บ้าน ๑,๐๐๐ ไม้ : หลากพันธุ์ไม้ หลายความสุข

สำหรับชีวิตคนเมืองที่พยายามหลบสีเทาๆ ของป่าคอนกรีตไปสูดอากาศบริสุทธิ์ของต้นไม้สีเขียว ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ นัก ตามเส้นทางของแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่าน จ. ปทุมธานี แตกแขนงแยกย้อยออกไปเป็นคลองเล็กๆ ชื่อว่า คลองบางเตย อ. สามโคก มีคาเฟ่บรรยากาศอบอุ่น แฝงไปด้วยวิถีชีวิตแบบพอเพียงซ่อนตัวอยู่ ที่นั่นก็คือ “บ้าน ๑,๐๐๐ ไม้ คาเฟ่แอนด์ฟาร์ม”

ภายในร้านที่คราค่ำไปด้วยต้นไม้หลากหลายพันธุ์ สัมผัสได้ถึงความรื่นรมที่ควบคู่เสียงหัวเราะและเสียงเจื้อยแจ้วของเด็กๆ ที่จูงมือพ่อแม่มุ่งไปยังแปลงนา พร้อมจะกะโจนลงบ่อโคลนได้ทุกเมื่อ แม้จะแต่งตัวด้วยชุดเจ้าหญิงก็ตาม

ไม่ไกลจากแปลงนา เด็กผู้ชายตัวน้อยกำลังถือจอบอย่างไม่คุ้นเคย เหมือนกำลังทำความรู้จักเพื่อนใหม่ที่ชื่อว่า “ดิน” โดยมีพ่อแม่ยืนดูอยู่ไม่ห่าง  เรือคายักในสระนั่นไง ลูกน้อยตัวเล็กกำลังปรบมือดีใจบนตักพ่อที่แจวเรือวนอยู่ในบ่อน้ำขนาดราวๆ ลานจอดรถ  รอยยิ้มนั้นอาจเกิดจากการได้อยู่ใกล้ ๆ พ่อที่เหมือนอัศวินถือดาบไม้พายก็เป็นได้

ท่ามกลางครอบครัวที่เฝ้ามองดูลูกหลานของตัวเองวิ่งเล่นอย่างมีความสุขอยู่ มีหนุ่มใหญ่ท่าทางใจดีที่ปะปนอยู่ด้วยในนั้น เด็กๆ เรียกชายคนนี้ว่า ลุงโก้ หรือ พชรพล ทรงศรี ผู้ที่นั่งเฝ้ามองดูเด็กๆ ด้วยความสุขจนสายตาเป็นสระอิ

ลุงโก้คือ ผู้ริเริ่มร้านคาเฟ่แห่งนี้ขึ้นมา จากอาชีพครูสอนเกษตรผันตัวมาทำงานรับเหมาจัดสวน จนชีวิตผกผันเกิดปัญหาในการทำงาน ทำให้นึกถึงปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง รัชการที่ 9  ที่เป็นเหมือนแสงสว่างของปัญหามากมาย

จากพื้นที่ป่ารกร้าง 3 ไร่ เมื่อ 10 ปีก่อน ลุงโก้ได้เข้ามาปรับปรุงพื้นที่แห่งนี้เพียงต้องการการสร้างบ้านเพื่อใช้ชีวิตตามเศรษฐกิจพอเพียงเท่านั้น แต่ด้วยเนื้อที่ที่เยอะเกินไปทำให้ไม่สามารถใช้พื้นที่ให้คุ้มค่าได้ทั้งหมด จึงเกิดความคิดที่อยากจะให้คนอื่นเข้ามาใช้พื้นที่นี้ด้วยกัน แต่ก็ยังคงความเป็นบ้าน คงความเป็นส่วนตัวเอาไว้ จึงเป็นเหตุผลที่ร้านเปิดเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์เท่านั้น

นอกจากจะมีพื้นที่เกษตรเล็กๆ ให้เด็กที่มากับครอบครัวไปได้สัมผัสวิถีเกษตรพอเพียงแล้ว ที่นี่ก็ยังมีเล้าไก่ให้เด็กได้เข้าไปเก็บไข่ไก่ ฟองละ 5 บาท การทำไข่เค็มที่คิดราคาเพียงฟองละ 15 บาท รวมถึงการปลูกผักจากแก้วกาแฟ ที่ใช้แก้วกาแฟของร้านเอง โดยเสียค่าเมล็ดพันธ์เพียงเมล็ดละ 10 บาท และที่น่าสนใจอีกอย่างคือวิธีเก็บค่าบริการ ด้วยการให้เด็กๆ หยอดเงินใส่ตะกร้าเองโดยไม่มีคนเผ้า และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของลุงโก้ที่อยากจะปลูกฝังความซื่อสัตว์ให้กับเด็กๆ

ถ้าทำกิจกรรมจนท้องเริ่มร้องแล้ว ที่นี่ก็มีอาหารอร่อยและเครื่องดื่มคอยให้บริการ แต่เมนูที่อยากแนะนำสำหรับใครที่มาร้านนี้แล้ว คือ สลัดผักไฮโดรโปรนิก เป็นผักที่ทางร้านปลูกเอง บวกด้วยความอร่อยจากน้ำสลัดที่เวลาเสิร์ฟจะให้มาเป็นขวดแบบไม่มีกั๊ก จะราดเท่าไรก็เอาให้จุใจ เพราะน้ำสลัดก็ใช้ไข่ไก่ที่เลี้ยงบริเวณของร้านเอง

ที่นี่ยังมีจุดเช็คอินใกล้ๆ อีก อย่างเช่น ตลาดน้ำอิงน้ำสามโคก เป็นตลาดชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่มีของกินถูกปากในราคาย่อมเยา เดินเล่นกันแบบสบายๆ ตลาดเปิดเฉพาะเสาร์อาทิตย์ ตั้งแต่ 9 โมงถึง 4 โมงเย็น หรือถ้าใครอยากจะเปลี่ยนบรรยากาศลองนั่งเรือเข้าไปที่ร้าน ก็สามารถมาจอดรถที่ตลาดหรือบริเวณวัดบางเตยนอก แล้วขึ้นเรือที่ ตลาดน้ำอิงน้ำสามโคก ไปลงที่ท่าน้ำของร้านได้เลย คิดค่าบริการไปกลับรอบละ 50 บาท เท่านั้น

บ้าน ๑,๐๐๐ ไม้ คาเฟ่แอนด์ฟาร์ม อาจจะเป็นที่ที่ทำให้วันหยุดพักผ่อนอันแสนน้อยนิดกลายเป็นช่วงเวลาที่พิเศษสำหรับทุกคนในครอบครัว จะมีอะไรดีไปกว่าขอพื้นที่สีเขียวและได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ทานอาหารพร้อมหน้าพร้อมตา เด็กๆ ได้วิ่งเล่น ได้เรียนรู้วิถีชีวิตแบบพอเพียง และสิ่งที่ได้อีกอย่างคือความสุขกับการได้อยู่กับธรรมชาติที่ไอแพดและโทรศัพท์มือถือก็ไม่สามารถทดแทนได้…

Share on facebook
Share on twitter
Share on pinterest

Info

บ้าน ๑,๐๐๐ ไม้ คาเฟ่แอนด์ฟาร์ม

ที่ตั้ง 48 ซอยบ่อขยะเทศบาล หมู่ที่ 6 ตำบลบางเตย อำเภอสามโคก ปทุมธานี 12160

เปิด เสาร์-อาทิตย์ 10:00-17:00 น.

โทร 091 998 2466

Previous
Next

Guide ใกล้ : Application คู่ใจคนชอบท่องเที่ยวตัวจริง

Guide ใกล้ เหมือนมีไกด์ไว้ใกล้ตัว
Application นี้จะช่วยแนะนำว่า ตำแหน่งรอบตัวเรามีที่เที่ยว ร้านอาหาร ร้านขายของ ที่พัก หรือสถานที่จุดใดน่าแวะไปสัมผัส ชิม ช็อป แชะ แชร์ พร้อมกิจกรรมเด่นประจำเดือน แผนที่ลงจุดใช้งานง่าย ดูสนุกและสะดวก แค่ดูภาพสวยๆ ก็อยากไปแล้ว

Writer

ธณธร จีนพิทักษ์

ธณธร จีนพิทักษ์

Photographer

สุรศักดิ์ เทศขจร

สุรศักดิ์ เทศขจร

Relate Place

Eat

มาสุรินทร์ต้องลอง 3 ส้มตำสุดแซ่บ

เคยได้ยินคนพูดกันเล่นๆ ว่ามาสุรินทร์ต้องกินสุรา แต่พอได้มาเยือนเมืองนี้ต้องขอพูดจริงๆ ว่ามาสุรินทร์ต้องกินส้มตำ เพราะมีร้านส้มตำมากโข ถึงกับมีการประกวดตำส้มตำในสุรินทร์กันสม่ำเสมอ ร้านระดับแชมป์จึงมีให้เลือกกินหลายร้าน บางร้านก็เป็นถึงแชมป์ระดับภาคและระดับประเทศเลยทีเดียว ขาแซบสะออนไปสุรินทร์เป็นได้อร่อยซี้ดซ้าดกันทั้ง 3 มื้อ

Shopping

ผ้าหมักโคลนเจ้าพระยา สินค้าOTOP จากอุทกภัย

ใครจะรู้ว่าโคลนที่เอามามาร์กหน้า พอกตัวยังสามารถทำให้ผ้าเกิดความนุ่มลื่นขึ้น จากความช่างสังเกตของ          คุณดวงพร อารีพันธุ์ หัวหน้ากลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านภูมิปัญญาผ้าหมักโคลน ที่ได้ค้นพบวิธีการหมักผ้าไทยด้วยโคลนจากแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้เนื้อผ้ามีสัมผัสนุ่มลื่นจนเป็นเอกลักษณ์ที่สร้างรายได้ให้กับชุมชน จากอุทกภัยน้ำท่วมเมื่อปี 2538 ที่ ต.บางน้ำเชี่ยว อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี ทำให้ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ เกิดความเสียหาย หลังจากน้ำลด ดวงพร ได้ทำความสะอาดบ้านจึงไปพบกับห่อผ้าของคุณแม่ที่ถูกโคลนทับเป็นเวลา 2-3 เดือน หลังจากนำมาซักกลับพบว่าผ้ามันนุ่มลื่น จนเกิดไอเดียเป็น “ผ้าหมักโคลนเจ้าพระยา” เช่นทุกวันนี้ แรกเริ่มเดิมทีคุณดวงพรใช้ผ้าลายไทยที่เป็นอัตลักษณ์ของภาคกลางไปหมักโคลนให้นุ่ม

Travel

เที่ยวงานวัดบางยี่ขัน ชมจิตรกรรมงานชั้นครูในพื้นที่บ้านสวนฝั่งธนฯ

สำหรับงานวัดบางยี่ขันจัดขึ้นทุกปีในช่วงวันมาฆบูชา เป็นเวลา 9 วัน 9 คืน ภายในคึกคักไปด้วยเครื่องเล่น อาหารการกิน เด็กในชุมชนวิ่งเล่นกันสนุกสนาน มีทั้งเสียงหัวเราะและคราบน้ำตาของเด็กที่งอแงจะเอาของเล่น เป็นสีสันของงานวัดกับเด็กน้อยที่ไม่เคยเลือนหายไปไหน

Eat

ลิ้มเล่าซา ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาเต้นได้

จากซัวเถาโล้สำเภามาแบบเสื่อผืนหมอนใบ บุ้นแซ แซ่ลิ้ม เจ้าของสูตรลูกชิ้นปลาเต้นได้ ส่งไม้ต่อมายังรุ่นลูกคือตั่ว-พรพิมล บริบูรณ์ชัยศิริ ที่ยังคงรักษาคุณภาพและเคล็ดลับการทำลูกชิ้นปลาให้เนื้อแน่น กรอบ เด้งราวเต้นได้ กว่า 68 ปี ในตรอกเล็กๆ บนถนนทรงวาด ร้านลิ้มเล่าซาคึกคักไปด้วยลูกค้าขาประจำ บ้างอุดหนุนมาตั้งแต่รุ่นพ่อ จนตอนนี้หอบลูกจูงหลานมากินด้วย รสชาติกลมกล่อมคงเส้นคงวาทำให้กูรูนักชิมจากหลายสำนักต่างแวะเวียนมาให้รางวัลการันตีความอร่อย จนล่าสุดได้รางวัล ‘Michelin Bib gourmand ปี 2019’ ทีเด็ดอยู่ที่ลูกชิ้นปลาทำใหม่สดทุกวัน เลือกใช้เฉพาะปลาดาบยาวและปลาหางเหลือง ขูดเอาแต่เนื้อแล้วผสมเข้าด้วยกัน บด นวด ให้เป็นเนื้อเดียวจนได้ลูกชิ้นปลาแท้