด แดง ในใบแทน แล้วต้นไม้ก็จะสร้างเซลล์เนื้อเยื่อมาอุดตรงขั้วใบไม่ให้ส่งน้ำส่งอาหารไปที่ใบอีก ใบจึงค่อยๆ แห้งและหลุดร่วงไป

ในขณะที่ป่าสนจะยังคงความเขียวไว้ได้ เพราะใบของมันได้รับการออกแบบให้เป็นรูปทรงกระบอกเป็นเส้นเหมือนเข็ม ทำให้ช่วยลดการคายน้ำได้เป็นอย่างดี

2. ชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกด้วยสองตา
แม้ว่าพระอาทิตย์จะขึ้นและตกทุกวัน แต่บางที่ก็มีฉากพระอาทิตย์โผล่พ้นและลับขอบฟ้าที่สวยงามตราตรึงใจเป็นพิเศษ ด้วยลักษณะภูมิประเทศที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว น้ำหนาวเป็นหนึ่งในนั้น

จุดชมทิวทัศน์พระอาทิตย์ขึ้นอยู่ตรงกม. ที่ 45 เกือบถึง กม. 46 สามารถเดินไปชมทิวทัศน์สภาพป่าอันอุดมสมบูรณ์ของป่าน้ำหนาวในช่วงเวลาที่แสงแรกของวันอาบไล้ ถ้าอากาศดี จะมองเห็นภูผาจิตอยู่ทางขวามือ และภูกระดึงอยู่ทางซ้าย ยอดภูทั้งคู่เป็นยอดตัดราบทำให้นึกถึงดินแดนในโลกดึกดำบรรพ์ นับเป็นภูมิทัศน์ที่โดดเด่นที่สุดของ อช.น้ำหนาว

ส่วนพระอาทิตย์ตกต้องมาชมที่ถ้ำผาหงษ์ บริเวณโค้ง กม.ที่ 39 บนหลังถ้ำผาหงษ์เป็นผาหินปูนสลับซับซ้อน ดูคล้ายประติมากรรมทางธรรมชาติซึ่งเกิดจากการกัดเซาะของน้ำเป็นเวลานานนับพันปี เวลาพระอาทิตย์ตกโดยมีภูเขาหินปูนเป็นฉากหน้านั้นช่างสวยงาม

3.ก้มมองความงามของดอกไม้ข้างทาง

ช่วงปลายฝนต้นหนาวราวเดือน ต.ค.-พ.ย. ในป่าน้ำหนาวจะมีพันธุ์ไม้นานาชนิดออกดอกบานสะพรั่ง เช่น หญ้าเหลี่ยมหญ้าคอกลาย ผักปลาบ เทียน เอนอ้าน้อย กล้วยไม้ดินต่าง ๆ ส่วนใหญ่เป็นดอกไม้เล็ก ๆ ขึ้นอยู่ริมทาง ตามต้นไม้ใหญ่ก็มีพืชพวกกาฝากและกล้วยไม้เกาะตามคบไม้หรือกิ่งไม้สูงผลิดอกสวยงามเช่นกัน ลองใช้สองตามองหา
อาจได้เห็นดอกไม้สวย ๆ หลากสีสัน เป็นความงามที่แท้จากธรรมชาติ

4.ดูนกอพยพหลากสี

อช. น้ำหนาวได้ชื่อว่าเป็นสวรรค์ของนักดูนก จากการสำรวจพบว่ามีนกถึง 252 ชนิด นอกจากนกประจำถิ่นที่มีให้ชมตลอดปีแล้ว ในฤดูหนาวยังมีนกอพยพย้ายถิ่นอีกหลายชนิด นกที่พบเห็นได้ง่ายก็เช่น นกกะรางหัวหงอก นกกะรางสร้อยคอเล็ก นกปรอดเหลืองหัวจุก นกแซงแซวเล็กเหลือบ นกขุนทอง นกหัวขวานต่าง ๆ เป็นต้น

เราสามารถเดินดูนกได้ตั้งแต่ปากทางเข้าอุทยานฯ เรื่อยมาถึงรอบศูนย์บริการฯ บริเวณที่กางเต็นท์และบ้านพัก ตลอดจนตามเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ดังนั้นควรเตรียมกล้องดูนกและคู่มือดูนกไปให้พร้อม

5.เที่ยวถ้ำน้ำหนาวอันโอ่โถง

ถ้ำน้ำหนาว มีชื่อเรียกอีกหลายชื่อ ได้แก่ ถ้ำใหญ่ ถ้ำใหญ่น้ำหนาว ถ้ำน้ำริน อยู่ทางตอนเหนือของอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 2216 บ้านห้วยสนามทราย อำเภอหล่มเก่า ประมาณ กม. ที่ 60 เลี้ยวไปตาม
ถนนลาดยางอีกประมาณ 3 กิโลเมตรก็จะไปสิ้นสุดที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติถ้ำใหญ่น้ำหนาว

ถ้ำน้ำหนาวเป็นถ้ำใหญ่ที่สุดของอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ภายในมีหินงอกหินย้อยงดงาม เป็นสถานที่พบ
สัตว์ชนิดใหม่ของโลกสองชนิดคือค้างคาวมงกุฎมาร์แชลและค้างคาวหูหนูยักษ์ รวมทั้งสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ สัตว์หายาก หลายชนิด เวลาเดินเข้าไปจะรู้สึกได้ถึงความโอ่โถงอลังการและน่าค้นหา

Info

อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว

ค่าธรรมเนียม คนไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท

ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท

จักรยาน 10 บาท มอเตอร์ไซค์ 20 บาท รถยนต์ 30 บาท

มีบ้านพัก ที่กางเต็นท์ ร้านอาหาร ห้องน้ำ และโทรศัพท์สาธารณะ


ติดต่อที่ อช. น้ำหนาว อ. น้ำหนาว จ. เพชรบูรณ์ 67260 โทร. 0-5672-9002


หรือกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทร. 0-5661-0724, 08-1962-6236

Guide ใกล้ : Application คู่ใจคนชอบท่องเที่ยวตัวจริง

Guide ใกล้ เหมือนมีไกด์ไว้ใกล้ตัว
Application นี้จะช่วยแนะนำว่า ตำแหน่งรอบตัวเรามีที่เที่ยว ร้านอาหาร ร้านขายของ ที่พัก หรือสถานที่จุดใดน่าแวะไปสัมผัส ชิม ช็อป แชะ แชร์ พร้อมกิจกรรมเด่นประจำเดือน แผนที่ลงจุดใช้งานง่าย ดูสนุกและสะดวก แค่ดูภาพสวยๆ ก็อยากไปแล้ว

Writer

ปณัสย์ พุ่มริ้ว

ปณัสย์ พุ่มริ้ว

Photographer

ฝ่ายภาพสำนักพิม์สารคดี, ปณัสย์ พุ่มริ้ว

ฝ่ายภาพสำนักพิม์สารคดี, ปณัสย์ พุ่มริ้ว


Relate Place

Travel

ล่องใต้ไปเบตง ครบเครื่องเรื่องเที่ยวใน 1 วัน

โอเคเบตง คงเป็นคำที่ใครๆ หลายคนฟังคุ้นหู จากภาพยนต์ชื่อดัง ที่กลายเป็นประโยคที่ใครหลายคนที่ได้ยินแล้ว ก็ถึงบางอ้อทันทีว่า คำว่า เบตง เป็นชื่ออำเภอหนึ่งในจังหวัดยะลา

Eat

ร้านป้านาง ส้มตำยโสเก่าแก่กลางกรุง

“มื้อนี้กินหยังดีน้อ” เสียงหวานๆ ของป้านาง อุ่นเรือน สว่างวงษ์ แม่ค้าส้มตำวัย 62 ปี ที่ทักทายลูกค้าทุกคนด้วยความเป็นกันเอง โดยใช้ภาษาอีสานบ้านเกิดและความคุ้นเคยที่ขายส้มตำในย่านนี้กว่า 40 ปี ถือว่าเป็นแม่ค้าส้มตำอีสานที่มีความเก่าแก่ร้านหนึ่งในกรุงเทพฯ สลับกับการตระเตรีมอาหารเพื่อเสิร์ฟลูกค้าคนอื่นๆ อย่างชำนิชำนาญ

Travel

เดินไป กินไป สไตล์บ้านสวนรัฐและภู

สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความร่มรื่นซึ่งปกคลุมทั่วบริเวณ สถานที่แห่งนี้ถูกจัดวางเป็นอย่างดี ที่สำคัญไม่ว่าเราจะมองไปทางไหนก็พบแต่พืชที่เก็บกินได้ทั้งนั้น

News

มากกว่าโคมพุทธบูชา คือความศรัทธาของคนลำพูน

ทศกาลแขวนโคมหลากสีสวยงาม เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาต่อองค์พระธาตุเจ้าหริภุญชัย และถวายเพื่อเคารพสักการะพระนางเจ้าจามเทวีปฐมกษัตริย์แห่งเมืองลำพูน ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติมาเที่ยวชมความงดงาม พร้อมทั้งเขียนข้อความอธิษฐานขอพรลงบนโคม ก่อนจะนำไปแขวนไว้ตามจุดต่างๆ นับเป็นภาพสะท้อนความศรัทธาของชุมชนในเมืองบุญแห่งล้านนาของนครหริภุญชัย