เส้นทางวัดใจคนกล้า...ไต่ภูผาพิชิต "เขาเย็น"

ใครที่เคยเดินเท้าพิชิตยอดดอย คงรู้ว่าหลังการเดินอันยาวนานจบสิ้นลง เราจะรู้สึกถึงความสุข ความทรงจำหมุนย้อนกลับราวกรอม้วนฟิล์ม ภาพต่างๆ ผุดพรายขึ้นมา …ความลำบากรสขมวันนั้นกลายเป็นความทรงจำรสหวานในวันนี้ 

กลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุโขทัย ที่ดูแลพื้นที่จังหวัดสุโขทัย-กำแพงเพชร ชวน “นายรอบรู้” ไปเดินป่า 3 วัน 2 คืน เพื่อพิชิตยอดเขาเย็น ในเขตอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า จังหวัดกำแพงเพชร ที่สูงเหนือระดับน้ำทะเลกว่า 1,800 เมตร ระยะทางไปกลับรวมกว่า 13 กิโลเมตร เป็นเส้นทางเดินป่าแห่งใหม่ที่เพิ่งเปิดปีนี้เป็นปีแรก

มีคนกระซิบเตือนล่วงหน้ามาว่า — โหดน้องๆ โมโกจู 

“นายรอบรู้” มาลุยแล้วบอกได้เพียงว่ายังไม่โหดเท่า แต่ก็ไม่หมูชนิดว่าจะเดินสบาย ผ่านไปง่ายๆ ถ้าเคยเดินขึ้นดอยหลวงเชียงดาวมาแล้ว เขาเย็นน่าจะยากกว่าเล็กน้อย ที่แน่ๆ คือเดินสนุกมาก เราเอาใจเข้าสู้ ลากสังขารไปจนถึงยอดเขาเย็นโดยไม่บอบช้ำ (เกินไป) นาทีที่เห็นทิวทัศน์ข้างหน้าสวยงามมันช่างอิ่มใจนัก-ภาษาวัยรุ่นว่า โคตรฟิน! 

เราทำได้ คุณก็ทำได้!

>>>เตรียมพร้อมก่อนลุย

เขาเย็นอยู่ตอนบนสุดของผืนป่าตะวันตก-ป่าผืนใหญ่ที่สุดในประเทศ เป็นแนวเขาขนาดใหญ่ที่กั้นแบ่งเขตแดนจังหวัดกำแพงเพชรกับตาก มียอดหลายยอด ยอดที่สูงสุดอยู่เหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 1,900 เมตร ปัจจุบันยังไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นไป ส่วนยอดที่เพิ่งเปิดให้ขึ้นปีนี้อยู่สูงเหนือระดับน้ำทะเล 1,816 เมตร 

ชาวบ้านแถวนั้นเรียกกันว่า “เขาเย็น” มาเนิ่นนาน ส่วนชาวปกาเกอะญอเรียกว่า “กะเจ๊อคลิ๊” ซึ่งแปลตรงตัวว่าภูเขาที่เย็นเช่นเดียวกัน อากาศบนเขาเย็นทั้งปี ในช่วงฤดูหนาวอาจจะลดเหลือแค่เลขตัวเดียว นอกจากนี้ยังมีลมพัดแรง ดังนั้นใครอยากมานอนตากลมหนาว บอกเลยว่าไม่ผิดหวัง แต่ก่อนที่จะบุกไปพิชิตเขาเย็น สิ่งสำคัญขั้นแรกคือ คุณต้องพิชิตการจองทริปกับอุทยานฯ ให้ได้เสียก่อน! ทางอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า เปิดให้นักท่องเที่ยวเดินขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน ไปจนถึง 31 มีนาคมของทุกปี และ เปิดรอบพิเศษในวันช่วงสงกรานต์ ใช้ระยะเวลา 3 วัน 2 คืน นับเป็น 1 ทริป ซึ่งแต่ละทริปเปิดรับนักท่องเที่ยวคราวละ 2 กลุ่ม จำนวนไม่เกิน 30 คน โดยต้องจองทางโทรศัพท์ หรือเฟซบุ๊คล่วงหน้าเท่านั้น ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปเที่ยวเอง บางกรณีเราอาจขอร่วมไปกับกลุ่มอื่นได้ ถ้าจำนวนคนยังไม่เกิน นอกจากต้องแจ้งชื่อ จำนวนคนแล้ว สิ่งที่สำคัญที่ต้องแจ้งคือใครมีโรคประจำตัว หรือเคยผ่าตัดหัวใจ ผ่าตัดขา-เข่า เจ้าหน้าที่จะได้ดูแลใกล้ชิด

ราคาเหมาจ่ายนั้นคือค่าจ้างเจ้าหน้าที่และรถรับส่ง ไม่รวมค่าเต๊นท์และอาหารซึ่งเราต้องเตรียมไปเอง ส่วนของใช้ส่วนตัว บอกเลยว่าที่นั่นอากาศหนาว บริเวณจุดพักแรมมีลมแรงมากทั้ง 2 คืน เสื้อกันหนาวจึงควรอุ่นเพียงพอและกันลมได้ มีถุงนอนอุ่นๆ ด้วยยิ่งดี ไฟฉายก็สำคัญไม่แพ้กันเพราะข้างบนไม่มีไฟฟ้า ส่วนรองเท้าควรยึดเกาะพื้นได้ดีและกระชับ 

ก่อนเดินขึ้นควรเตรียมน้ำดื่มไปด้วยสัก 1-2 ขวดใหญ่ ด้านบนมีแหล่งน้ำธรรมชาติเป็นน้ำซับขนาดเล็ก เพียงพอสำหรับการดื่มกินและใช้ประกอบอาหารเท่านั้น ดังนั้นร้อยทั้งร้อย แทบจะไม่ได้อาบน้ำไปตลอด 3 วัน ส่วนห้องน้ำ ไม่ต้องกังวลมากเท่าไร เพราะเจ้าหน้าที่ทำส้วมหลุมไว้บริการบริเวณจุดพักแรม แค่เตรียมอุปกรณ์ชำระความสะอาด เช่น ทิชชูแห้ง-เปียก ไปด้วย แต่ถ้าปวดระหว่างเส้นทาง คงต้องหาหลังพุ่มไม้เหมาะๆ ทำธุระกันเอาเอง 

ทาก คุ่น เห็บ สามตัวร้ายที่นักเดินป่าขยาด ที่นี่มีครบหมด แต่ถ้ามาหลังหมดฝนระยะหนึ่ง ทากจะหายไปด้วย ส่วนคุ่นมีชุกชุมมาก ควรเตรียมสเปรย์ตะไคร้หอมไว้ฉีดป้องกัน เพราะถ้าใครแพ้จะคันเรื้อรังไปอีกนาน ขณะที่เห็บนั้นพบไม่เยอะ เพียงระวังไม่ไปนั่งบนขอนไม้กิ่งไม้แห้งซึ่งเห็บชอบอาศัยอยู่ ก็น่าจะปลอดภัยระดับหนึ่งแล้ว ส่วนสัญญาณโทรศัพท์ มีเฉพาะบริเวณแคมป์พักแรมเท่านั้น แคมป์คืนแรกค่ายสีเขียวโทรได้ ส่วนแคมป์คืนที่ 2 เป็นเวลาของค่ายสีแดง ดังนั้นควรจัดการงานที่คั่งค้างให้เรียบร้อย และบอกคนที่คุณรักไว้ล่วงหน้า!   

>>>วันแรก – ขึ้นสุด-ลงสุด! 

เราเริ่มต้นกันที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า ลงรถแล้วทุกคนต้องเตรียมเป้ของตัวเองรวมทั้งเสบียงส่วนกลางให้พร้อม หลังจากนี้ต้องต่อรถ 4WD ของอุทยานไปอีกประมาณ 2 ชั่วโมง ทางที่ดีจึงควรมาถึงอุทยาน ประมาณ 9 โมงเช้า จะไปถึงพอดีกินข้าวเที่ยงแล้วเดินขึ้นได้เลย

เจ้าหน้าที่อุทยานฯ แจ้งให้ทราบว่าวันแรกเราจะเดินระยะทาง 6 กิโลเมตร แต่เป็น 6 กิโลเมตรที่หนักที่สุด เดินประมาณ 4-5 ชั่วโมง เพราะต้องเดินขึ้นสุด-ลงสุด ส่วนวันที่ 2 ระยะทางสั้นกว่า และมีเวลาพักผ่อนตามสบาย  เรานั่งรถเข้าไปทางหมู่บ้านโละโคะ บ้านป่าคา มาถึงหน่วยจัดการต้นน้ำขุนวังเจ้า นำของส่วนกลางมาฝากไว้กับลูกหาบ ของส่วนตัวต้องแบกไปเอง หลังจากนั้นก็กินข้าวเที่ยง ก่อนจะเรียงแถวเดินเข้าสู่ป่า

ช่วงแรก ทางยังไม่โหดมาก จะเดินตัดผ่านป่าดิบชื้นไปเรื่อยๆ ไม่นานนักเราก็มาถึงลำธารแรก เจ้าหน้าที่อุทยานเรียกว่า “คลอง 1” ซึ่งต้องเดินเหยียบก้อนหินข้ามไป ผ่านป่าอีกช่วงหนึ่งจะถึง “คลอง 2” ซึ่งเป็นลำธารเส้นเดียวกัน ผ่านจากคลอง 2 ถือเป็นการเริ่มต้นเส้นทางที่โหดขึ้น จากทางราบเรียบจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นทางชัน บางจุดน่าจะเอียงจากพื้นโลกเกือบๆ 70 องศา ต้องค่อยๆ ทรงตัวเดินตามรอยเดิมขึ้นไป หลายครั้งต้องใช้มือช่วยจับก้อนหินพยุงตัว

เส้นทางตั้งแต่คลอง 2 ผ่านผาหิน มาจนถึงดงต้นกำลังเลือดม้านี้ มีจุดที่ค่อนข้างหวาดเสียวประมาณ 2-3 จุด เพราะเป็นทางเดินแคบๆ ริมเขา เราต้องเอียงตัวเกาะกิ่งไม้เดินไปอย่างใจเย็น ถ้าพลาดก็มีสิทธิกลิ้งลงไปได้ แต่พี่ๆ เจ้าหน้าที่อุทยานก็คอยดูแลใกล้ชิด ช่วงนี้ถือเป็นช่วงที่โหดที่สุด ใช้ระยะเวลาเดินราวๆ กว่าครึ่งชั่วโมง    จากนั้นผ่านดงเฟิน ถ้าเริ่มสังเกตเห็นป่าหญ้าคาเมื่อไร นั่นหมายความว่าความหฤโหดผ่านไปแล้ว ช่วงนี้ทางเดินไม่สูงชัน เดินต่ออีกหน่อยจะเริ่มเห็นทิวทัศน์เทือกเขาและที่ทำกินของชาวบ้านด้านล่าง ไม่นานนักเราก็ถึงจุดหมายของวันแรก คือลานกางเต๊นท์ ที่พี่ๆ เจ้าหน้าที่อุทยานตั้งชื่ออย่างไม่เป็นทางการว่า “แคมป์ดาวบนดิน”

แคมป์นี้เรากางเต๊นท์กันกลางป่าหญ้าคา ไม่ไกลจากหน้าผา มองไปเห็นทิวทัศน์ด้านทิศตะวันออก ตอนเย็นท้องฟ้าเปลี่ยนเฉดสี เห็นแนวเขาเย็นที่มีหมอกขาวคลอเคลียบนยอด ดูงดงามยิ่ง แต่ที่เป็นไฮไลต์คือช่วงกลางคืน จะมองเห็นแสงไฟจากตัวเมืองกำแพงเพชรส่องแสงระยิบระยับบนพื้น เป็นที่มาของชื่อแคมป์ “ดาวบนดิน” หลังดวงตะวันลับ ราตรีกาลเข้าปกคลุม อากาศก็เย็นลงอย่างรวดเร็ว เราก่อกองไฟล้อมวงกันกินข้าว กับข้าวร้อนๆ ง่ายๆ อย่างไข่เจียว แกงหยวก ปลาเค็มทอด ก็อร่อยสุดใจในวันที่เหนื่อยล้า

>>>วันที่ 2 – ก้าวไปพิชิตยอดเขาเย็น

“สงสัยต้องมาอีกครั้งแล้วล่ะ” พี่อาดูน อ่อนตาตัน เจ้าหน้าที่อุทยาน พูดทีเล่นทีจริง เมื่อเช้ามืดวันต่อมาท้องฟ้าปิด ดวงตะวันซ่อนตัวอยู่หลังม่านหมอก ผ่านไปจนเกือบแปดโมงเราจึงเห็นแสงสีทองเรื่อๆ พระอาทิตย์โผล่มาส่องแสงแวบเดียวก็ลับหายไปอีกครั้ง แม้จะไม่ได้เป็นภาพแบบที่เราคาดหวัง แต่ก็งดงามไปอีกแบบ อากาศวันนี้เย็นกว่าเมื่อวาน สายลมเย็นเฉียบพัดผ่าน ผืนป่าปกคลุมไปด้วยไอหมอกขาว ราวเก้าโมงเช้าพวกเราออกเดินกันต่อ ขึ้นเขาสูงชันผ่านป่าเมฆหรือป่าดิบเขาระดับสูงที่ชุ่มชื้นด้วยไอหมอก ต้นไม้มีมอส เฟินขึ้นปกคลุมตามกิ่งก้านไปทั่วดังที่ใครเรียกว่า “ต้นไม้ใส่เสื้อ” บรรยากาศดูลึกลับชวนค้นหาเหมือนป่าในเทพนิยาย สายหมอกยังคงเป็นพระเอกของวันนี้ มันเป็นเพื่อนไปตลอดเส้นทาง เราเดินผ่านป่าหญ้าที่สูงท่วมหัว ผ่านดงต้นเฟินไปหยุดพักที่ต้นไม้ใหญ่ ด้วยระยะทางที่ไม่ไกลทำให้เราไม่ต้องต่อสู้กับความรีบเร่ง มีเวลาแวะถ่ายภาพดอกไม้ข้างทางที่น่าตื่นตาตื่นใจ เช่น ดอกต่างไก่ป่า เทียนดอย เทียนคำ ฯลฯ ถึงจะมีดอกไม้ไม่มาก แต่ก็มีสีสันสวยงาม

จากแคมป์แรก ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าๆ เดินระยะทางราว 2 กิโลเมตร ก็ถึงจุดแวะพักคืนที่ 2 ซึ่งตั้งอยู่กลางดงเฟิน บนแนวสันเขาที่กั้นแบ่งระหว่างจังหวัดกำแพงเพชรและตาก เหนือระดับน้ำทะเล 1,785 เมตร แนวเขานี้คือส่วนยอดของเขาเย็น โดยที่ยอดสูงสุดที่สูง 1,816 เมตรเหนือนะดับน้ำทะเลนั้นอยู่ใกล้เพียงเดินไปไม่เกิน 5 นาทีก็ถึง

บริเวณนี้คือจุดชมทิวทัศน์ที่สวยงามมากอีแห่ง มองเห็นผืนป่าตะวันตกที่กว้างใหญ่โอบล้อมไว้ ยอดไม้เบียดแน่นทึบราวกับผักบล๊อกโคลี มีแนวเขาเรียงตัวเป็นชั้นๆ ไกลสุดสายตาคือแนวเขาถนนธงชัยที่กั้นพรมแดนไทยกับพม่า บางครั้งบางคราวหมอกขาวก็กลืนภาพเบื้องหน้าหายไป

ช่วงเย็นๆ เราเห็นเหยี่ยวบินถลาร่อนอย่างสง่าเหนือผืนป่า เห็นแสงไฟรถจากถนนอันไกลลิบ ก่อนที่ท้องฟ้าจะเปลี่ยนเฉดสี และดวงตะวันจะลาลับไปเบื้องหน้า หากได้ชมกับตาจะรู้สึกว่าคุ้มค่าที่ดั้นด้นมาถึง  รุ่งเช้าอีกวันท้องฟ้ายังปิด หมอกลงหนักจนทุกสิ่งทุกอย่างเปียกฉ่ำ ทุกคนถอดใจว่าวันนี้คงไม่เห็นพระอาทิตย์ แต่ชั่วแวบที่ม่านหมอกจางลง เราก็เห็นดวงตะวันสีทองกำลังปรากฎขึ้นตรงขอบฟ้าก่อนที่ม่านหมอกจะบดบังอีกครั้ง มันรวดเร็วจนบางคนไม่ทันกลับไปหยิบกล้องมาถ่าย แต่ก็ยาวนานพอที่จะบันทึกลงในความทรงจำของเราไปอีกแสนนาน แม้จะเป็นเพียงดวงตะวันดวงเดิมที่เห็นอยู่ทุกวัน ทว่าเรื่องราวและความลำบากกว่าจะมาถึงตรงนี้ ทำให้มันมีความหมาย หลังกินข้าวเช้าเสร็จ ถึงเวลาร่ำลายอดเขาเย็นกลับสู่พื้นราบ ซึ่งเป็นการย้อนกลับเส้นทางเดิม ผ่าดงเฟิน ป่าหญ้า ป่าเมฆ แคมป์ดาวบนดิน โค้งที่แสนลาดชันเมื่อตอนขึ้น

บางคราวเรารู้สึกเหมือนเวลาเดินย้อนกลับ ระหว่างนั่งรถกลับจากหน่วยจัดการต้นน้ำขุนวังเจ้ากลับสู่อุทยานฯ เราทั้งดีใจและใจหาย ดีใจที่ได้พิชิตยอดเขาสำเร็จ ขณะเดียวกันก็ใจหายที่ความสนุกสนานกำลังจบลงแล้ว ภาพภูเขา สายหมอก ป่าเฟิน รอยแผล เรื่องขำๆ และมิตรภาพระหว่างเพื่อนร่วมทาง ราวกับถูกมัดรวมแล้วเก็บไว้ในกล่องเล็กๆ ซอกใดซอกหนึ่งของความทรงจำ ปิดป้ายหน้ากล่องว่า “เขาเย็น” เมื่อเปิดกล่องขึ้นมาเมื่อไร ความสุขก็ไหลทะลักออกมา ….อีกครั้งที่เราพบว่า บางครั้งความทรงจำอันแสนมีค่า ก็มาจากประสบการณ์ที่สุดลำบาก!

รายละเอียดค่าใช้จ่ายการทริปพิชิตยอดเขาเย็น   

ทริปละ 10,000 บาท จำนวนนักท่องเที่ยวไม่เกิน 10 คน/ รวม 1.ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยาน 2. ค่ารถรับส่ง 3.ค่าเจ้าหน้าที่ดูแลคณะ 2 ท่าน ไม่รวมค่าลูกหาบ (ลูกหาบ 400 บาท/คน/วัน น้ำหนักลูกหาบไม่เกิน 25 กก.) 

Info

อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า

โทร. 093-7900-935, 091-2897-196 www.facebook.com/Khlongwangchao

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุโขทัย

โทร. 055-616228-9

Previous
Next

Guide ใกล้ : Application คู่ใจคนชอบท่องเที่ยวตัวจริง

Guide ใกล้ เหมือนมีไกด์ไว้ใกล้ตัว
Application นี้จะช่วยแนะนำว่า ตำแหน่งรอบตัวเรามีที่เที่ยว ร้านอาหาร ร้านขายของ ที่พัก หรือสถานที่จุดใดน่าแวะไปสัมผัส ชิม ช็อป แชะ แชร์ พร้อมกิจกรรมเด่นประจำเดือน แผนที่ลงจุดใช้งานง่าย ดูสนุกและสะดวก แค่ดูภาพสวยๆ ก็อยากไปแล้ว

Writer / Photographer

ปณัสย์ พุ่มริ้ว

ปณัสย์ พุ่มริ้ว

Relate Place

News

Amazing Beach Life Festival

ททท. จัดเต็ม Amazing Beach Life Festival ปักหมุดที่แรกจังหวัดระยอง เสิร์ฟความสนุกปลุกกระแสท่องเที่ยวไทยช่วงกรีนซีซั่น

News

ททท. จัดเต็ม “Amazing Food Festival 2024” ปักหมุดจังหวัดภูเก็ต ชูเสน่ห์อาหารไทย ปลุกกระแสการเดินทางท่องเที่ยวเชิงอาหาร

ททท. จัดเต็ม “Amazing Food Festival 2024” ปักหมุดจังหวัดภูเก็ต ชูเสน่ห์อาหารไทย ปลุกกระแสการเดินทางท่องเที่ยวเชิงอาหาร

News

บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2024 : เปิดรายชื่อครั้งที่ 2 กับ 30 ศิลปินชั้นนำผ่านแนวคิด “รักษา กายา (Nurture Gaia)”

เปิดรายชื่อ 30 ศิลปินชั้นนำ
ปลุกกระแสวงการศิลปะไทย ด้วยผลงานภายใต้แนวคิดใหม่ “รักษา กายา (Nurture Gaia)”
24 ตุลาคมนี้ ถึง 25 กุมภาพันธ์ 2568