วัดอรุณฯ คุณเคยรู้สิ่งเหล่านี้หรือไม่

วัดอรุณฯ หนึ่งในวัดที่สำคัญของกรุงเทพมหานคร หลายคนไปเที่ยวไหว้พระ ถ่ายภาพแชร์มุมเก๋ผ่านโซเชียยลกันยกใหญ่ แล้วคุณรู้จักวัดอรุณดีแค่ไหน?

watarun-5

1.ทำไมต้องชื่อว่า “วัดแจ้ง”

ที่มาของชื่อวัดแจ้งมีเรื่องราวในหน้าประวัติศาสตร์ว่า หลังกรุงศรีอยุธยาถูกเผาทำลายในคราวเสียกรุงครั้งที่ 2 จนยากจะบูรณะให้คงเดิมได้  สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งพระยาวชิรปราการ เสด็จมาตามลำน้ำเจ้าพระยาจนถึงวัดมะกอกนอกในเวลาแจ้ง  

ภายในวัดมีปรางค์ขนาดย่อมองค์หนึ่งประดิษฐานอยู่ พระองค์จึงเสด็จขึ้นไปนมัสการ ด้วยเหตุนี้จึงเรียกวัดนี้ว่าวัดแจ้งวัดแจ้งหรือวัดมะกอกนอกนี้มีมาแต่ครั้งอยุธยาตอนปลาย เหตุที่เรียกวัดมะกอกนอกเพราะตั้งอยู่นอกเขตชุมชนดั้งเดิม ลึกเข้ามาในคลองบางกอกใหญ่หรือคลองบางหลวงในเวลาต่อมาเมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชสถาปนากรุงธนบุรีแล้ว พระองค์โปรดให้บูรณะวัดแจ้งขึ้นใหม่และยกฐานะเป็นวัดในเขตพระราชฐานพร้อมวัดโมลีโลกยาราม (วัดท้ายตลาด) ที่อยู่ใกล้กัน  

ต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยพระราชทานนามวัดใหม่ว่า วัดอรุณราชธาราม และในสมัยรัชกาลที่ 4 เปลี่ยนสร้อยท้ายชื่อเป็นวัดอรุณราชวราราม โดยความหมายยังคงเป็น “วัดแห่งรุ่งอรุณ”  ชาวต่างชาติก็เรียกวัดนี้ในความหมายเดียวกันว่า “The Temple of Dawn”

watarun-4

2.สุดยอดของพระปรางค์คือ“มงกุฎ”

ส่วนยอดขององค์ปรางค์ประดับด้วยนภศูล (อาวุธของพระอินทร์) มีลักษณะเป็นฝักเก้าแฉก  เหนือขึ้นไปเป็นมงกุฎซึ่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้นำมาจากเศียรของพระประธานในโบสถ์วัดนางนอง ย่านบางขุนเทียน เมื่อปี พ.ศ. 2390   นักประวัติศาสตร์บางท่านสันนิษฐานว่าพระองค์ทรงต้องการสื่อว่า เจ้าฟ้ามงกุฎ หรือรัชกาลที่ 4 คือกษัตริย์องค์ต่อไป

watarun-2

3.พระปรางค์คือ เขาพระสุเมรุ

สังคมไทยมีความเชื่อเรื่องไตรภูมิ โดยบางครั้งเราก็ไม่รู้ว่าความเชื่อนี้แฝงฝังอยู่ใกล้ตัวเรา อย่างเช่นเรื่องราวของแดนนรกแดนสวรรค์ เรื่องของพระอินทร์และเทวดา  เรื่องราวของไตรภูมิถูกจำลองไว้ในสถาปัตยกรรมของพระปรางค์วัดอรุณฯ  ด้วยเมื่อเราเดินผ่านประตูรั้วขององค์ปรางค์ที่เปรียบเสมือนกำแพงของจักรวาล พื้นลานกว้างเปรียบคือท้องทะเลสีทันดร กลางทะเลมีเขาพระสุเมรุซึ่งก็คือองค์ปรางค์ แวดล้อมด้วยปรางค์ทิศทั้งสี่แทนสี่ทวีป ซึ่งในไตรภูมิก็คือ อุตรกุรุทวีปด้านทิศเหนือ บุรพวิเทหทวีปด้านตะวันออก อมรโคยานทวีปด้านตะวันตก และชมพูทวีปด้านทิศใต้ซึ่งเป็นที่อาศัยของมนุษย์บริเวณฐานพระปรางค์มีสัตว์ป่าหิมพานต์ เช่น กินรี  สูงขึ้นไปเป็นลำดับชั้น คือ ยักษ์ ลิง และเทวดาที่อยู่สวรรค์ชั้นล่างสุด ช่วยกันแบกเขาพระสุเมรุ  

watarun-1

หลายคนคงเคยได้ยินเรื่องราวเหล่านี้แต่ไม่เคยเห็นยักษ์แบก ลิงแบก มาวัดนี้ก็จะได้เห็น  ยักษ์แบกหรือมารแบกเป็นปูนปั้นประดับอาคารที่พบครั้งแรกในสมัยอยุธยา แล้วพัฒนามาเป็นยักษ์แต่งกายแบบโขนในสมัยรัตนโกสินทร์  ยักษ์แบกอยู่ชั้นล่างสุด ลิงแบกอยู่เหนือขึ้นมา และเทวดาแบกอยู่ชั้นบนสุดถัดขึ้นไปเป็นส่วนเรือนธาตุของพระปรางค์หรือยอดเขาพระสุเมรุอันเป็นที่ตั้งของสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ในไตรภูมิ  ส่วนนี้ถ้าพกกล้องส่องทางไกลไปด้วยจะดี เพราะจะเห็นรายละเอียดของซุ้มทิศซึ่งประดับด้วยปูนปั้นรูปพระอินทร์เจ้าผู้ปกครองสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ทรงช้างเอราวัณได้อย่างชัดเจน

watarun-5

4.แหล่งรวมงานศิลป์ชั้นแหล่งรวมงานศิลป์ชั้นเอกสมัยต้นรัตนโกสินทร์

ช่วงรัชกาลที่ 1-5 มีการบูรณะวัดอรุณฯ หลายครั้ง โดยเฉพาะในสมัยรัชกาลที่ 2 พระองค์โปรดเกล้าฯ ให้บูรณะปรางค์องค์เดิมให้มีขนาดสูงใหญ่ขึ้นเพื่อเป็นพระธาตุประจำพระนคร แต่การก่อสร้างมาแล้วเสร็จในรัชกาลที่ 3พระปรางค์มีความสูงราว 27 เมตร  ศิลปะเด่นที่ควรพินิจคือการประดับองค์ปรางค์ด้วยกระเบื้องเคลือบและเครื่องถ้วยชามเบญจรงค์ที่นำเข้าจากเมืองจีน  แม้ดูใกล้ๆ จะไม่วิจิตรนัก ทว่าเป็นรูปแบบศิลปะที่รัชกาลที่ 3 ทรงนิยม หรือที่เรียกว่า “ศิลปะพระราชนิยม”

watarun-6

5.จากพระปรางค์เห็นการเรียงตัวกันของ 7 พระอุโบสถอย่างประหลาดใจ

ยามมองผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาไปยังฝั่งพระนครจะเห็นโบสถ์วัดพระเชตุพนฯ หรือวัดโพธิ์ โบสถ์วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร เจดีย์ประธานวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม วิหารวัดสุทัศนเทพวราราม โบสถ์วัดเทพธิดาราม และภูเขาทองวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เรียงตัวในแนวเกือบเป็นเส้นตรงอย่างน่าอัศจรรย์

watarun-8

6.ตำนานยักษ์วัดแจ้งกับยักษวัดโพธิ์เป็นอย่างไร 

ถ้าพูดถึงเรื่องยักษ์ในเมืองไทย คงไม่มียักษ์ที่ไหนดังเท่ายักษ์วัดแจ้งและยักษ์วัดโพธิ์ ครั้งหนึ่งถูกนำมาทำเป็นภาพยนตร์เรื่อง ท่าเตียน อันโด่งดัง เมื่อปี พ.ศ. 2516 ตำนานเล่าขานต่อกันมาว่า ยักษ์วัดแจ้งหรือวัดอรุณฯ ฝั่งธนบุรี กับยักษ์วัดโพธิ์หรือวัดพระเชตุพนฯ ในฝั่งพระนคร เป็นเพื่อนรักกันมานาน แต่เกิดผิดใจกันเพราะยักษ์วัดโพธิ์ข้ามฟากไปยืมเงินยักษ์วัดแจ้งแล้วไม่ยอมใช้คืน เป็นเหตุให้ทะเลาะต่อสู้กันจนบริเวณโดยรอบราพณาสูร กลายเป็นท่าเตียนในปัจจุบันยักษ์วัดแจ้งมีสองตน ยืนอยู่หน้าโบสถ์วัดอรุณฯ กายสีขาวชื่อสหัสเดชะ กายสีเขียวชื่อทศกัณฐ์  ส่วนยักษ์วัดโพธิ์ซึ่งอยู่บริเวณทางเข้าพระมหาเจดีย์ เป็นยักษ์ศิลปะแบบจีน สลักจากหิน หรือที่เรียกว่าอับเฉา ซึ่งชาวจีนใช้ถ่วงใต้ท้องเรือสำเภา 

7.โศกนาฎกรรมที่หลายคนไม่เคยรู้

เกิดการเผาตัวเองที่วัดอรุณฯ !เรื่องราวของคนเผาตัวเองเป็นเรื่องน่าตื่นตกใจสำหรับคนทั่วไป การเผาตัวเองของนายเรืองกับนายนกก็เช่นกัน

เรื่องของนายเรืองมีกล่าวไว้ใน พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ สมัยรัชกาลที่ 1 ว่าในปี พ.ศ. 2333 นายเรืองกับเพื่อนพากันมาเสี่ยงทายในโบสถ์วัดครุฑซึ่งอยู่ไม่ไกลจากวัดอรุณฯ โดยอธิษฐานว่าถ้าดอกบัวใครบานก่อน คนนั้นจะได้สำเร็จพระโพธิญาณ  วันรุ่งขึ้นดอกบัวของนายเรืองบานก่อน นายเรืองจึงเข้าไปที่วัดอรุณฯ เพื่อถือศีล ฟังเทศน์ และเอาสำลีชุบน้ำมันจุดไฟบูชาตั้งบนแขนตนเอง  ทำเช่นนี้อยู่ 9-10 วันแล้วจึงเผาตัวเองตายเพื่อสำเร็จพระโพธิญาณ

พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ สมัยรัชกาลที่ 2 กล่าวถึงนายนก ว่าในปี พ.ศ. 2360 นายนกซึ่งศรัทธาในพระพุทธศาสนามากและหวังไปสู่นิพพาน ได้เฝ้ารักษาศีล ปฏิบัติธรรม ละทิ้งบ้านเรือน ไม่กินข้าว และทรมานตนเองอยู่ที่วัดอรุณฯ จนกระทั่งเผาตัวเองตายการเผาตัวเองของนายเรืองและนายนกได้รับการยกย่องจากคนในสมัยนั้นว่าเป็นการสละชีพเพื่อพระพุทธศาสนา จึงมีการสร้างรูปสลักหินของทั้งสองตั้งไว้ในศาลาใกล้โบสถ์วัดอรุณฯ โดยรูปสลักของนายเรืองเป็นชายไว้ผมทรงมหาดไทย นั่งสมาธิอยู่ทางด้านซ้ายของโบสถ์  ส่วนด้านขวาคือนายนก แกะสลักเป็นรูปคล้ายกัน แต่นั่งพนมมือ

Share on facebook
Share on twitter
Share on pinterest

Info

วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร

 

Previous
Next

Guide ใกล้ : Application คู่ใจคนชอบท่องเที่ยวตัวจริง

Guide ใกล้ เหมือนมีไกด์ไว้ใกล้ตัว
Application นี้จะช่วยแนะนำว่า ตำแหน่งรอบตัวเรามีที่เที่ยว ร้านอาหาร ร้านขายของ ที่พัก หรือสถานที่จุดใดน่าแวะไปสัมผัส ชิม ช็อป แชะ แชร์ พร้อมกิจกรรมเด่นประจำเดือน แผนที่ลงจุดใช้งานง่าย ดูสนุกและสะดวก แค่ดูภาพสวยๆ ก็อยากไปแล้ว

Relate Place

News

ททท. จับมือ สายการบินไทยเวียตเจ็ท ลงนามหนังสือแสดงเจตจำนง ร่วมวางกลยุทธ์ดึงตลาดนักท่องเที่ยวเวียดนาม-กัมพูชา เที่ยวไทย

ปี 2565 เป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะเดินหน้าพลิกโฉมการท่องเที่ยวไทยสู่มิติใหม่ด้วยแนวคิด Visit Thailand Year 2022 : Amazing New Chapters กระตุ้นการเดินทางและฟื้นคืนความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวในการเดินทางท่องเที่ยวประเทศไทย ใช้โอกาสที่ดีในการที่รัฐบาลได้เปิดการท่องเที่ยวแบบ Test & Go อีกครั้ง

Sleep

ริเวียร่า วิลล่า รีสอร์ท พักกาย พักใจ ในธรรมชาติ

จะดีแค่ไหน…ถ้าลืมตาตื่นมาตอนเช้าแล้วเห็นพระอาทิตย์ขึ้นริมสายน้ำ ได้ฟังเสียงนกร้องเจื้อยแจ้วแทนเสียงนาฬิกาปลุกได้ปั่นจักรยานรับลมเย็นๆ ใต้ร่มเงาไม้ได้กินอาหารอร่อยที่ปรุงจากวัตถุดิบอินทรีย์ ได้เดินนวดเท้าท่ามกลางสายน้ำเย็นฉ่ำได้ออกกำลังกับกิจกรรมแอดเวนเจอร์ได้รับลมชมพระอาทิตย์ตกท่ามกลางบึงน้ำและขุนเขา ได้ดูหิ่งห้อยก่อนเข้านอนได้พักกายพักใจตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ในสถานที่ที่โอบล้อมไปด้วยขุนเขา ต้นไม้ และสายน้ำ กับที่พักแสนอบอุ่นและสบายเหมือนบ้าน Riviera Villa Resort รีสอร์ทแสนร่มรื่นริมแม่น้ำนครนายก สถานที่ที่ใครได้มาเยือนแล้วจะต้องหลงรัก ทางเข้าเป็นถนนคอนกรีตเล็กๆ ที่สองข้างทางเขียวครึ้มไปด้วยต้นไม้ ผ่านสวนเงาะของชาวบ้าน และสวนกล้วยที่รีสอร์ทปลูกไว้  ภายในรีสอร์ทมีบึงน้ำกว้างและลานโล่งที่มองเห็นเขาใหญ่เป็นฉากหลัง พื้นที่กว่า 50 ไร่ของรีสอร์ท เต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ และสวนสมุนไพรที่ปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ บ้านพักเป็นวิลล่าหลังใหญ่สไตล์วินเทจ มี 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ

Eat

Little Tree Garden ที่ให้ความสุขไม่ Little

กลิ่นหอม ๆ ของเบเกอรี่ที่พึ่งออกมาจากเตา กลิ่นกาแฟที่ลอยปนกับกลิ่นดอกไม้หลายชนิดที่แทบจะหาได้ยากในเมืองกรุง สลับกับอากาศสดชื่นเย็นสบาย วิทย์ ศิริวิทย์ ริ้วบำรุง เจ้าของร้าน Little Tree Garden และนักจัดแต่งสวนชื่อดังก็ออกมาเล่าความสุขที่ไม่ Little ของเขา

News

ลดโลกเลอะ X รักษ์ปันสุข เปิดตัวประติมากรรมจากขวดน้ำดื่ม PET รูป “เต่ามะเฟืองแม่ลูก”

ททท.-บางจากฯ-เมืองพัทยา เปิดตัวประติมากรรมจากขวดน้ำดื่ม PET รูป “เต่ามะเฟืองแม่ลูก” ริมชายหาดพัทยา ภายใต้โครงการ “ลดโลกเลอะ X รักษ์ปันสุข” เพื่อรณรงค์การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ และกระตุ้นจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม ลดขยะพลาสติก และหมุนเวียนนำกลับมาใช้ซ้ำ