เรือนักท่องเที่ยวลำใหญ่ มีนักท่องเที่ยวอยู่เต็ม ค่อยๆ แล่นเอื่อยไปข้างหน้าอย่างแช่มช้ากลางลำน้ำบางปะกง เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับทิวทัศน์ของป่าจากเขียวขจี ที่ขึ้นเป็นกอหน้าทึบรายเรียงเป็นแนวขนานกับฝั่ง

เมื่อเรือแล่นผ่านหน้าวัดโสธรวรารามวรวิหาร หรือวัดหลวงพ่อโสธร อ. เมืองฉะเชิงเทรา ความอลังการยิ่งใหญ่ ของพระอุโบสถหลังใหม่ที่สร้างไว้อย่างสวยงามตระการตา ได้ดึงดูดทุกสายตาให้หยุดจ้องมองด้วยความตื่นตาติ่นใจ แม้ว่ายังไม่เสร็จสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ตามซึ่งก่อนที่จะล่องเรือชมแม่น้ำบางประกงในวันนั้น เราได้เข้าไปนมัสการ “หลวงพ่อโสธร” และปิดทองพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวแปดริ้ว ที่ประชาชนทั่วทุกสารทิศให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมาก แต่ แหม! “นายรอบรู้” รู้สึกอิ่มบุญอิ่มใจแทบทนไม่ไหว จึงอยากชวนผู้อ่านไปทำบุญไหว้พระหลวงพ่อโสธรพร้อมๆ กันเสียเลย


ตามตำนานกล่าวไว้ว่า พระพุทธโสธรเดิมเป็นพระพุทธรูปหล่อด้วยสำริดอย่างงดงาม แต่ต่อมาพระสงฆ์ในวัดเห็นว่ากาลต่อไปภาคหน้าคนกิเลสแรงกล้าอาจจะลักไปเพื่อประโยชน์ส่วนตัว เพื่อความปลอดภัยจึงพอกปูนให้ใหญ่หุ้มองค์จริงไว้ภายใน พุทธลักษณะขององค์หลวงพ่อโสธรที่ปรากฏในปัจจุบันจึงเป็นแบบปูนปั้น ลงรักปิดทองพระวรกายแบบเทวรูป พระพักตร์แบบศิลปะล้านนา พระเกตุมาลาแบบปลี ข้อพระกรข้างขวากำไลรัดตรึง ครองจีวรแนบเนื้อ มีความกว้างของพระเพลา 1.65 ม. สูง 1.98 ม.

ส่วนการประดิษฐานที่วัดโสธรเมื่อใดนั้นไม่มีหลักฐานปรากฏ มีเพียงการคาดคะเนจากตำนานหลวงพ่อวัดบ้านแหลม เกี่ยวกับพระพุทธรูปที่ประชาชนนับถืออีก 2 องค์ คือ หลวงพ่อวัดบ้านแหลม จ. สมุทรสงคราม และหลวงพ่อโต วัดบางพลี จ. สมุทรปราการ และหลวงพ่อโสธร ว่าพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์เป็นพี่น้องกัน ลอยตามน้ำผ่านเมืองปราจีนบุรีมา แล้วไปผุดที่ตำบลสัมปทวน แขวงเมืองฉะเชิงเทรา ชาวบ้านไปพบเข้าจึงเอาเชือกพรวนไปผูกมัดพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์นี้ แล้วช่วยกันฉุดลากขึ้น แต่ไม่สามารถนำขึ้นมาจากน้ำได้ พระพุทธรูปองค์ใหญ่ (หลวงพ่อวัดบ้านแหลม) ได้ลอยตามกระแสตามน้ำไปผุดขึ้นที่วัดบ้านแหลม ส่วนองค์เล็ก (หลวงพ่อโต) ไปผุดขึ้นที่คลองใกล้วัดบางพลี ชาวบ้านจึงอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ที่วัดบางพลี ส่วนหลวงพ่อโสธร ซึ่งเป็นองค์กลางนั้น ผุดขึ้นที่หน้าวัดโสธร ประชาชนเป็นจำนวนมากมาช่วยกันฉุดแต่ไม่ขึ้น ต่อมามีอาจารย์ผู้มีคาถาอาคมคนหนึ่งมาตั้งศาลเพียงตา ทำพิธีบวงสรวง แล้วเอาด้ายสายสิญจ์ไปคล้องกับพระหัตถ์ จึงอัญเชิญขึ้นมาได้สำเร็จ และนำมาประดิษฐานที่พระอุโบสถวัดโสธรจนถึงปัจจุบัน

สำหรับการเดินทางไปเที่ยวครั้งนี้ นอกจากจะได้นมัสการขอพรจากองค์หลวงพ่อโสธรแล้ว หากใครไม่รีบกลับ อยากนั่งเรือเล่นพักผ่อนหย่อนใจ บริเวณท่าเรือวัดโสธรวรารามวรวิหาร ก็ยังมีเรือนำเที่ยว ให้นักท่องเที่ยวได้ล่องเรือชมทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำบางปะกงในราคาแพงอีกด้วย แต่ที่แน่ๆ ก่อนกลับอย่าลืมแวะซื้อของฝากติดไม้ติดมื้อ โดยเฉพาะขนมจากอร่อยๆ รสชาติหวานมันกลับบ้านสักห่อสองห่อ หรือแกะกินระหว่างเดินทางกลับก็น่าสนใจไม่น้อยเชียวละ จริงไหม?


เรื่องและภาพ

กองบรรณาธิการ นายรอบรู้