
ว่าด้วยเรื่อง..ของดี สี่ภาค
บ่ายวันศุกร์ขณะที่แสงแดดกำลังแผดเผาเงาอาคารใหญ่ ภายใต้ท้องฟ้าไร้เมฆลอย ความง่วงเหงาก็เริ่มตั้งตัวเป็นศัตรูกับร่างกายของผมเสียเหลือเกิน คงจะดีไม่น้อยถ้าได้จิบกาแฟสักแก้วในยามนี้
แม้เวียงเก่าเมืองน่าน จะมีอาณาเขตไม่ใหญ่โต แต่จะให้เที่ยวให้จบครบทุกที่ก็คงจะยาก ยิ่งใครที่เพิ่งเคยมาถ้ามัวแต่เสียเวลาขับรถ คงไปได้ไม่กี่แห่ง เทศบาลเมืองน่านจึงเอาใจนักท่องเที่ยวที่สนใจแอ่วเวียงน่าน ด้วยการจัดบริการรถรางวิ่งรอบเมืองเก่า พร้อมมัคคุเทศก์อธิบายไปตามเส้นทาง
สำหรับคนที่ต้องการนั่งรถรางชมเมืองแบบเบื้องต้น ไปซื้อตั๋วได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ตรงข้ามกับวัดภูมินทร์ เจ้าหน้าที่จะประกาศว่า รถรางคันไหนจะให้บริการ พร้อมแล้วก็กระโดดขึ้นรถมาได้เลย
สารถีประจำรถจะเริ่มวิ่งออกไปยังสี่แยกข่วงเมือง ที่ด้านขวาเป็นวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร วัดหลวงกลางเวียงอีกแห่งที่มีเจดีย์สีทองอร่าม มีฐานเป็นช้างล้อมค้ำไว้ ในวิหารประดิษฐานพระเจ้าหลวง พระประธานที่มีพุทธลักษณะงดงาม ผสมผสานเอกลักษณ์ช่างเมืองน่านกับช่างสุโขทัยไว้ด้วยกัน
ตรงข้ามกันจะเป็นที่ตั้งของ คุ้มเจ้าหลวงเมืองน่าน มีแนวต้นลั่นทมที่ผู้คนนิยมมาถ่ายภาพในอุโมงค์ต้นไม้นี้ ปัจจุบันคือ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน ที่จัดแสดงเรื่องราวประวัติศาสตร์เมืองน่าน พร้อมทั้ง “งาช้างดำ” สิ่งของคู่บ้านคู่เมือง
พ้นสี่แยกรถรางจะเลี้ยวไปทางซ้าย เข้าถนนสุริยพงษ์ ด้านซ้ายมือจะขับผ่าน วัดมิ่งเมือง จะเป็นโบสถ์ วิหาร เป็นสีขาวสดสว่าง งดงาม ภายในวัดเป็นที่ตั้งของ “เสาหลักเมืองน่าน” หรือที่เรียกกันว่า “เสามิ่งเมือง” ทั้งวิหาร และโบสถ์มีลวดลายปูนปั้นลอยตัว มีทั้งเทพ ครุฑ ยักษ์ และอื่นๆ สวยงามน่าชม
จากนั้นจะวิ่งตรงไปยังสี่แยก เลี้ยวเข้าวัด “ศรีพันต้น” ที่โดดเด่นด้วยวิหารสีทองอร่ามขนาดใหญ่ หน้าวิหารโดดเด่นด้วยพญานาคาเจ็ดเศียรคอยเฝ้า ที่วัดนี้ยังมีโรงเก็บเรือยาวที่ใหญ่ที่สุดของเมืองน่าน ชื่อว่าเรือ “พญาฆึ” จะลงน้ำเพียงปีละครั้งเพื่ออัญเชิญถ้วยพระราชทาน รางวัลชนะเลิศการแข่งเรือเมืองน่าน ในช่วงเดือนตุลาคม เท่านั้น
ในคติการสร้างเมืองแบบล้านนาโบราณ มักจะสร้าง “สนามหลวง” หรือ “ข่วงหลวง” ไว้ใจกลางเมืองเพื่อทำพิธีกรรมต่างๆ วัดนี้ตั้งอยู่บริเวณทิศเหนือของข่วงเมือง จึงได้ชื่อว่า “วัดหัวข่วง” โดยพระวิหารจะตั้งตรงกับวิหารวัดภูมินทร์ แต่พระประธานในวัดนี้จะไม่ได้ประดิษฐานอยู่ตรงกลาง เยื้องหลบอยู่ทางด้านซ้าย เพราะเหตุว่าไปตรงกับพระประธานวัดภูมินทร์
สิ่งก่อสร้างอีกอย่างที่น่าชมก็คือ หอไตร ซึ่งมีฐานล่างก่ออิฐถือปูน ด้านบนทำด้วยไม้ คล้ายกับหอไตรที่วัดพระสิงห์ จ. เชียงใหม่
จากนั้นรถจะวิ่งไปตามถนนผากอง ผ่านสี่แยกดอนแยง ที่มีเรื่องเล่าว่า ทหารน่านคอยเอาไว้แยง (มอง) พม่าข้าศึก ไปจนถึง วัดสวนตาล ซึ่งรถรางจะจอดให้เข้าไปกราบพระประธาน “พระเจ้าทองทิพย์” พระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัย ซึ่งชาวน่านจะอัญเชิญพระพุทธรูปจำลองออกมาแห่แหนไปทั่วเมืองเพื่อให้ประชาชนสรงน้ำในเทศกาลสงกรานต์ และที่วัดนี้ยังมีบ่อน้ำทิพย์ ที่ใช้ในพระราชพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา และใช้ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ 10 ด้วย
ไหว้พระเสร็จแล้ว รถก็จะวิ่งต่อไปยังสี่แยกช้างเผือก ผ่านวัดช้างเผือก เข้าสู่ชุมชนวัดพระเกิด ซึ่งมีพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นน่าชม บางครั้งก็มีกิจกรรมการแกะสลักพระไม้ให้นักท่องเที่ยวได้ทดลองแกะสลักด้วย
จากนั้นจะพาไปยัง “โฮงเจ้าฟองคำ” โฮงหรือโรงเจ้านี้ เป็นบ้านพักที่อยู่อาศัยของเจ้านายชั้นรองลงมา ถ้าเป็นเจ้าหลวง หรือเจ้าราชบุตร จะเรียกว่า “คุ้ม”
เรือนหลังนี้เป็นแบบล้านนาโบราณ มีชานแล่น มีหอนอน หอนั่ง น่าชม ด้านบนจัดแสดงห้องนอน ห้องพักผ่อนของท่านเจ้าของเรือนเหมือนเมื่อหลายสิบปีก่อน ส่วนด้านล่างจัดแสดงการทอผ้า วิถีชีวิตคนไทลื้อเมืองน่าน ตั้งแต่การอีดฝ้าย ปั่นเป็นเส้น ย้อม ทอ ซึ่งรถรางจะแวะอยู่ที่นี่ประมาณ 15-20 นาที พอได้ชมแบบผ่านๆ หากใครสนใจจริงจัง จะมาเองอีกครั้งก็ได้
มาจนถึงศาลเจ้าปุนเถ่ากง และวัดหัวเวียงใต้ ก่อนจะผ่านย่านตลาดสด โดยตลอดทางจะมีการบรรยายเกร็ดเล็ก เกร็ดน้อยเกี่ยวกับบ้านเรือน วิถีชีวิต ผู้คน และอื่นๆ ให้ฟังตลอดทาง เรียกว่าได้ความรู้ความเข้าใจเมืองน่านอย่างเต็มอิ่ม
เมื่อรถรางเลี้ยงผ่านวัดกู่คำ เข้ามาใกล้ศูนย์บริการ มัคคุเทศก์ของเรามักจะอวยชัยให้พร หลับก็ขอให้ได้เงินหมื่น ตื่นก็ขอให้ได้เงินแสน พร้อมทั้งท่องคำกระซิบรักรำพัน* ให้ฟังด้วย ส่วนจะกระซิบว่าอย่างไรนั้น ขอให้ลองไปฟังกันเอาเอง
เวลาให้บริการ
ทุกวันเวลา 09.30,10.30,13.30,15.30 น.
อัตราค่าบริการ
–บุคคลทั่วไป ราคา 30 บาท / ที่นั่ง
–เด็ก ( อายุไม่เกิน 12 ปี ) ราคา 15 บาท / ที่นั่ง
–ผู้สูงอายุ ( 60 ปีขึ้นไป ) ราคา 15 บาท / ที่นั่ง
รายละเอียด เหมาบริการ ราคา 1,000 บาท / 28 ที่นั่ง (กรุณาแจ้งล่วงหน้า 1 สัปดาห์
การเหมาบริการ บริการนอกเวลารอบจำหน้าบัตร/ รอบสุดท้ายไม่เกินรอบเวลา 15.30 น.
รถรางชมเมือง ใช้เวลาเดินทางท่องเที่ยวในเส้นทาง 1 ชั่วโมง แวะจอดแหล่งท่องเที่ยวในชุมชน จำนวน 2 จุดๆละ 10 นาทีโดยมีเจ้าหน้าที่บรรยายบนรถรางตลอดเส้นทาง
จุดเริ่มต้นและสิ้นสุดการเดินทางที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเทศบาลเมืองน่าน
ติดต่อสอบถาม ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เทศบาลเมืองน่าน โทร. 054-775-169
*คำกระซิบรัก หาอ่านได้ในเรื่อง จิตรกรรมฝาผนังวัดภูมินทร์

บ่ายวันศุกร์ขณะที่แสงแดดกำลังแผดเผาเงาอาคารใหญ่ ภายใต้ท้องฟ้าไร้เมฆลอย ความง่วงเหงาก็เริ่มตั้งตัวเป็นศัตรูกับร่างกายของผมเสียเหลือเกิน คงจะดีไม่น้อยถ้าได้จิบกาแฟสักแก้วในยามนี้

มาเที่ยวภาคเหนือ นายรอบรู้ขอแนะนำของฝากน่าซื้อ เอาไว้ติดไม้ติดมือไปฝากเพื่อนๆ กัน

ท่ามกลางฤดูฝน สายชลหลั่งจากฟ้า ชโลมต้นหญ้าให้ชุ่มฉ่ำ เหล่าผีเสื้อนานาพันธุ์ มาชุมนุมกันที่ปางสีดา” สายฝนชุ่มฉ่ำแบบนี้ “นายรอบรู้” ขออาสาพาคุณไปยังอุทยานแห่งชาติปางสีดา “ดินแดนผีเสื้อแห่งผืนป่าตะวันออก” ที่ที่คุณจะได้พบกับผีเสื้อนับร้อยนับพัน เสน่ห์ของผีเสื้อปางสีดา คือ พบได้ง่าย มีจำนวนมาก และหลากหลายสายพันธุ์ ที่สำคัญได้เห็นแบบใกล้ๆ ขนาดผีเสื้อบินมาเกาะเลยทีเดียว หากไม่อยากพลาด ขอแนะนำให้เลือกวันที่ฟ้าเป็นใจ ช่วงฟ้าเปิด มีแสงแดดรำไร โดยเฉพาะช่วงเช้า 9 โมงถึง 11 โมง จะพบผีเสื้อเกาะนิ่งๆ ผึ่งปีกบนใบไม้ บ้างก็โบกบินไปมาอวดสีสันสวยงาม เส้นทางดูผีเสื้อปางสีดามีถึง

บรรยากาศแสนสบายช่วงหัวค่ำในฤดูฝน ท้องนาเขียวขจี แหงนมองบนฟ้ามีเมฆหมอกลอยล่องจางๆ มีผาหินใหญ่บ้านค้างคาวเป็นเบื้องหลังกระทบกับแสงสุดท้ายของวันที่ช่างแสนอบอุ่น เพื่อนร่วมทริปคนนึงที่เชี่ยวชาญพื้นที่แถบนี้บอกกับเราว่า “จะพาไปกินหมูกระทะที่สุดแสนจะพิเศษ” ได้ฟังอย่างนั้นก็แปลกใจเล็กน้อย จนกระทั่งมาถึง..ไม่น่าเชื่อที่อำเภอภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น จะมีร้านหมูกระทะที่หรูหราด้วยบรรยากาศเช่นนี้