
“นายรอบรู้” ชวนชื่นมื่นวันมหาสงกรานต์ทั่วไทย
นายรอบรู้ช่วนเพื่อนๆ ทุกคน มาเที่ยวเทสกาลสงกรานต์ทั่วไทยกัน มีที่ไหนกันบ้างตามเราไปดูเลย..
“ปะแป้งตกแต่งทรงผม แสกกลางปั้นกลม ดอกไม้ทัดหู
งานใหญ่ที่คนไทยเชิดชู ทั่วโลกรับรู้ งานวังนารายณ์”
เสียงเพลงนุ่งโจง ห่มสไบ แต่งไทยเที่ยวงานวัง เปิดบรรเลงวนไปไม่ขาดช่วง สร้างความครึกครื้นให้กับผู้คนที่หลั่งไหลเข้ามาเที่ยวงาน กวาดสายตามองทั่วบริเวณงานเห็นเด็กตัวเล็กๆ ไปจนถึงผู้สูงวัยร่วมใจกันแต่งชุดไทย ทั้งพื้นที่ของงานถูกโอบล้อมด้วยกำแพงพระนารายณ์ราชนิเวศน์ ที่ตกแต่งประดับประดาด้วยแสงไฟสีเหลืองทองอร่าม ส่องแสงระยิบระยับทั้งในและนอกงาน เป็นการบอกพิกัดชัดเจนว่าที่นี่ “งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช”
งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า งานวังนารายณ์ เป็นงานประจำปีที่มีชื่อเสียงของจังหวัดลพบุรี จัดขึ้นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ผู้ทรงสร้างความเจริญให้กับเมืองลพบุรี ในปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 33 ระหว่างวันที่ 14-23 กุมภาพันธ์ 2563 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. จนถึง เวลา 23.00 น.
กิจกรรมภายในงานมีการเปิดให้สักการะสมเด็จพระนารายณ์มหาราช สักการะหลวงพ่อโต ชมการแสดงประวัติศาสตร์จินตนาการ “เรืองรุ่ง ปฐพี ราชธานี พระนารายณ์” ซึ่งเป็นการจำลองชีวิตของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช รวมถึงวิถีชีวิตของคนสมัยกรุงศรีอยุธยาในช่วงเวลานั้น
นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการเกี่ยวกับสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ป้ายแสดงประวัติศาสตร์และความสำคัญของบันได 51 ขั้น ตำรับโอสถพระนารายณ์ การตกแต่งพระที่นั่งสุทธาสวรรย์ การตกแต่งโบราณสถานบ้านวิชาเยนทร์ ชมสวนนารายณ์นฤมิต การแข่งขันปลากัด การแข่งขันหมากรุก และมีจุดจำหน่ายสินค้า OTOP ของเมืองลพบุรี
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีโซนตลาดย้อนยุคจำหน่ายอาหารพื้นบ้าน สิ่งที่น่าสนใจของโซนนี้คือ การใช้เบี้ยในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแทนเงินสด โดยจะมีจุดแลกเบี้ยอยู่ทางเข้าตลาดย้อนยุค บอกเลยว่าอาหารโซนนี้ราคาไม่แพง แวะชิมอิ่มท้องพร้อมเดินเที่ยวงานต่อ
ไฮไลท์สำคัญของงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราชที่หลายคนรู้กันดีคือ การให้ผู้ร่วมงานทุกคนร่วมใจแต่งกายด้วยชุดไทย เพื่อเป็นการอนุรักษณ์และฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรม ส่วนใครที่อยู่ไกล หรือไม่มีชุดไทยใส่เข้างานก็สามารถหาเช่าชุดได้ที่ในงาน ราคาเช่าเพียงหลักร้อยเท่านั้น บางร้านใจดีมีบริการแต่งหน้าทำผมฟรีให้หนุ่มสาวหล่อสวยจัดเต็มกันในงาน
สำหรับใครที่พลาดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราชในปีนี้ ปีหน้าเตรียมหาชุดไทยสวยๆ ไว้ได้เลย รับรองว่ามางานเดียว ได้ทั้งกิน เที่ยว ถ่ายรูปเก๋ๆ กับชุดไทยไปอวดเพื่อนแน่นอน
ที่ตั้ง พระนารายณ์ราชนิเวศน์ ถ.สรศักดิ์ ต ตำบล ท่าหิน อำเภอเมืองลพบุรี ลพบุรี
จัดขึ้นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี
Guide ใกล้ เหมือนมีไกด์ไว้ใกล้ตัว
Application นี้จะช่วยแนะนำว่า ตำแหน่งรอบตัวเรามีที่เที่ยว ร้านอาหาร ร้านขายของ ที่พัก หรือสถานที่จุดใดน่าแวะไปสัมผัส ชิม ช็อป แชะ แชร์ พร้อมกิจกรรมเด่นประจำเดือน แผนที่ลงจุดใช้งานง่าย ดูสนุกและสะดวก แค่ดูภาพสวยๆ ก็อยากไปแล้ว
นายรอบรู้ช่วนเพื่อนๆ ทุกคน มาเที่ยวเทสกาลสงกรานต์ทั่วไทยกัน มีที่ไหนกันบ้างตามเราไปดูเลย..
เสาหินทรายสีขาวขนาดใหญ่กว้างราวยี่สิบสองคนโอบ เรียงรายโดดเด่นอยู่บนลานกว้างกลางป่าโปร่ง ซึ่งถูกโอบล้อมด้วยต้นไม้สีเขียวขจีอันงดงาม พวกมันถูกเรียกว่า “มอหินขาว” และความเด่นชัดท่ามกลางธรรมชาติที่แตกต่างกันก็ประจักษ์ต่อสายตาพวกเรา
ร้านบะหมี่เกี๊ยวรถเข็นเล็ก ๆ ในตรอกเจริญไชย ย่านเยาวราช บอกเลยว่ารสชาติไม่ธรรมดา ด้วยเปิดขายมานาน 20 ปีกว่าแล้ว
De’Ya Cafe แหล่งพบปะ แวะพักสุดฮิต ของจังหวัดปราจีนบุรี ร้านสไตล์โมเดิร์นขนาดใหญ่ สองชั้น ที่ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นสถานที่มีตติ้งของครอบครัว บรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง แถมเมนูของที่นี้ก็ถูกการันตีความอร่อยจากรายการร้านเด็ดประเทศไทยและคนดังอีกหลายคนด้วย
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดเต็มงาน “Amazing Thailand Fest 2023” ระหว่างวันที่ 19-20 สิงหาคม 2566 ณ นครซิดนีย์ เครือรัฐออสเตรเลีย โดยผนึกกำลังพันธมิตรอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ยกทัพ Soft Power ของไทยเสนอแก่นักท่องเที่ยวออสเตรเลียอย่างใกล้ชิด เพื่อมุ่งสร้างความเชื่อมั่นและแรงบันดาลใจ
สู่การตัดสินใจเดินทางมายังประเทศไทย พร้อมตอกย้ำแบรนด์ Amazing Thailand ควบคู่กับแนวคิด Responsible Tourism ฉายภาพมิติใหม่ของท่องเที่ยวไทยที่พร้อมส่งมอบประสบการณ์ Amazing Experience อันเปี่ยมด้วยคุณค่า และความหมายในทุกช่วงเวลา
นางสาวปาริชาติ บุญคล้าย ผู้อำนวยการฝ่ายโฆษณาและประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า การจัดงาน “Amazing Thailand Fest 2023” ถือเป็นโอกาสที่ดีในการสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์ “ปีท่องเที่ยวไทย 2566”
ตามแคมเปญ “Visit Thailand Year 2023, Amazing New Chapters” โดย ททท. มุ่งมั่น กระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลกมายังประเทศไทย เพื่อค้นพบมุมมองใหม่ของการท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะการท่องเที่ยว
เชิงประสบการณ์ (Experience-based-Tourism) ที่จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจ เติมพลัง เติมความหมายบทใหม่ของชีวิต ผ่านสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว รวมถึง Soft Power of Thailand และการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ เพื่อยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยภายใต้แบรนด์ Amazing Thailand ให้แข็งแกร่งและยั่งยืน
สำหรับหมุดหมายสุดท้ายของงาน “Amazing Thailand Fest 2023” ครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-20 สิงหาคม 2566 ณ the Southern Forecourt, Overseas Passenger Terminal, Circular Quay West ใจกลางนครซิดนีย์ เครือรัฐออสเตรเลีย โดยได้รับความร่วมมือจากทีมประเทศไทย ได้แก่ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครซิดนีย์ สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ณ กรุงแคนเบอร์รา ผู้ประกอบการร้านอาหารไทย ธุรกิจนำเที่ยว และหน่วยงานพันธมิตร ผนึกกำลังออกแบบประสบการณ์ Amazing Experience ของประเทศไทยผ่านพลังแห่ง Soft Power มานำเสนอให้ชาวออสเตรเลียสัมผัสอย่างใกล้ชิด
พิธีเปิดงาน “Amazing Thailand Fest 2023 in Sydney” ในวันที่ 19 สิงหาคม 2566 ได้รับเกียรติจาก นางสาวอาจารี ศรีรัตนบัลล์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา เครือรัฐออสเตรีเลีย นางสาวสุกัญญา สิริกาญจนากุล ผู้อำนวยการภูมิภาคอาเซียน เอเชียใต้ และแปซิฟิกใต้ ททท. นางสาวปาริชาต บุญคล้าย ผู้อำนวยการฝ่ายโฆษณาและประชาสัมพันธ์ ททท. ร่วมเปิดงาน ภายในงาน ททท. เนรมิตบรรยากาศแห่งความรื่นเริงภายใต้ธีมงานเทศกาลประเพณีไทย F-Festival ประดับด้วยธงราว ตุง โคม และกระทงหลากสี พร้อมจัดพื้นที่จำลองบรรยากาศสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม โดดเด่น เช่น หาดทรายและชายทะเลไทย ก่อนจะสร้างความตื่นตาตื่นใจให้นักท่องเที่ยวผ่าน
Soft Power ในรูปแบบต่าง ๆ ได้แก่ การแสดงนาฏศิลป์พื้นบ้าน การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย 4 ภาค อาทิ รำไทย
สี่ภาค โขน โนรา เซิ้งอีสาน รำกลองยาว และการแสดงสุดพิเศษศิลปะการต่อสู้แม่ไม้มวยไทย F-Fight มรดกทางวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมงานยังได้มีส่วนร่วมลงมือทำกิจกรรมต่าง ๆ ในโซนสาธิต ภายใต้แนวคิด Responsible Tourism นำเสนอกิจกรรมทำกระเป๋าสานจากขยะอวนทะเล จาก จ.กระบี่ และกิจกรรมการแปรรูปขยะพลาสติกเป็นของที่ระลึกจาก จ. ภูเก็ต รวมทั้งกิจกรรมสาธิตทางวัฒนธรรม ได้แก่ การวาดร่ม การเพ้นท์หน้ากากผีตาโขน และ F-Fashion เชิญชวนผู้เข้าร่วมงานแบ่งปันและโพสต์ประชาสัมพันธ์งาน Amazing Thailand Fest 2023 บนโซเชียลมีเดีย เพื่อรับของที่ระลึกกางเกงช้างแฟชั่นยอดฮิตของไทย
อีกหนึ่งไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด คือ การนำเสนอวัฒนธรรมอาหาร F-Food กับ 8 บูธร้านอาหารไทยในซิดนีย์
จัดจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มต้นตำรับไทย ประกอบด้วย ร้านชาติไทย (หมูพวง ส้มตำ ปากหม้อ ลาบไก่ ไส้กรอก
ไก่ย่างไม้) ร้าน Dodee Paidang Haymarket (ก๋วยเตี๋ยวต้มยำกุ้ง ปาท่องโก๋ เกี๊ยวทอด กล้วยทอด ไก่ทอด) ร้าน Thai Riffic Express (ผัดไทย โรตี ทาโก้ สะเต๊ะ) ร้าน Show Neua (ข้าวเหนียวหมูทอดน้ำพริก ข้าวซอย น้ำเงี้ยว ขนมจีน
แกงปู) ร้านพริกไทย (ผัดผักรวมเม็ดมะม่วง มัสมั่นเนื้อ ขาหมู แกงเขียวหวาน ผัดกะเพรา ผัดซีอิ๊ว) ร้าน Tawandang @ George St (ส้มตำ ไก่ย่าง ข้าวเหนียว) ร้าน Sabuy Express (ทุเรียน ขนุน ส้มโอ สับปะรด) ร้าน Top Class (มะพร้าว)
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีบูธผู้ประกอบการพันธมิตรด้านการท่องเที่ยว ได้แก่ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์
จัดกิจกรรมสาธิตเพ้นท์หน้ากากรูปสัตว์, สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (Thai Trade) ณ นครซิดนีย์
จัดกิจกรรมชิมผลไม้ไทย, สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ณ กรุงแคนเบอร์รา จัดกิจกรรมชิมเนื้อเป็ดปรุงสุกซึ่งมีการนำเข้าเพื่อจำหน่ายในออสเตรเลียเป็นครั้งแรก, สายการบินไทย, ไทยแอร์เอเชีย และต่อยอดแนวคิด Responsible Tourism เสนอเส้นทางท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ 20 เส้นทาง รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมการตลาด “BOOK NOW, GET 80 AUS NOW” จัดโปรโมชั่นจองที่พักที่ส่งเสริมความยั่งยืนในประเทศไทยภายในงาน ผ่านเว็บไซต์ agoda รับส่วนลด 80 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราคา 2,000 บาท) ทั้งนี้ การจัดงานยังคง DNA ของ ททท. ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมด้วยการลดปริมาณการใช้พลาสติก เลือกใช้ภาชนะบรรจุอาหารที่ย่อยสลายได้ มีการวางระบบการคัดแยกขยะ และตระหนักถึงการใช้วัสดุตกแต่งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้
นอกจากนี้ ททท. ได้จัดกิจกรรม “Amazing Thailand Fest Media Briefing” ในวันที่ 18 สิงหาคม 2566 ณ Watersedge at Campbell’s Stores, the Rocks นครซิดนีย์ โดยเชิญพันธมิตรผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและสื่อมวลชนในพื้นที่ จำนวน 40 ราย ร่วมอัปเดตสถานการณ์ท่องเที่ยวไทย รวมถึงสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวของไทย และต่อยอดจัดกิจกรรม “Amazing Thailand Fest to Fam Trip Australia to Thailand” นำคณะสื่อมวลชน influencers bloggers จากเครือรัฐออสเตรเลีย เดินทางสัมผัสประสบการณ์ Amazing Experience ทดสอบสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวไทย ใน 3 จุดหมายปลายทางหลัก ได้แก่ มาสัมผัส กรุงเทพฯ เชียงราย และกาญจนบุรี- สมุทรสงคราม ระหว่างวันที่ 20 – 26 กรกฎาคม ที่ผ่านมา
ตลาดนักท่องเที่ยวออสเตรเลียเป็นตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีนัยยะสำคัญต่ออัตราการเติบโตของตลาดระยะใกล้ จากสถิติปี พ.ศ. 2565 ประเทศไทยมีโอกาสต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลียแล้วกว่า 336,688 คน ต่อมาในปี พ.ศ. 2566 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 กรกฎาคม 2566 มีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลียเดินทางเข้าไทย
385,100 คน เทียบเท่าร้อยละ 85 ของสถิติในปี 2562 และจุดหมายปลายทางยอดนิยม 5 อันดับ ได้แก่กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต เกาะสมุย (สุราษฎร์ธานี) พัทยา (ชลบุรี) และกระบี่ ตามลำดับ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม Millennials
/ Gen Y Digital nomad Family และ Health-conscious รวมทั้ง เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่ตระหนักถึงการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน สอดคล้องกับกลยุทธ์พลิกฟื้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในปีท่องเที่ยวไทย ทั้งนี้ ททท. วางเป้าหมายกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวออสเตรเลียเข้าเที่ยวไทย 522,000 ภายในสิ้นปีนี้
Guide ใกล้ เหมือนมีไกด์ไว้ใกล้ตัว
Application นี้จะช่วยแนะนำว่า ตำแหน่งรอบตัวเรามีที่เที่ยว ร้านอาหาร ร้านขายของ ที่พัก หรือสถานที่จุดใดน่าแวะไปสัมผัส ชิม ช็อป แชะ แชร์ พร้อมกิจกรรมเด่นประจำเดือน แผนที่ลงจุดใช้งานง่าย ดูสนุกและสะดวก แค่ดูภาพสวยๆ ก็อยากไปแล้ว
บ้านจ่าโบ่ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน หมู่บ้านกลางหุบเขา ที่มีลมเย็นพัดผ่านตลอดปี มีก๋วยเตี๋ยวห้อยขาชื่อดัง อีกทั้งร้านกาแฟเด็กดอย คอยชาวฮิปสเตอร์ไปชิม ลิ้มรส ชมทะเลหมอกพร้อมรับอากาศเย็นสบายในยามเช้า ขนลุกเป็นระยะกับอากาศหนาวในช่วงกลางคืน แม้ฤดูร้อนก็ได้สัมผัสอากาศเช่นนี้อยู่เหมือนกัน
กับบริการเดลิเวอรี่จากพระรามสี่ บิสโตร โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯ พระรามสี่ บิสโตร
หากคุณกำลังมองหาบรรยากาศที่แสนร่มรื่นเขียวขจี รายล้อมด้วยทุ่งหญ้ากว้างไกลสุดลูกหูลูกตา และเดินทางสะดวกอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองกรุงเทพฯมากนัก “นายรอบรู้” ขอแนะนำ เมาน์เท่น ครีก กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ เรสสิเดนซ์ (Mountain Creek Golf Resort & Residences) รีสอร์ทและวิลล่าสุดหรูแห่งใหม่ใจกลางเขาใหญ่ พร้อมด้วยสนามกอล์ฟ บนเนื้อที่โครงการกว่า 1,750 ไร่
ถ้าพูดถึงวัดในขอนแก่น ชวนให้นึกถึงวัดทุ่งเศรษฐีที่มีมหารัตนเจดีย์ศรีไตรโลกธาตุซึ่งสร้างตามคติไตรภูมิที่จำลอง บาดาล โลกและสวรรค์ไว้ที่นี้ ตอนนี้กลายเป็นแลนด์มาร์คใหม่ไปแล้ว
© 2018 All rights Reserved.