ดึงให้สุดแรง! -‘ชักเย่อเกวียนพระบาท’ สงกรานต์สุดมัน แห่งเมืองจันท์

 “ดึงอีก … ดึงอีก” กองเชียร์ส่งเสียงลั่น ชาวบ้านในทีมชักเย่อก็ออกแรงสุดชีวิต มือดึง เท้าจิกทราย โน้มตัวลงใช้ประโยชน์จากน้ำหนักตัวให้มากที่สุด แต่ละคนหน้าตาเหยเก กัดฟันสู้ไม่ถอย เสียงกลองรัวเร็วขึ้นเมื่อพวกเขากำลังได้เปรียบ

ในที่สุดคู่ต่อสู้ก็ต้านแรงสามัคคีฝ่ายนี้ไม่ไหว ต้องพ่ายแพ้ไป กองเชียร์ส่งเสียงดังลั่นอีกครั้ง… บรรยากาศข้างต้น คือการเล่นชักเย่อที่สนุกสนานในเทศกาลวันสงกรานต์ที่วัดตะปอนใหญ่ ตำบลตะปอน อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี ซึ่งมีประเพณี “ชักเย่อเกวียนพระบาท” สืบทอดกันมายาวนานกว่า 70 ปีแล้ว เป็นการแข่งชักเย่อโดยดึงเชือกที่ผูกกับเกวียนที่ประดิษฐาน “ผ้าพระบาท” ผืนผ้าศักดิ์สิทธิ์ ชุมชนไหนชนะจะได้ผ้าไปทำบุญก่อน

งานนี้ชาวบ้านจึงรวมใจกันสุดชีวิต วัดตะปอนใหญ่เป็นวัดเก่าแก่ เล่ากันว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าปราสาททองแห่งกรุงศรีอยุธยา อายุกว่า 250 ปี ตั้งอยู่บนเส้นทางโบราณสายขลุง-พลิ้ว ซึ่งมีขบวนเกวียนพ่อค้าวิ่งผ่าน คำว่า “ตะปอน” บ้างว่าเพี้ยนมาจาก “ตะโพน” ที่หมายถึงการกระเด้งกระดอนเมื่อวิ่งเกวียนบนเส้นทางที่เป็นหลุมบ่อ จุดเริ่มต้นของประเพณีนั้น คุณกาญจน์ กรณีย์ ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอขลุง เล่าให้ฟังว่า ในสมัยก่อนเกิดโรคระบาด มีคนเจ็บป่วยล้มตายจำนวนมาก ทำอย่างไรก็ไม่หาย จึงมีพระแนะนำให้นำผ้าพระบาทออกมาแห่ไปตามหมู่บ้าน ผ้าผืนนี้เล่ากันว่ามีผู้นำมาทางเรือ มีการฉลอง 7 วัน 7 คืน และประดิษฐานที่วัดตะปอนน้อย ผืนผ้ากว้าง 5 ศอก ยาว 21 ศอก เชื่อว่าเขียนเป็นรูปรอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้าซ้อนทับกัน 4 รอย จึงเรียกว่า “ผ้าพระบาท”

เมื่อขบวนแห่ผ้าตีฆ้องร้องผ่านไป ชาวบ้านก็ยกมือสาธุ ขอนำผ้าพระบาทไปทำพิธีให้คนป่วย ความมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้นเมื่อโรคร้ายค่อยๆ หายไป คนป่วยอาการดีขึ้น ชาวบ้านจึงเกิดศรัทธา ทำให้เกิดประเพณีแห่ผ้าพระบาทไปตามหมู่บ้านมานับแต่นั้น แต่ด้วยความที่ผ้ามีอยู่ผืนเดียว ในขณะที่ชาวบ้านในตำบลตะปอนมีหลายหมู่บ้าน รวมถึงหมู่บ้านอื่นก็อยากนำผ้าไปทำบุญด้วย จึงเกิดการยื้อแย่งผ้าพระบาท ชาวบ้านจึงมาคุยตกลงกติกากัน กลายเป็นประเพณีแย่งผ้าด้วยการชักเย่อ นั่นคือประเพณีชักเย่อเกวียนพระบาท

ใครชนะจึงได้ผ้าไปทำบุญก่อน ปัจจุบันการเล่นชักเย่อเกวียนพระบาท ที่วัดตะปอนใหญ่ กำหนดจัดทุกวันที่ 17 เมษายนของทุกปี โดยนำผ้าพระบาทออกมาประดิษฐานไว้บนเกวียน ให้สองฝ่ายชักเย่อแข่งกัน แบ่งเป็นการแข่งขันระหว่างผู้ชาย ผู้หญิง หนุ่มสาว ผู้สูงวัย และเด็ก แต่ละปีมีชาวบ้านมาร่วมเชียร์กันคับคั่ง ด้วยความที่สืบทอดการเล่นมานาน ชาวบ้านจึงมีกลวิธีการดึงที่พิเศษ ทั้งท่าดึงที่ได้เปรียบคู่ต่อสู้ที่สุด การล้มตัวกดเชือกไว้กับทรายเพื่อดึงเกมส์ และการชิงจังหวะดึงเพื่อเอาชนะ

การแข่งขันที่นี่จึงไม่ใช่แค่การเอาชนะด้วยแรงเท่านั้น ตลอดวันนั้นมีประเพณีสงกรานต์ เริ่มตั้งแต่การรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ในตอนเช้า บ่ายแข่งชักเย่อ เล่นการละเล่น แดดร่มลมตกก็ก่อพระเจดีย์ทราย แยกย้ายไปอาบน้ำอาบท่า ก่อนจะกลับมารวมกันที่วัดอีกครั้งเวลาประมาณ 2 ทุ่ม เพื่อจุดเทียนทำพิธีสมโภชน์พระเจดีย์ทราย มีพระสงฆ์มาสวดให้ศีลให้พรและประกาศรางวัลเจดีย์ทรายสวยงาม นับเป็นประเพณีที่สนุกสนาน และเปี่ยมด้วยบรรยากาศแห่งศรัทธาในตอนท้าย …ใครที่กำลังคิดว่าสงกรานต์นี้จะไปไหน เราอยากให้ลองแวะมาที่วัดตะปอนใหญ่สักครั้ง

ขอขอบคุณ งานสื่อมวลชนสัมพันธ์ในประเทศ กองประชาสัมพันธ์ในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย


Relate Place

Travel

ยี่เป็งวัดร้องแง
 แปงแตะดอกไม้ปันดวง

ในช่วงเทศกาลยี่เป็ง ชาวไทลื้อบ้านร้องแงจะรวมใจกันทำแตะดอกไม้ปันโดง (ตามสำเนียงลื้อ) ซึ่งก็คือดอกไม้พันดวง แต่ละบ้านจะทำบ้านละอันสองอัน ขนาดเล็กหรือใหญ่แล้วแต่ศรัทธา ส่วนใหญ่มีขนาดประมาณ 1-2 ตารางฟุต โดยนำดอกไม้หลายชนิดเรียงรายแล้วใช้ไม่ไผ่สานประกบทั้งสองด้าน เรียกว่าแตะดอกไม้

Travel

มอหินขาว สโตนเฮนจ์เมืองไทย

เสาหินทรายสีขาวขนาดใหญ่กว้างราวยี่สิบสองคนโอบ เรียงรายโดดเด่นอยู่บนลานกว้างกลางป่าโปร่ง ซึ่งถูกโอบล้อมด้วยต้นไม้สีเขียวขจีอันงดงาม พวกมันถูกเรียกว่า “มอหินขาว” และความเด่นชัดท่ามกลางธรรมชาติที่แตกต่างกันก็ประจักษ์ต่อสายตาพวกเรา

News

“หอมกลิ่นดอกเกลือ”

จังหวัดเพชรบุรี จัดยิ่งใหญ่…มหกรรมเกลือทะเลเพชรสมุทรคีรี
งานมหกรรมนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-17 พฤศจิกายน 2562 ณ สหกรณ์การเกษตรเกลือทะเลไทยเพชรบุรี จำกัด ตำบลบ้านแหลม อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี

Travel

โฮงเจ้าฟองคำ

โฮงเจ้าฟองคำเป็นบ้านทรงล้านนาที่สร้างด้วยไม้ทั้งหลัง ปัจจุบันเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ต้องมาแวะชมเพราะมีหลายสิ่งหลายอย่างน่าประทับใจ นับตั้งแต่เดินเข้าประตูรั้วสู่บริเวณบ้านที่ร่มรื่นมาจนถึงโฮงเจ้าฟองคำ