วันเดียวเที่ยวครบ “อยุธยา” เมืองกรุงเก่า มนต์เสน่ห์วิถีชุมชน OTOP Village...ไปแล้วจะรัก

เมื่อพูดถึงเมืองกรุงเก่า หรือเมืองประวัติศาสตร์ หลายๆ คนต้องนึกถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หรือเรียกกันสั้นๆ ว่า “อยุธยา” เมืองเก่าแก่ระดับตำนานของประเทศไทยที่มีทั้งวัด ตลาดน้ำ เมืองโบราณ
และสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย แถมยังอยู่ใกล้กรุงเทพฯ จะเที่ยววันไหนก็ได้ ไม่ต้องรอหยุดยาว

เรามีโอกาสได้เช็คอิน! ทัวร์เมืองกรุงเก่า กับกิจกรรมวันเดียวเที่ยวครบ ช้อป ชิม ชิล เปิดประสบการณ์และสัมผัสวิถีชีวิตลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนกลาง ถึง 2 ชุมชนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นั่นก็คือ
“บ้านสำพะเนียง” และ “บ้านใหม่” จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นจังหวัดใน 1 เส้นทาง ของ “โครงการหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว : OTOP Village 8 เส้นทาง” ภายใต้แนวคิด “หลากเสน่ห์ หลายผลิตภัณฑ์ กับ 8 เส้นทาง หมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว…OTOP Village ไปแล้วจะรัก” ที่ขับเคลื่อนโดยกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย

นายสมหวัง พ่วงบางโพ รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เล่าให้ฟังว่า โครงการหมู่บ้าน OTOP
เพื่อการท่องเที่ยวดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2549 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมโยงสินค้า OTOP
ที่สะท้อนอัตลักษณ์ ศิลปวัฒนธรรม และวิถีชีวิตของท้องถิ่นนั้นๆ เข้ากับแหล่งท่องเที่ยวและบริการ โดยเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมเพื่อสร้างความเข้มแข็งของชุมชนซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการ
ไทยนิยมยั่งยืนของรัฐบาลที่เน้นการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสและสนับสนุนให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ให้ชุมชน ซึ่งในปี 2561 ได้ดำเนิน “โครงการหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว : OTOP Village 8 เส้นทาง” ในพื้นที่ 31 จังหวัด จำนวน 125 หมู่บ้าน เพื่อปลุกกระแสให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยววิถีชุมชน วัฒนธรรม ผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP ของดีจากภูมิปัญญาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะแต่ละท้องถิ่น 

“จากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องพบว่าโครงการดังกล่าวกระตุ้นให้ชุมชนเกิดการตื่นตัวและรวมพลังในการคิดริเริ่มสร้างสรรค์ พัฒนาทรัพยากรของชุมชนให้มีคุณค่า สร้างงาน สร้างรายได้ให้ชุมชน สามารถจูงใจให้นักท่องเที่ยวเข้าไปศึกษาเรียนรู้และท่องเที่ยวในชุมชน นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นซึ่งเป็นเศรษฐกิจฐานรากให้เกิดความเข้มแข็ง ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างทั่วถึง
ซึ่งการจัดกิจกรรมวันเดียวเที่ยวครบที่บ้านสำพะเนียงและบ้านใหม่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาในครั้งนี้
ถือเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนโครงการไทยนิยมยั่งยืนอีกช่องทางหนึ่งด้วย”
นายสมหวัง กล่าว

เริ่มต้นจากชุมชนเก่าแก่อย่าง “บ้านสำพะเนียง” ตำบลสำพะเนียง อำเภอบ้านแพรก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยถือโอกาสอันดีงามนี้กราบสักการะไหว้พระปิดทองขอพรหลวงพ่อดำ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย ประดิษฐานอยู่ในวิหารเก่าวัดสำพะเนียงซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 2480 และ
หลวงปู่แร่ อดีตเจ้าอาวาสวัดสำพะเนียง พร้อมชมศาลาเสาไม้แก่นพื้นไม้สักทองที่ใหญ่ที่สุดในลุ่มแม่น้ำลพบุรี

“ป้าต่อ – พรพิลัย ฉายเนตร” อายุ 55 ปี นักเล่าเรื่องชุมชน บอกเล่าขานตำนานริมน้ำให้ฟังว่า
บ้านสำพะเนียงเป็นชุมชนเก่าแก่แห่งหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีพื้นที่ราบลุ่มติดกับแม่น้ำลพบุรีซึ่งเป็นแม่น้ำเก่าแก่ที่ใช้เดินทางสัญจรกันไปมาตั้งแต่สมัยโบราณ แนวแม่น้ำลพบุรีสายเก่า คลองสันป่า หรือชื่อโบราณที่คนบ้านแพรกเรียกว่า คลองสินปัว มีการพบเครื่องปั้นดินเผา เศษกระเบื้องและของใช้โบราณต่างๆ
เป็นหลักฐานบอกเล่าเรื่องราวการเข้ามาอยู่ของชุมชนไม่ต่ำกว่าสมัยสุโขทัย เป็นแหล่งอารยธรรมเก่าแก่
โดยแต่เดิมบ้านสำพะเนียงเป็นส่วนหนึ่งของอำเภอมหาราช ก่อนจะแยกออกเป็น 2 ตำบลคือ ตำบลบ้านแพรก และตำบลสำพะเนียง เมื่อปี 2540     

ที่บ้านสำพะเนียง เราได้ร่วมกิจกรรมเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ณ บ้านชื่นตระกูล ชมสาธิต “ยกยอกุ้ง” สัมผัสวิถีชีวิตชุมชนริมน้ำ เรียนรู้การทำ “พัดสานบ้านแพรก” งานหัตถกรรมพื้นบ้านอันทรงคุณค่าที่เกิดจากภูมิปัญญาชาวบ้านที่สืบทอดกันมาช้านาน ด้วยลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร เช่น ลายเครือวัลย์ หรือลายรูปหัวใจ ลายนก ลายไทย ลาย 12 นักษัตร ลวดลายเป็นตัวอักษรอยู่บนตัวพัด และได้พัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทอื่นๆ เช่น กระเป๋าเงิน กระเป๋าสะพาย และโคมไฟตั้งโต๊ะ

นอกจากนี้ยังได้ดูวิธีการทำ “ขนมฝอยทอง” สูตรต้นตำรับ และ “ขนมปลากริมไข่เต่า 3 สี” ชม ชิม และช้อปผลิตภัณฑ์อาหารบ้านสำพะเนียงที่ครบเครื่องเรื่องคาวหวาน ซึ่งผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อคือ “ปลาย่างรมควัน”ที่มีความพิเศษต่างจากปลาย่างที่อื่น คือ การย่างด้วยวิธีการตามธรรมชาติ ใช้ขี้เลื่อยและกาบมะพร้าวในการย่าง ทำให้ได้สีและกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ นำไปทำอาหารได้หลากหลาย โดยเมนูเด็ดบ้านสำพะเนียงคือ ต้มโคล้งปลาย่างรมควัน  รวนไก่บ้านหน่อไม้สด หลนปูเค็ม ผัดเผ็ดปลากรายมะระจีน  หมี่กรอบโบราณ แกงไก่หน่อไม้สด ห่อหมกปลาช่อนและลาบปลาช่อน ซึ่งมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ให้เลือกรับประทาน  แถมด้วย
ขนมหวานที่หากินได้ยากอีกเพียบ เช่น ขนมกุ๊บกิ๊บ ขนมถ้วยฟูโบราณ และขนมไทยโบราณอื่นๆ อีกมากมาย

ช่วงบ่ายไปปักหมุดกันที่ “บ้านใหม่” ตำบลบ้านใหม่ อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
อีกหนึ่งชุมชนเล็กๆ ที่มีอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ และเป็นภูมิลำเนาบ้านเกิดของศิลปินแห่งชาติ พระเอกตลอดกาล “สรพงษ์ ชาตรี” ภายในบ้านซึ่งเรียกได้ว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ชีวิตขนาดย่อมที่รวบรวมภาพถ่าย
ของสรพงษ์และครอบครัว ภาพโปสเตอร์จากภาพยนตร์ไทยที่แสดงโดยสรพงษ์ ชาตรีที่เรียกได้ว่า
เป็นสถานที่เก็บความทรงจำ และเป็นความภาคภูมิใจของชาวตำบลบ้านใหม่ที่มีบุคคลสำคัญระดับประเทศ เป็นแบบอย่างที่ดีต่อเยาวชนลูกหลานคนบ้านใหม่

เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ “ป้าชั้น – ชั้น เทียมเสวต” อายุ 78 ปี พี่สาว “สรพงษ์ ชาตรี” เล่าว่า ตำบลบ้านใหม่เป็นตำบลที่แยกออกมาจากตำบลท่าตอ และเนื่องจากเป็นตำบลที่แยกออกมาตั้งใหม่ จึงเรียกกันว่า “บ้านใหม่” มาตั้งแต่ปี 2510 ตำบลบ้านใหม่ตั้งอยู่ริมสองฝั่งคลองบางแก้วซึ่งเป็นคลองสายสำคัญ
แยกจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลมาบรรจบกับแม่น้ำลพบุรีที่อำเภอมหาราช ถือเป็นเส้นทางคมนาคมที่สำคัญ
มาตั้งแต่ครั้งโบราณ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เกิดการพัดพาดินตะกอนแม่น้ำเจ้าพระยามาสะสมอยู่ในพื้นที่คลอง
บางแก้ว จนเกิดเป็นแผ่นดินงอกยื่นออกไปตลอดริมสองฝั่งคลองเป็นพื้นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ ดินดีน้ำดี
ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรมีเอกลักษณ์ในเรื่องของรสชาติ โดยเฉพาะ “ละมุด 100 ปี” เป็นละมุดที่มีชื่อเสียงอันดับ 1 ของอยุธยา ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ปี 2560 รสชาติอร่อย หวานกรอบ ออกผลในช่วงเดือนพฤศจิกายน – เมษายนของทุกปี เป็นผลไม้ขึ้นชื่อประจำตำบลบ้านใหม่

ต่อด้วยการเดินทางไปที่วัดวชิรธรรมาราม พุทธอุทยานมหาราช เพื่อสักการะ“พระใหญ่หลวงปู่ทวด” ขนาดหน้าตัก 24 เมตร ความสูงรวมฐาน 51 เมตร สร้างด้วยปูนหุ้มโลหะสำริดเคลือบสีทองขนาดใหญ่ที่สุด
ในประเทศไทย และปิดท้ายทริปนี้ด้วยการช้อป ชิม ชิล ที่ตลาดอุทยานหลวงปู่ทวด และศูนย์จำหน่ายสินค้า OTOP ซึ่งมีทั้งของกินของฝากและของที่ระลึกหลากหลาย สินค้าปรุงสดใหม่ ทำให้เห็น อาทิ ข้าวหลาม ทองม้วนสด ปลาตะเพียนต้มเค็ม กระยาสารทโบราณ โรตีสายไหม เครื่องจักสาน มีดอรัญญิก ครกหิน และสินค้า OTOP มากมายให้เลือกช้อปติดไม้ติดมือกลับบ้านกันอีกด้วย

มาร่วมเช็คอิน! เที่ยวถึงถิ่น กินอยู่แบบชาวบ้าน เปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวมิติใหม่กับหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว…OTOP Village ไปแล้วจะรัก.

Info

วันเดียวเที่ยวครบ "อยุธยา"

สอบถามรายละเอียดข่าวเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ:
มนต์ระวี โรจนะสิริ   โทร. 085 252 5245    อีเมล : monrawee.rose@gmail.com

ณัฐยา สุขทอง        โทร. 081 986 0206    อีเมล : to.nim.nattaya@gmail.com

Guide ใกล้ : Application คู่ใจคนชอบท่องเที่ยวตัวจริง

Guide ใกล้ เหมือนมีไกด์ไว้ใกล้ตัว
Application นี้จะช่วยแนะนำว่า ตำแหน่งรอบตัวเรามีที่เที่ยว ร้านอาหาร ร้านขายของ ที่พัก หรือสถานที่จุดใดน่าแวะไปสัมผัส ชิม ช็อป แชะ แชร์ พร้อมกิจกรรมเด่นประจำเดือน แผนที่ลงจุดใช้งานง่าย ดูสนุกและสะดวก แค่ดูภาพสวยๆ ก็อยากไปแล้ว

Writer/ Photographer

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย


Relate Place

Travel

เดินเที่ยว Street art เมืองปัตตานี

ปัตตานี เมืองท่าที่รุ่งเรืองและมีความสำคัญของดินแดนปลายด้ามขวาน ที่นี่มีทั้งทรัพยากรณ์ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ มีเรื่องราวประวัติศาสตร์น่ารู้ วิถีชีวิตชุมชนน่ารัก และมีสถาปัตยกรรมน่าชม วันนี้ นายรอบรู้ นักเดินทาง ของพาทุกคนลงใต้ไปสู่เมืองปัตตานีอีกสักครั้ง ไปเดินเที่ยวชมสตรีทอาร์ตรอบเมืองกัน

Coffee

5 Indies Coffee In Nan

น่านวันนี้ ก้าวสู่ความเป็นเมืองท่องเที่ยวสไตล์เนิบ เนิบ สโลว์ไลฟ์ เหมาะสำหรับการพักกายพักใจ ไม่ต้องรีบ ไม่ต้องเร่ง หนึ่งในบรรยากาศสบายๆ กับการได้นั่งจับเครื่องดื่มแก้วโปรด รื่นรมย์ในบรรยากาศหลากหลาย เมืองน่านก็มีร้านกาแฟเล็กๆ ที่มีทั้งกาแฟดีและสิ่งละอันพันละน้อยที่น่าค้นหา ล้วนแล้วแต่มีแนวทางของตัวเองหลายแห่ง อยากรู้ใช่ไหมลองไปแวะดูสิ

Travel

5 ที่ ห้ามพลาด ไหว้พระ ยลประวัติศาสตร์เมืองลพบุรี

จำได้ลางๆ ว่าเคยมาเที่ยว จ. ลพบุรี สมัยครั้งยังเป็นเด็กน้อย กาลเวลาผ่านไปจนเกือบลืมเรื่องราวความสนุกของจังหวัดที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มากมาย อาจเป็นโชคดีที่นำพาเรากลับมาลพบุรีอีกครั้ง มารำลึกความหลังเมืองลิง ถิ่นพระนารายณ์
วันนี้เด็กฝึกงานจากโคราชขออาสา พาเที่ยวเมืองลิง สัมผัสเรื่องราวประวัติศาสตร์ ไหว้พระ ชมวิว กันสักหน่อยแล้วกัน

Coffee

แอ่ว 9 คาเฟ่ทั่วเวียงเชียงใหม่

เชียงใหม่เมืองแห่งความ slow life จุดหมายปลายทางของคนที่หนีความวุ่นวายจากเมืองกรุง มุ่งหน้าสู่เมืองต๊ะต่อนยอน นอกจากที่เที่ยวทางวัฒนธรรมและธรรมชาติที่ขึ้นชื่อแล้ว ยังมีคาเฟ่มากมายหลายร้านที่คุณไม่น่าพลาด “นายรอบรู้” จึงขออาสาพาทุกคนไปแอ่ว “9 คาเฟ่” ให้ทั่วเวียงเชียงใหม่ด้วยกัน