หอดูดาวภูมิภาคสงขลา : ท้องฟ้า ดวงดาว และทะเล

ย้อนไปสมัยเด็ก  หากโดนถามว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร เชื่อว่าน่าจะมีไม่น้อยตอบว่า อยากเป็น “นักบินอวกาศ” พอเติบโตขึ้นความฝันน้อย ๆ เหล่านั้นก็เติบโตตามไปด้วย สำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้างตามแต่ละเส้นทาง แต่ความฝันเหล่านั้นยังถูกเก็บไว้ในความทรงจำและพร้อมที่จะฝังรากเมล็ดพันธุ์แห่งจินตนาการไว้ในใจเด็กคนหนึ่ง

ครั้งนี้นายรอบรู้ ขอพาไปเติมเต็มความฝันและจินตนาการในวัยเด็กของใครหลายคน ด้วยการพาไปชม หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพรรชนมพรรษา สงขลา หรือเรียกสั้น ๆ ว่า หอดูดาวภูมิภาคสงขลา  หอดูดาวเพียงแห่งเดียวในภาคใต้ที่ดูได้ตั้งแต่ดวงดาวบนท้องฟ้าจรดท้องทะเลสีครามสุดสายตา

หอดูดาวสงขลา-11

หอดูดาวสงขลา ตั้งอยู่ที่ตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ซึ่งห่างจากตัวเมืองและสถานที่ท่องเที่ยวเมืองสงขลาไม่มากนัก ที่นี่เป็นหอดูดาวภูมิภาคสำหรับประชาชน แห่งที่ 3 ของประเทศไทย ถัดจาก นครราชสีมา และฉะเชิงเทรา ซึ่งตำแหน่งที่ตั้งอันโดดเด่นของหอดูดาวแห่งนี้ บริเวณละติจูด 7 องศาเหนือ ทำให้สามารถศึกษาปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ได้ดีในช่วงฤดูฝนของประเทศไทย และศึกษาวัตถุในอวกาศของซีกฟ้าใต้ได้ดีกว่าหอดูดาวแห่งอื่น ๆ และหอดูดาวแห่งนี้ตั้งอยู่บนเขาสามารถมองเห็นวิวรอบตัวเมืองสงขลารวมถึงทะเลทั้งสองด้าน คืออ่าวไทยและทะเลสาบสงขลา จุดนี้เองทำให้หอดูดาวแห่งนี้ถูกเรียกว่า หอดูดาวที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย

หอดูดาวสงขลา-4

หากใครบอกว่ามาดูดาวต้องมากลางคืนเท่านั้น แต่สำหรับหอดูดาวสงขลาแห่งนี้มาได้ทั้งวัน ภายในประกอบไปด้วย 3 อาคารหลัก ๆ ให้ได้ทำกิจกรรมกัน ในส่วนแรกคือ นิทรรศการดาราศาสตร์ ซึ่งจัดตั้งมากถึง 14 ฐานการเรียนรู้ ไม่เพียงแต่ตั้งโชว์เพียงเท่านั้น นิทรรศการเกือบทั้งหมดสามารถจับต้องและมีส่วนร่วมได้ เรียกได้ว่า ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะเด็ก ๆ เป็นอย่างมาก นอกจากได้ความรู้เข้าใจทางด้านดาราศาสตร์ยังสามารถจับต้องและเล่นได้อย่างสนุกสนานทีเดียว เช่น ฐานแรงโน้มถ่วงบนดวงดาวต่าง ๆ ซึ่งไม่เท่ากันทำให้มวลของวัตถุต่างกันไปด้วย ในฐานนี้น้อง ๆ จะได้ลองยกน้ำหนักเปรียบเทียบกันในดาวแต่ละดวงซึ่งหนักแตกต่างกันไป เป็นต้น

ต่อมาคือ อาคารฉายดาว มีโดมฉายดาว ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 เมตร ติดตั้งเครื่องฉายดาวระบบฟูลโดมดิจิทัล มีเครื่องฉายดาวรอบโดมด้วยระบบเกรย์สกรีน ให้บริการชมภาพยนตร์ดาราศาสตร์ พร้อมเรียนรู้ระบบสุริยะและกลุ่มดาว ซึ่งท้องฟ้าจำลองของหอดูดาวแห่งนี้นั้นรองรับถึง 52 ที่นั่ง ฉายดาวได้สวยงามสมจริง ซึ่งการเข้าชมจะมีเป็นช่วงเวลา โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงต่อรอบ

ถ้าใครกังวลว่าจะเมื่อยเนื่องจากต้องเงยหน้าดูจนเมื่อยคอ หมดห่วงได้เลยเนื่องจากเก้าอี้ในหอดูดาว ได้รับการออกแบบมาอย่างเป็นพิเศษ เหมาะแก่การนอนดูดาวโดยเฉพาะ แอบได้ยินเพื่อนข้าง ๆ กรนออกมาระหว่างดูดาวเลยทีเดียว ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นเพียงกิจกรรมเดียวที่มีค่าใช้จ่าย สำหรับบุคคลทั่วไปเพียง 50 บาทแต่สำหรับนักเรียนนักศึกษาเพียง 30 ต่อคน ซึ่งไม่แพงเลยสำหรับความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากท้องฟ้าจำลองแห่งนี้

หอดูดาวสงขลา-10

สุดท้าย คือ อาคารหอดูดาว เป็นโดมหอคอยทรงเปลือกหอย ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 18 ฟุต ติดตั้งกล้องโทรทรรศน์แบบสะท้อนแสงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.7 เมตร พร้อมอุปกรณ์สำหรับงานวิจัยทางดาราศาสตร์ สามารถเปิดออกกว้างได้ 180 องศา ทำให้ศึกษาท้องฟ้าในซีกใต้ได้รอบทิศทาง ส่วนอีกด้านคือลานระเบียงดาวภายใต้หลังคาเลื่อน ติดตั้งกล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็กอีกจำนวน 5 ชุด สำหรับให้บริการสังเกตวัตถุท้องฟ้าและจัดกิจกรรมดาราศาสตร์ แต่กิจกรรมบนอาคารหอดูดาวจะมีบริการเฉพาะวันเสาร์ช่วงหลังพระอาทิตย์ตกดินเท่านั้น

นอกจากเป็นแหล่งเรียนรู้ดาราศาสตร์เต็มรูปแบบแห่งแรกของภาคใต้ หอดูดาวภูมิภาคสงขลายังเป็น “ศูนย์การเรียนรู้ดาราศาสตร์มุสลิมแห่งแรกของไทย” เพื่อร่วมสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ ให้ความรู้เกี่ยวกับการกำหนดเวลาที่ใช้ในพิธีทางศาสนาอิสลาม อันเป็นการสนับสนุนภารกิจของสำนักจุฬาราชมนตรีอีกด้วย

หากอยากออกมาพักผ่อนสายตา พักผ่อนอาการเมื่อยล้าจากเดินชมนิทรรศการ ที่นี่มีร้านกาแฟไว้รองรับ นั่งจิบกาแฟพร้อมชมบรรยากาศวิวท้องฟ้าเมืองสงขลาก็เป็นความคิดที่ไม่เลวเลย

หอดูดาวสงขลา-15

แอบบอกเลยว่าควรจะคำนวณเวลาในการมาถึงและเข้าไปชมนิทรรศการต่าง ๆ รวมถึงท้องฟ้าจำลอง ให้จบช่วงเย็น เป็นเวลาที่ประจวบเหมาะพอดี เพราะออกมาจะได้เวลามาดูพระอาทิตย์กำลังตกดินอย่างพอดิบพอดี พร้อมวิวท้องฟ้าที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสีอย่างช้า ๆ กับท้องทะเลรอบด้านที่บรรจบกับท้องฟ้ายามเย็น พร้อมกับสายลมเย็นสบายปะทะให้ได้ชื่นใจ พอพระอาทิตย์ตกก็ไปดูดาวผ่านกล้องโทรทัศน์ เรียกว่ามาหอดูดาวที่เดียวสามารถสัมผัสบรรยากาศได้ครบทั้ง ท้องฟ้า ท้องทะเลและดวงดาวอันสวยงาม

หอดูดาวสงขลา-20

เชื่อว่าเมล็ดพันธ์แห่งความฝันจะค่อย ๆ เติบโต โดยผ่านการพรวนดินและรดน้ำแห่งจินตนาการเข้าไป และหอดูดาวแห่งนี้ได้ทำหน้าที่ให้ความรู้ ความสนุกสนานและเป็นสถานที่พักผ่อนย่อนใจได้อย่างครบถ้วน และสุดท้ายในอนาคตอาจจะมีนักบินอวกาศชาวไทยจริง ๆ เกิดขึ้นจากแรงบัลดาลใจของพื้นที่เรียนรู้แห่งนี้อีกหลายคนก็เป็นได้

กิจกรรมและการให้บริการหอดูดาวภูมิภาคสงขลา

เปิดบริการ อังคาร – อาทิตย์ (หยุดวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์)

ช่วงเวลารับชมท้องฟ้าจำลองอาคารฉายดาว

อังคาร – ศุกร์ : 11.00 – 12.00 น. และ 15.00 – 16.00 น.

เสาร์ : 10.00 -11.00 น. / 14.00 -15.00 น. / 17.00 – 18.00 น.

อาทิตย์ : 10.00 – 11.00 น. และ 14.00 – 15.00 น.

อัตราค่าเข้าชมท้องฟ้าจำลอง

บุคคลทั่วไป 50 บาท

นักเรียน / นักศึกษา 30 บาท

กิจกรรมดูดาว (NARIT Public Night) การดูดาวและวัตถุบนท้องฟ้าผ่านกล้องโทรทรรศน์หลากหลายชนิด ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

ทุกวันเสาร์ 18.00 – 22.00 น.

Share on facebook
Share on twitter
Share on pinterest

Info

หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพรรชนมพรรษา

ที่ตั้ง ถ. หอดูดาวภูมิภาคสงขลา ต. เขารูปช้าง อ. เมืองสงขลา จ. สงขลา

เปิด 8.30-16.00น.

โทร 074 300 868

Website http://www.narit.or.th/

Previous
Next

Guide ใกล้ : Application คู่ใจคนชอบท่องเที่ยวตัวจริง

Guide ใกล้ เหมือนมีไกด์ไว้ใกล้ตัว
Application นี้จะช่วยแนะนำว่า ตำแหน่งรอบตัวเรามีที่เที่ยว ร้านอาหาร ร้านขายของ ที่พัก หรือสถานที่จุดใดน่าแวะไปสัมผัส ชิม ช็อป แชะ แชร์ พร้อมกิจกรรมเด่นประจำเดือน แผนที่ลงจุดใช้งานง่าย ดูสนุกและสะดวก แค่ดูภาพสวยๆ ก็อยากไปแล้ว

Writer/ Photographer

อิสรากรณ์ ผู้กฤตยาคามี

อิสรากรณ์ ผู้กฤตยาคามี

Relate Place

Eat

จ้ำบ๊ะ หวานดีมีประโยชน์

ร้านชื่อดอกไม้ร้านนี้ไม่ได้ขายดอกไม้นะคะ แต่ขายขนมหวานนาม “จ้ำบ๊ะ” ที่ปรุงแต่งรสชาติความอร่อยของจ้ำบ๊ะด้วยการใช้ชาร้อนหรือโอวัลตินร้อนตามแต่ลูกค้าจะสั่ง ราดลงบนน้ำแข็งไสแทนน้ำหวาน โรยเม็ดแป๊ะก๊วยตาม แล้วราดนมสดก่อนเสิร์ฟ เป็นที่มาของเมนูชื่อจ้ำบ๊ะชากับจ้ำบ๊ะโอ และที่แหวกแนวยิ่งกว่าคือ เขานำปาท่องโก๋ร้อนๆ จากกระทะมาฉีกเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ในจ้ำบ๊ะแทนขนมปัง ปาท่องโก๋กรอบนอกนุ่มใน ผสานกับรสชาติชาชั้นดีที่สั่งตรงมาจากมาเลเซียชวนให้ลูกค้าอุดหนุนกันแน่นร้านทุกวัน น้ำเต้าหู้ เต้าฮวย บัวลอยน้ำขิง แป๊ะก๊วยร้อน-เย็น ก็มีให้สั่ง ขอบอกว่าอร่อยเลิศทุกอย่างเจ้าค่ะ

Travel

บ้านนาต้นจั่น สวรรค์ของรักโฮมสเตย์

“บ้านนาต้นจั่น” โฮมสเตย์ที่ได้อะไรมากกว่าการไปพักผ่อน ที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ให้สูดกันอย่างเต็มปอด ผู้คนใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ เรียบง่ายและเป็นกันเอง

Travel

4 วัด 3 ปราสาท@ศรีสะเกษ ใครพลาดถือว่าเอาท์

ศรีสะเกษ ดินแดนหอมหวนเมืองดอกลำดวนบาน แหล่งรวมวัฒนธรรม 4 ชนเผ่าไท (เขมร ลาว กูย เยอ) ที่ผสมผสานกันอย่างตัว เป็นจังหวัดสุดชายแดนที่ใครหลายคนอาจไม่รู้ว่าที่นี่ มีสถานที่สุดอะเมซิ่งอยู่หลายแห่ง “นายรอบรู้” ขอแนะนำ4 วัดดัง 3 ปราสาทสุดอะเมซิ่ง ที่ใครมาศรีสะเกษแล้วไม่แวะถือว่าเอาท์แน่นอน