นิทรรศการ People’s Gallery ประจำเดือนมีนาคม ที่หอศิลป์ กรุงเทพฯ

DISSECTION OF BREATHING

วันที่ : 03 มีนาคม 2565 – 27 มีนาคม 2565

สถานที่: People’s Gallery ห้อง P2

โดย สิทธิพนธ์ เลาะไชยสงค์

จังหวะและลีลาถูกเรียงร้อยผ่านจุด เส้นและสี ประทับลงบนพื้นที่ว่างของผืนผ้าใบ แสดงออกเป็นภาษาภาพเพื่อพรรณนาถึงจังหวะการเคลื่อนไหวของลมหายใจที่มีทั้งความหนักหน่วงและแผ่วเบา การประกอบกันของแต่ละจุดบนพื้นที่ว่าง ค่อยๆร้อยเรียงกลายเป็นเส้นและรูปร่างเพื่อแสดงถึงลักษณะของอารมณ์ที่แตกต่างกันตามช่วงของแต่ละเวลา องค์ประกอบในผลงานถูกกลั่นกรองมาจากภาพจำภายในจิตใต้สำนึกที่บ่งบอกถึงความคิดและความรู้สึกบางอย่างที่ไม่สามารถอธิบายเป็นภาษาพูด ให้กลายเป็นภาษาภาพ เพื่อทำให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจในธรรมชาติที่ตนเป็น ต่างภาพต่างอารมณ์ ต่างบุคลิกต่างลักษณะของทัศนธาตุที่ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปพร้อมๆ กับกระบวนการการทำงานของสมองที่ถูกปรุงแต่งขึ้นในระหว่างการสร้างสรรค์  ประสบการณ์ที่สั่งสมมาจากการวิจัยทางศิลปะ และการทดลองทางเทคนิค มีส่วนอย่างมากในการสร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรมนามธรรมชุดนี้  จนในท้ายที่สุด นำมาสู่การปฏิบัติโดยการใช้เม็ดสีที่สามารถเรืองแสงในความมืด แสดงความสัมพันธ์กันของจังหวะการเต้นของหัวใจที่มีความสอดคล้องกันอย่างแยกไม่ออกกับอารมณ์และความรู้สึกในแต่ละช่วงเวลาและสถานที่ที่แตกต่างกันไม่ว่าจะในที่มืดหรือที่สว่าง

ลวดลายในธรรมชาติ

วันที่ : 02 มีนาคม 2565 – 27 มีนาคม 2565

สถานที่: People’s Gallery ห้อง P3

โดย วิริยะพร จิตราภิรมย์

แนวความคิดในการสร้างสรรค์ผลงานนั้นเกิดจากความสนใจและความประทับใจในลวดลายซึ่งมีความงดงาม รวมถึงความจริง อันเป็นสัจธรรมทางพุทธศาสนา ที่อยู่ในภายใต้กฎเกณฑ์ของธรรมชาติ และการอยู่ร่วมกันของสรรพสัตว์ ซึ่งแสดงออกได้ว่า บ้านเมืองเรานั้นยังคงอุดมสมบูรณ์ โดยผ่านเทคนิค วิธีการในแบบจิตรกรรมไทยที่ทำสืบต่อมาแต่โบราณ มาสร้างสรรค์ในแบบฉบับของตนเอง

People's Gallery-in-mar5

ร่องรอยชีวิตของชาวนา

วันที่ : 02 มีนาคม 2565 – 27 มีนาคม 2565

สถานที่: People’s Gallery ห้อง P1

โดย นัฐวุฒิ  กองลี

แนวความคิดของนิทรรศการ

นิทรรศการชุดร่องรอยของชีวิตชาวนานี้จัดขึ้นเพื่อเป็นการนำเสนอสภาวะการของชนชั้นกรรมาชีพชาวนาในปัจจุบันที่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงของบริบทและสิ่งแวดล้อมทางกายภาพต่างๆซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากปัญหาหรือผลกระทบต่างๆของชาวนาโดยมุ่งเน้นเป้าหมายเพื่อการรับรู้เชิงคุณค่าและการตีความหมายผ่านมุมมองทางสุนทรียภาพของภาพวิวทิวทัศน์​(ทุ่งนา)​ ในผลงานจิตรกรรมที่แฝงความงามภายใต้ความทุกข์ยากลำบากด้วยรูปแบบกึ่งนามธรรม

Share on facebook
Share on twitter
Share on pinterest
Previous
Next

Guide ใกล้ : Application คู่ใจคนชอบท่องเที่ยวตัวจริง

Guide ใกล้ เหมือนมีไกด์ไว้ใกล้ตัว
Application นี้จะช่วยแนะนำว่า ตำแหน่งรอบตัวเรามีที่เที่ยว ร้านอาหาร ร้านขายของ ที่พัก หรือสถานที่จุดใดน่าแวะไปสัมผัส ชิม ช็อป แชะ แชร์ พร้อมกิจกรรมเด่นประจำเดือน แผนที่ลงจุดใช้งานง่าย ดูสนุกและสะดวก แค่ดูภาพสวยๆ ก็อยากไปแล้ว

Writer/ Photographer

WebMaster

WebMaster

Relate Place

Eat

โบ๊กเกี้ยศาลเจ้าพ่อหนู ร้านเก่าแก่คู่ชาวบางลำพู

แสงแดดที่แผดเผาร่างกายในช่วงยามบ่ายช่างบั่นทอนความตั้งใจในการเดินชมบ้านชมเมืองในวันหยุดสุดสัปดาห์เสียเหลือเกิน “ไปกินโบ๊กเกี้ยดับร้อนกันเถอะ” คำเชื้อเชิญของเพื่อนร่วมทางในครั้งนั้นที่ชวนกันไปแวะพักข้างทางเพื่อหลบร้อนและเติมความสดชื่นจากขนมหวานแบบชาวจีนโบราณ

Eat

ซุ้มอาหารจงเจริญ

อยเอ็ด : สารพัดเมนูท้องถิ่นตามฤดูกาลมีที่นี่ อย่างหน้าร้อนต้องลาบไข่มดแดงเม็ดขาวเต่ง คลุกเคล้าด้วยพริกป่น ข้าวคั่ว หอมแดง ผักชีฝรั่งซอย เติมน้ำปลานิด บีบมะนาวหน่อย หรือจะเป็นก้อยไข่มดแดง อ่อมไข่มดแดงใส่ผักหวานป่า

Eat

กุยช่ายหนุ่มผมยาว ปรากฏการณ์ขายไม่ถึง 20 นาที

นาทีนี้ไม่มีใครไม่รู้จักกุยช่ายหนุ่มผมยาวแห่งตลาดพลู ซึ่งโด่งดังในโลกโซเชียลฯ ด้วยปรากฏการณ์ขายกุยช่าย 500 กว่าลูกในเวลาเพียงไม่ถึงยี่สิบนาทีก็หมดเกลี้ยง ทุกเที่ยงครึ่ง พี่ง้วง-อธิศ เจ้าของฉายา ‘กุยช่ายหนุ่มผมยาว’ เข็นรถเข็นคันเล็กขนาดพอวางหม้อสแตนเลสใบใหญ่พร้อมกล่องใส่ถุงบรรจุซอสสูตรเข้มข้นเผ็ดหน่อยๆ จอดใต้สะพานข้ามแยกตลาดพลู ลูกค้าบางคนมารอต่อคิวก่อนกว่า 2 ชั่วโมง เพื่อให้ได้คิวลำดับต้นๆ บางคนมาเป็นวันที่ 3 เพิ่งถึงคิวลุ้นใจจดใจจ่อยิ่งกว่าลุ้นหวย ทีเด็ดเคล็ดลับของเจ้านี้คือพิถีพิถันทำแบบโฮมเมดทุกขั้นตอน มีเพียงกุยช่ายและเผือกขายมาตั้งแต่รุ่นพ่อ ลูกละ 50 สตางค์ ปรับราคาตามยุคสมัยจนมาถึงรุ่นพี่ง้วงคือลูกละ 10 บาท ปรับสูตรให้แป้งบางขึ้น แต่เหนียวนุ่ม ไส้แน่น รสกลมกล่อมเหมือนเดิม

Eat

ตี๋หมูสเต๊ะท่าดินแดง ตะแกรงย่างร้อนตลอดวัน

ร้านหมูสะเต๊ะเจ้าดังย่านท่าดินแดง ที่มีเตาย่างยาวตั้งแต่ 2 เมตรกว่าไปจนถึง 4 เมตร คนย่างยืนประกบสองฝั่งเรียงรายแต่เช้ายันค่ำ ลองคิดดูว่าจะขายดีแค่ไหน แม้ไม่ใช่หมูสะเต๊ะเจ้าแรกในท่าดินแดง แต่ด้วยสูตรเด็ดเคล็ดลับและวัตถุดิบเปี่ยมคุณภาพทำให้ตี๋หมูสเต๊ะเป็นที่รู้จักและบอกต่อปากต่อปาก ว่าเนื้อหมูนุ่ม ชุ่ม ฉ่ำ ด้วยคัดสรรเฉพาะสันนอกเส้นกลางๆ ไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป หั่นชิ้นสวยพอดีไม้ มีสูตรลับในการหมักหมูที่ไม่เปิดเผย แค่รู้กันว่าหมักและเสียบไม้ไว้ข้ามคืน ก่อนนำมาย่างด้วยถ่านโกงกางอัดแท่ง ทำให้ไฟร้อนสม่ำเสมอ แถมขี้เถ้าน้อย ไม่แตกปะทุ หมูที่ได้จึงสุกกำลังดี มีกลิ่นหอม ร้านนี้มีให้เลือกทั้งหมูสะเต๊ะเนื้อล้วน ติดมัน และตับย่าง กินแบบไม่พึ่งน้ำจิ้มก็นุ่มละมุน ไม่กระด้าง ยิ่งจิ้มน้ำจิ้มถั่วที่คั่วทั้งถั่วและงาเองยิ่งหอมยั่วลิ้น