
เส้นทางวัดใจคนกล้า…ไต่ภูผาพิชิต”เขาเย็น”
ใครที่เคยเดินเท้าพิชิตยอดดอย คงรู้ว่าหลังการเดินอันยาวนานจบสิ้นลง เราจะรู้สึกถึงความสุข ความทรงจำหมุนย้อนกลับราวกรอม้วนฟิล์ม ภาพต่างๆ ผุดพรายขึ้นมา …ความลำบากรสขมวันนั้นกลายเป็นความทรงจำรสหวานในวันนี้
ป้าย“ห้ามผู้หญิงเข้า “มักเห็นอยู่บ่อยครั้งเวลาไปตามทางเข้าศาสนสถาน ผู้หญิงหลายคนบ่นถึงไม่เท่าเทียมและผุดคำถามว่าว่าทำไมผู้ชายเข้าได้แล้วผู้หญิงเข้าไม่ได้? นั้นคือการปะทะกันของความคิดสมัยใหม่ที่เน้นความเท่าเทียมทางเพศ กับธรรมเนียมที่ปฎิบัติผ่านความเชื่อที่ยึดถือมาตั้งแต่อดีต “นายรอบรู้” จึงอยากพาไปดูเหตุทางความเชื่อว่าทำไม สถานศักดิ์สิทธิ์ของศาสนสถานจึงห้ามไม่ให้ผู้หญิงเข้าไป
อย่างแรกเราต้องทำความเข้าใจบทบาททางศาสนาก่อนว่าส่วนใหญ่จะยกย่องเพศชายเป็นใหญ่ น้อยมากที่จะเห็นศาสดาเป็นผู้หญิง ทั้งที่ก่อนที่จะเกิดศาสนาเหล่านี้ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ชี้ให้เห็นว่า ผู้หญิงเคยเป็นใหญ่มากก่อน เพราะเพศหญิงเป็นผู้ให้กำเนิดบุตร กำหนดความอุดมสมบูรณ์ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เพศหญิงเป็นใหญ่ ก่อนที่ศาสนาต่างถิ่นอย่างฮินดู พุทธ หรืออิสลามซึ่งนำคติความเชื่อที่ผู้ชายเป็นใหญ่จะเข้ามา ลดบทบาทของผู้หญิงลง
ศาสนสถานคือพื้นที่ศักด์สิทธิ์ของศาสนา และบางศาสนายังยึดคติว่าผู้หญิงคือเพศที่เป็นภัยคุกคามต่อความศักดิ์สิทธิ์นั้น เช่นนักบวชห้ามแตะตัวผู้หญิง ผู้หญิงเป็นภัยต่อการคุกคามการบรรลุทางศาสนา ล้วนแต่เป็นการกดขี่ผ่านความคิด แต่ก็มีตัวอย่างของความย้อนแย้งของความกดขี่เพศหญิงให้เห็นอยู่ นั้นคือ ประจำเดือนในเพศหญิง
ความเชื่อของชาวพุทธในประเทศไทยเชื่อว่าประจำเดือนเป็นของสกปรก หลายสถานที่ศักดิ์สิทธิ์จึงห้าม จริงๆความเชื่อเรื่องการประจำเดือนเป็นวิธีคิดแบบฮินดูที่แทรกซึมเข้าสังคมพุทธในบ้านเรา แต่แปลกที่ประจำเดือนกลับมีเหนืออำนาจในทางไสยศาสตร์ ที่สามารถทำความศักดิ์สิทธิ์ของไสยศาสตร์ให้เสื่อมลงได้แสดงว่าเพศหญิงคือเพศอยู่เหนือความศกดิ์สิทธิ์ หรือไม่?
การอ้างเหตุเรื่องประจำเดือนทำลายความศักดิ์สิทธิ์ทำให้วัดหลายแห่งทางภาคเหนือภาคอีสานบางส่วนห้ามผู้หญิงเข้า ตามความเชื่อว่ากันว่า พระธาตุเจดีย์ในสมัยโบราณฝังตัวพระธาตุไว้ใต้ดิน การเข้าไปของผู้หญิงจะทำให้พระธาตุเหล่านั้นเลื่อมความศักดิ์สิทธิ์ลง แม้บางคนบอกว่าเป็นกุศโลบายของคนโบราณที่ไม่อยากให้ผู้หญิงที่มีประจำเดือนไปเข้าไป เพราะจะทำให้เลอะเทอะ ไม่เหมาะสมกับศาสนาศักดิ์สิทธิ์ก็ยังเป็นข้อถกเถียงกันต่อไป แต่ก็ยังมีข้อยกเว้นสำหรับผู้หญิงใดให้กำเนิดบุตร 7 คน และทั้ง 7 ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุมาแล้ว
>>>นอกจากนี้ความเชื่อของชาวล้านนายังห้ามผู้หญิงเข้าไปในบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์
>>>ห้ามเก็บพืชผักในระหว่างที่มีประจำเดือน เพราะเชื่อว่าทำให้ผักแห้ง เฉาตายลง
>>>ห้ามกินผลไม้แฝด เพราะจะทำให้มีลูกแฝด คลอดยาก
ทั้งหมดล้วนเป็นความเชื่อที่บางส่วนอาจวางอยู่บนข้อเท็จจริง แม้บางเรื่องในสังคมของพวกเราอาจมองว่าเป็นเรื่องความเชื่อที่ไม่มีเหตุผล แต่ในการท่องเที่ยวนั้น พวกเราควรให้การเคารพให้กฎในสังคมที่เราไปเที่ยวด้วย ควรศึกษาข้อห้ามและรู้ถึงที่มาของความเชื่อนั้นว่าเป็นมาอย่างไร

ใครที่เคยเดินเท้าพิชิตยอดดอย คงรู้ว่าหลังการเดินอันยาวนานจบสิ้นลง เราจะรู้สึกถึงความสุข ความทรงจำหมุนย้อนกลับราวกรอม้วนฟิล์ม ภาพต่างๆ ผุดพรายขึ้นมา …ความลำบากรสขมวันนั้นกลายเป็นความทรงจำรสหวานในวันนี้

บ่ายวันนี้ (11 กุมภาพันธ์ 2565) นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) แถลงข่าวเปิด “ปีท่องเที่ยวไทย 2565” และ “Visit Thailand Year 2022 : Amazing New Chapters” เพื่อส่งสัญญาณให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวอย่างเต็มรูปแบบ โดยยกโมเดล “DASH” เพื่อฟื้นการท่องเที่ยวไทยและช่วยฟื้นเศรษฐกิจในภาพรวม ณ ห้องฉัตรา บอลลูม 3 โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพมหานคร

อากาศร้อนๆ แบบนี้ใครที่กำลังเดินเล่นแถวย่านท่าเตียน และกำลังมองหาค่าเฟ่บรรยากาศดีและมีเรื่องเล่าอยู่ล่ะก็ นายรอบรู้ขอแนะนำ ฮาเตียนคาเฟ่! คาเฟ่ที่จะทำให้คุณเคลิบเคลิ้มไปกับกลื่นอายของความคลาสสิค

วันนี้ นายรอบรู้ นักเดินทาง จะพาคุณไปรู้จักกับอีกหนึ่งชุมชนที่น่าสนใจใน จ.อุดรธานี ที่นำดอกบัว มาย้อมผ้าไหมให้มีสีที่แปลกใหม่และสวยงามจากธรรมล้วนไม่ผสมเคมี ที่นั้นคือ กลุ่มทอผ้าโบราณบ้านโนนกอก