ขยายเวลาจัดแสดงนิทรรศการหอศิลปกรุงเทพฯ

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงานนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ประจำปี ๒๕๖๓ โดยมี คุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี รองประธานกรรมการ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี  กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท  ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) คุณดาว วาสิกศิริ นายกสมาคมถ่ายภาพ แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ คุณนิติกร กรัยวิเชียร เลขาธิการมูลนิธิส่งเสริมการถ่ายภาพ และ รศ. ดร. บรรณโศภิษฐ์ เมฆวิชัย ประธานกรรมการมูลนิธิ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เฝ้า ฯ  รับเสด็จ

ภายหลังจากเสด็จถึงหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร  เสด็จฯ  ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น ๕  โดยมี  

นายดาว วาสิกศิริ นายกสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กราบบังคมทูลถวายรายงาน ก่อนที่จะเบิกผู้จัดและผู้สนับสนุนการจัดงานเข้ารับพระราชทานของที่ระลึก จากนั้น ทรงบรรยายภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ประจำปี ๒๕๖๓ ก่อนเสด็จ ฯ ขึ้น ณ  ชั้น ๙  เพื่อเป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ซึ่งในปีนี้ได้จัดภายใต้ชื่อนิทรรศการ “ชิวิตยามอยู่บ้าน: [email protected] นอกจากนี้ ยังทรงจำหน่ายหนังสือภาพถ่าย ฝีพระหัตถ์ประจำปี ๒๕๖๓ แก่ผู้ที่มาร่วมงานอีกด้วย

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี ๒๕๖๓ หัวข้อ “ชิวิตยามอยู่บ้าน: [email protected] จัดโดยสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กรุงเทพมหานคร  หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร  และมูลนิธิส่งเสริมการถ่ายภาพ ด้วยการสนับสนุนจาก บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และหน่วยงานเอกชนอื่น ๆ  เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสได้ร่วมตามรอยเสด็จฯ และชื่นชมพระอัจฉริยภาพด้านการถ่ายภาพของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ทรงบันทึกไว้ระหว่างการเสด็จพระราชดำเนินไปยังสถานที่ต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ  ในช่วงปี ๒๕๖๑-๒๕๖๒  เพื่อจัดแสดงในนิทรรศการครั้งนี้ ซึ่งไประกอบไปด้วย  ภาพแขวนผนัง จำนวน ๑๔๕ ภาพภาพเล็กในห้อง ๘ เหลี่ยม จำลองบรรยากาศสวน จำนวน ๕๔๖ภาพ และภาพขนาดใหญ่ จำนวน ๑๐ ภาพ  โดยแต่ละภาพที่นำมาจัดแสดง นอกจากเป็นภาพที่สวยงามทรงคุณค่าทางศิลปะการถ่ายภาพแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงมุมมองจากสายพระเนตรที่ทรงประสบพบเห็นสิ่งต่างๆ ที่ทรงสนพระราชหฤทัยถ่ายทอดเรื่องราวผ่านภาพถ่าย  อีกทั้งยังให้ข้อคิดเตือนใจในแง่มุมต่างๆ เพื่อให้คนไทยทุกคนได้มาชมภาพที่เปรียบเสมือนการเล่าเรื่องผ่านภาพถ่ายของพระองค์ท่าน 

นับตั้งแต่ปีพุทธศักราช  ๒๕๕๐ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ เพื่อนำมาจัดแสดงนิทรรศการอย่างต่อเนื่อง  เพื่อเป็นความรู้แก่นิสิต  นักศึกษาและประชาชนทั่วไป เริ่มตั้งแต่นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “แสงคือสี สีคือแสง” ในปี ๒๕๕๐  นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “ชีวิตที่หมุนไปไม่หยุดยั้ง” ในปี ๒๕๕๑ นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “ถ้าเดินเรื่อยไปย่อมถึงปลายทาง” ในปี ๒๕๕๒  นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “สี แสง แสดงชีวิต” ในปี ๒๕๕๓ นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “อุปบัติ ณ โลกี” ในปี ๒๕๕๔ นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “ควงกล้องท่องโลก” ในปี ๒๕๕๕   นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “รูปยาตรา ภาพทัศนาจร” ในปี ๒๕๕๖   นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “อันมีทิพเนตรส่องไป” ในปี ๒๕๕๗  นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “อยู่มานาน กาลเวลามีสุข” ในปี ๒๕๕๘ นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “ทัศนียมรรคา” ในปี ๒๕๕๙ นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “กาวยประภา” ในปี ๒๕๖๐  นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “สวัสดีปีจอหมา มาคอยท่าปีกุนหมู” ในปี ๒๕๖๒ นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “มหัศจรรย์พรรณภาพ” และในปี ๒๕๖๓ นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “ชีวิตยามอยู่บ้าน”

นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์หัวข้อ “ชีวิตยามอยู่บ้าน” ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมระหว่างวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๖๓ – ๑๘ เมษายน ๒๕๖๔ (หยุดทุกวันจันทร์) เวลา ๑๐.๐๐ น. – ๑๙.๐๐ น.  และมีการจำหน่ายหนังสือภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “ชีวิตยามอยู่บ้าน” ในราคาเล่มละ ๙๐๐ บาท    ห้องนิทรรศการ ชั้น ๙   หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (สี่แยกปทุมวัน) และศูนย์หนังสือแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ทั้งนี้ รายได้ทั้งหมดนำขึ้นทูลเกล้าถวาย โดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย

เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ Bangkok Art Biennale 2020  (BAB 2020)                 นำโดย หัวเรือใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ผสานความร่วมมือครั้งสำคัญ โดยได้รับการสนับสนุนจากทางภาครัฐ และภาคเอกชน ตอบรับกระแสความสำเร็จที่ผู้ชมให้ความสนใจเข้าชมผลงานศิลปะจำนวนมาก ด้วยการขยายเวลาจัดแสดงงาน 3 สถานที่ ได้แก่ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์) / หอศิลปวัฒนธรรม แห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) / เดอะ พรีลูด โครงการวัน แบงค็อก  พร้อมยกระดับเพิ่มมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (Covid-19) เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้ชมงาน 

ศาสตราจารย์ ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ ประธานอำนวยการและผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ บางกอก อาร์ต                 เบียนนาเล่ ให้ข้อมูลว่า “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ Bangkok Art Biennale 2020  (BAB 2020)  ถือเป็นโครงการสำคัญที่จัดขึ้นมาเพื่อสรรค์สร้างให้กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางแห่งการท่องเที่ยวที่สำคัญทางด้านศิลปะร่วมสมัยของโลก โดยตลอดระยะเวลาของการจัดงานอย่างต่อเนื่อง 4 เดือน ในครั้งนี้ มีผลงานศิลปะกว่า 200 ชิ้น โดย 82 ศิลปินชั้นนำทั่วโลก จาก 35 ประเทศ รวม 5 ทวีป กับแนวคิดหลักสุดท้าทาย “Escape Routes” หรือ “ศิลป์สร้าง ทางสุข” ที่จัดแสดงบน         11 สถานที่สำคัญใจกลางกรุงเทพมหานคร ได้แก่ เดอะ ปาร์ค / BAB BOX / เดอะ พรีลูด โครงการวัน แบงค็อก /                วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร / วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร / วัดประยุรวงศาวาส วรวิหาร / หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร / ล้ง 1919 /  มิวเซียมสยาม /  ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก                  และสวนเบญจสิริ โดยมีนักท่องเที่ยวทั้งจากกลุ่มศิลปิน นักสะสมงานศิลปะ ภัณฑารักษ์ ประชาชน และนักท่องเที่ยวผู้ที่รักงานศิลปะ เข้าชมในงานกว่า 4 แสนคน นอกจากนี้ยังได้มูลค่า eyeball สูงถึง 18,000,000 จากงานศิลปะที่นำไปแสดงเป็นพิเศษบนจอ LED ขนาดยักษ์ ของห้างดังใจกลางเมือง ได้แก่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิล์ด ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม และศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ โดยในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ถือเป็นวิกฤตระดับโลก เราตระหนักถึงความสำคัญของสุขอนามัย และความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว จึงยกระดับมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 อย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้ชมงานตลอดระยะเวลาการจัดงาน นอกจากนี้เราได้เพิ่มช่องทางการชมงานศิลปะผ่านออนไลน์ อาทิ Facebook Instagram website โดยเฉพาะ Virsual Tour ใน website เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มคนรักงานศิลปะจากทั่วโลก ได้ชมงานอย่าง กิจกรรม bab talk  bab walk performance จากศิลปินต่างชาติชื่อดังอย่าง  New-Territories และ Miles Greenberg  กิจกรรมการศึกษา นำชมนิทรรศการตามสถานที่ต่างๆ เป็นต้น ซึ่งสามารถเข้าถึงมากกว่า 2.3 ล้านคน เรียกว่ากระแสตอบรับดีเกินคาด 

BACC extend event6

จากกระแสตอบรับที่ดีเกินคาด ทาง บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ Bangkok Art Biennale 2020  (BAB 2020)  จึงได้ขยายเวลาจัดงาน 3 สถานที่ ได้แก่ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์) สามารถเข้าชมผลงานศิลปะได้ถึงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564  / หอศิลปวัฒนธรรม แห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) สามารถเข้าชมผลงานศิลปะได้ถึงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2564  และ เดอะ พรีลูด โครงการวัน แบงค็อก สามารถเข้าชมผลงานศิลปะได้ถึงวันที่ 30 เมษายน 2564  เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ชมงานได้เสพงานศิลป์อย่างเต็มอิ่ม และในส่วนพื้นที่จัดแสดงงาน เดอะ ปาร์ค / BAB BOX  และสวนเบญจสิริ จะจัดแสดงงานตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 มกราคม 2564 

สามารถติดตามข่าวสาร และตารางการจัดกิจกรรมของงาน เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2020(Bangkok Art Biennale)เพิ่มเติมได้ทาง www.facebook.com/Bkkartbiennale  หรือ www.bkkartbiennale.com

นิทรรศการ “12 ปี หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร” หรือ BACC 12 จัดขึ้นในวาระที่หอศิลปกรุงเทพฯ เปิดให้บริการประชาชนครบรอบ 12 ปี เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2563 เพื่อเป็นโอกาสมองสะท้อนถึงกิจกรรมที่ผ่านมาในหอศิลปกรุงเทพฯ รวมถึงผู้ที่มีส่วนร่วมในสถานะและวาระต่างๆ ของการดำเนินงานหอศิลปกรุงเทพฯ ภายใต้การบริหารงานของมูลนิธิหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ที่ได้รับมอบหมายให้บริหารงานอย่างเป็นอิสระจากกรุงเทพมหานคร

 “ฉันเรียกร้องหอศิลป์ ไม่เอาศูนย์การค้า” น่าจะเป็นประโยคที่ยังจำกันได้จากสมัยรณรงค์ให้สร้างหอศิลป์ แต่เมื่อสร้างขึ้นแล้ว ทำไมหอศิลป์แห่งนี้กลับมีร้านค้าอยู่หลายชั้น คำตอบนั้นอาจมาหากันได้ในนิทรรศการ BACC 12 นี้ …เวลาล่วงมา 12 ปี จึงเป็นโอกาสประมวลผลสะท้อนของการมีหอศิลป์แห่งนี้ ใครได้อะไร และที่มาของ “หอศิลป์ของประชาชน” นั้นมาได้อย่างไร

นิทรรศการประกอบด้วย ประวัติความเป็นมาของหอศิลปกรุงเทพฯ ผลงานสำคัญในแต่ละปี วาระงานนิทรรศการ ละคร ดนตรี ภาพยนตร์ วรรณกรรม และวาระกิจกรรมทางสังคม รูปแบบ BACC Model การบริหารงานในแบบมูลนิธิ ตัวอย่างสูจิบัตร เวิร์คช็อป และส่วนแสดงความคิดเห็น เป็นต้น

นิทรรศการ “12 ปี หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร” จึงเป็นโอกาสหนึ่งที่จะได้รวบรวมความคิดเห็น และการร่วมมองถึงบทบาทของหอศิลปกรุงเทพฯ แห่งนี้ ที่มีทั้งงานทัศนศิลป์ วรรณกรรม ละคร ดนตรี และภาพยนตร์ จนถึงงานจากภาคสังคม เพื่อมองไปสู่การร่วมสร้างและนิยามพื้นที่ศิลปะของสังคมไทยในอนาคต

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on pinterest

Info

หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ประจำปี 2563หัวข้อ “ชีวิตยามอยู่บ้าน: [email protected]” ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ขยายเวลาจัดแสดง ถึง 18 เมษายน 2564  ณ ห้องนิทรรศการหลักชั้น 9 หอศิลปกรุงเทพฯ  

นิทรรศการ Bangkok Art Biennale 2020  ขยายเวลาจัดแสดง ถึง 21 กุมภาพันธ์  2564  ณ ห้องนิทรรศการชั้น7-8

และ นิทรรศการ 12 ปี หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
 จัดแสดงตั้งแต่เดือน มกราคม 2564 เป็นต้นไป ณ  ห้อง Gallery 3 และทางเชื่อม ชั้น 3 

Guide ใกล้ : Application คู่ใจคนชอบท่องเที่ยวตัวจริง

Guide ใกล้ เหมือนมีไกด์ไว้ใกล้ตัว
Application นี้จะช่วยแนะนำว่า ตำแหน่งรอบตัวเรามีที่เที่ยว ร้านอาหาร ร้านขายของ ที่พัก หรือสถานที่จุดใดน่าแวะไปสัมผัส ชิม ช็อป แชะ แชร์ พร้อมกิจกรรมเด่นประจำเดือน แผนที่ลงจุดใช้งานง่าย ดูสนุกและสะดวก แค่ดูภาพสวยๆ ก็อยากไปแล้ว

Writer/ Photographer

WebMaster

WebMaster

Relate Place

Eat

หนมดู@สงขลา

“หนมดู๋” คืออะไร หนมดู๋มาจากไหน? ตอนนี้กำลังสงสัยกันอยู่ใช่ไหมคะ คำว่า ขนมดู๋ คือ ชื่อขนมสำเนียงคนใต้ แต่สำหรับคนภาคกลางที่ไม่คุ้นชินกับคำนี้ จะเรียกกันว่า “ขนมดู” ขนมดูเป็นขนมพื้นบ้านของจังหวัดสงขลา

Eat

Canival Cosmo Buffet พิซซ่า D.I.Y. ทำได้ด้วยตัวเอง

ใครที่ชื่นชอบอาหารอินเดียคงไม่พลาด Rang Mahal Rooftop Indian Restaurant ห้องอาหารอินเดียในรูปแบบ fine dining บนชั้น 26 ของโรงแรมแรมแบรนดท์ ย่านสุขุมวิท ที่ได้รับรางวัล Thailand’s BestRestaurants จากนิตยสาร Thailand Tatler ถึง 13 ปีซ้อน

Travel

แก้บน..ยลพระนอน..ขอพรพระพุทธรูปบนผาหิน สุพรรณบุรี-อ่างทอง

“หาบขนมจีนแก้บน ยลพระนอนแห่งทุ่งโพธิ์ทอง ขอพรพระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาหินที่ใหญ่ที่สุดในโลก”ทริปนี้อาจต้องใช้วิจารณญาณส่วนตัว เพราะ “นายรอบรู้” จะพาไปทัวร์สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่อบอวลไปด้วยความเชื่อและความศรัทธา

Eat

ข้าวแกงเจ็กปุ๊ย (เจ๊เฉี๋ย) ตำนานความอร่อยกว่า 70 ปี

ข้าวแกงในตำนานย่านเยาวราช เสิร์ฟความอร่อยมาตั้งแต่รุ่นอากงหาบขาย มีเก้าอี้ไม้ทรงเตี้ยให้ลูกค้านั่งกินข้างหาบ ส่งต่อเคล็ดลับสู่รุ่นลูกคือเจ๊เฉี๋ย-ทัศนีย์ ธนัญชัยกุล ปัจจุบันดูแลโดยทายาทรุ่นที่ 3 คือเฮียนัท-ธรรมรัตน์ ธนัญชัยกุล จากหาบเปลี่ยนเป็นรถเข็น จากเก้าอี้ไม้กลายเป็นเก้าอี้พลาสติกสีแดงตั้งเรียงรายริมทางเท้า เก้าอี้แดงเด่นหน้าบานเฟี้ยมสีเขียวซีดที่เต็มไปด้วยใบปิดโฆษณาเลือนรุ่ยหลุดลอกตามกาลเวลา เป็นภาพสุดคลาสสิกของร้าน แต่ไม่กี่เดือนมานี้ทั้งรถเข็นและเก้าอี้ขยับเข้าในซอย ตั้งหน้าบ้านฝั่งตรงข้ามประตูวัดมังกรกมลาวาส(วัดเล่งเน่ยยี่) แม้จะหลบมุมแต่ลูกค้าก็ยังเข้าคิวจับจองเก้าอี้ สมกับฉายา ‘ข้าวแกงเก้าอี้ดนตรี’ “หมู-เชียง เนื้อ-เชียง ปู-เชียง ไก่-โล้ ปู-โล้…” คือเมนูที่มีออเดอร์ตลอดวัน มีแกงกะหรี่หมู แกงกะหรี่เนื้อกินคู่กุนเชียงเป็นเมนูเด่น อีกทั้งแกงเขียวหวานไก่ เขียวหวานลูกชิ้น ไข่พะโล้อบ ผัดปู