หาดทรายเกิดขึ้นได้อย่างไร?

ไปเที่ยวชายทะเล เดินเล่นริมหาดทรายขาวเนียน เคยสงสัยบ้างไหมว่าเม็ดทรายขาวนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร 

หาดทรายนั้นเกิดจากการผุพังสึกกร่อนตามธรรมชาติของหิน ในแผ่นดินหรือหมู่เกาะ โดยเฉพาะหินทรายและหินแกรนิต จนกลายเป็นทรายและดิน เกิดการพัดพาจากลำธารสู่ท้องทะเล จากนั้นดินและทรายจะถูกแยกจากกันโดยเกลียวคลื่น ส่วนที่เป็นดินจะตกตะกอนทับถมเป็นโคลนตมอยู่บริเวณใกล้ปากแม่น้ำและงอกเป็นผืนแผ่นดินต่อไป 

ส่วนที่เป็นทรายซึ่งหนักและทนทานต่อการผุกร่อนกว่าก็จมลงและสะสมตัวเป็นพื้นทรายใต้ท้องทะเล โดยมีบางส่วนถูกคลื่นพัดพาเข้าสู่ฝั่ง สะสมมากขึ้นจนเกิดเป็นแนวหาดทรายตามชายฝั่งทั่วไป 

เม็ดทรายบนชายหาดจึงเป็นส่วนที่เหลือจากการผุกร่อนของหินนั่นเอง ซึ่งมักประกอบด้วยแร่ควอตซ์ (Quartz) ที่มีความแข็งและทนทานต่อการผุกร่อนสูง หาดทรายแต่ละแห่งมีสีสันและขนาดของเม็ดทรายแตกต่างกันออกไป บางหาดมีเม็ดทรายเล็กขาวละเอียด อย่างหาดทรายแก้วบนเกาะเสม็ด 

ส่วนหาดทรายในภาคใต้ฝั่งทะเลอันดามัน มักจะมีสีขาวขุ่นและละเอียดราวกับแป้ง เพราะมีกำเนิดมาจากซากปะการังที่ผุพังแล้ว เช่นที่หมู่เกาะสุรินทร์ หมู่เกาะสิมิลัน เป็นต้น

Writer / Photographer

Webmaster

Webmaster

Relate Place

Travel

ชมศิลปะร่วมสมัย ที่หอศิลป์กรุงเทพฯ

ใครที่กำลังมองหาสถานที่ถ่ายรูปสวยๆ พร้อมชมงานอาร์ทแบบไร้ขีดจำกัด แถมไม่ต้องเดินทางไปไหนไกล แค่ตรงมาใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร คุณก็ได้พบกับโลกของงานศิลปะที่ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร


Coffee

กาแฟสยาม ฟินคัก ๆ คนฮักบ้านเกิด @ศรีสะเกษ

ใครที่มาเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษแล้วมองหาร้านกาแฟชิว ๆ บรรยากาศสบาย ๆ “นายรอบรู้” ขอแนะนำ ร้านกาแฟสยาม เป็นร้านเล็ก ๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองศรีสะเกษ แถมเจ้าของร้านยังมีดีกรีเป็นถึงบาริสต้าชนะรางวัลระดับประเทศอีกด้วย

News

เดินเที่ยวถิ่นวีระชน ตลาดย้อนยุคบ้านระจัน

ตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจัน เกิดขึ้นจากความตั้งใจของ พระครูวิชิต วุฒิคุณ หลวงพ่อเจ้าอาวาสวัดโพธิ์เก้าต้น ที่อยากให้ชาวบ้านในเขตพื้นที่มีรายได้หาเลี้ยงครอบครัว จึงได้รวบรวมชาวบ้านตั้งกลุ่มขายของในวัดโพธิ์เก้าต้น เนื้อที่ราว 5 ไร่ ก่อตั้งเป็นตลาดย้อนยุข เมื่อปี พ.ศ.2559 โดยเริ่มจาก 20 ร้านค้า และเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ จนตอนนี้มีร้านค้าทั้งหมด 370 ร้านค้าด้วยกัน

Eat

ร้านป้านาง ส้มตำยโสเก่าแก่กลางกรุง

“มื้อนี้กินหยังดีน้อ” เสียงหวานๆ ของป้านาง อุ่นเรือน สว่างวงษ์ แม่ค้าส้มตำวัย 62 ปี ที่ทักทายลูกค้าทุกคนด้วยความเป็นกันเอง โดยใช้ภาษาอีสานบ้านเกิดและความคุ้นเคยที่ขายส้มตำในย่านนี้กว่า 40 ปี ถือว่าเป็นแม่ค้าส้มตำอีสานที่มีความเก่าแก่ร้านหนึ่งในกรุงเทพฯ สลับกับการตระเตรีมอาหารเพื่อเสิร์ฟลูกค้าคนอื่นๆ อย่างชำนิชำนาญ