นั่งเรือชมพรานล่ากุ้งกรามกราม แห่งเขื่อนลำปาว

เคยมีคนบอกว่ากิน กุ้งก้ามกราม ต้องไปอยุธยา แล้วรู้ไหมว่า ที่กาฬสินธุ์ ก็ขึ้นชื่อเรื่อง กุ้งก้ามกรามเขื่อนลำปาว ไม่แพ้อยุธยา เช่นกัน

หากคุณเป็นคนอิสาน คงไม่น่าแปลกใจนักหากได้ยินว่าจะไปกินกุ้งกาฬสินธุ์ เพราะรู้จักกันดีว่าที่ จ.กาฬสินธุ์เป็นแหล่งเพาะเลี้ยงกุ้งก้ามกราม จนมีชื่อเสียงไปทั่วทั้งภาคอิสาน แต่คุณรู้ไหม ว่าถ้าหากอยากกินกุ้งแม่น้ำตัวโตๆ มันเยิ้มๆ ที่ ต. ภูสิงห์ อ. สหัสขันธ์ จ. กาฬสินธุ์ แห่งนี้ ก็มีให้คุณได้ลิ้มลองความอร่อย และบอกเลยว่า กุ้งที่นี่ตัวโต…ไม่แพ้อยุธยาเลยหละคุณ

เขื่อนลำปาว
เขื่อนลำปาว
พรานล่ากุ้งก้ามกราม กาฬสินธุ์

กุ้งก้ามกราม กาฬสินธุ์ มาจากไหน?

แรกเริ่มเดิมที การเลี้ยงกุ้งใน จ. กาฬสินธุ์นั้นเลี้ยงกันในรูปแบบฟาร์มกุ้ง มีมากแถวๆ อ. ยางตลาด แต่กุ้งในแถบนี้จะมีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ปัจจุบันมีการนำพันธุ์กุ้งจากทางภาคกลาง ส่วนมากมาจากสุพรรณบุรี นำมาปล่อยลงในอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาว เพื่อให้ชาวบ้านได้มีอาชีพในการจับกุ้ง สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านโดยเฉพาะใน ต. ภูสิงห์ แห่งนี้ได้เป็นอย่างดี

โดยทั่วไป กุ้งที่จับได้จากเขื่อนลำปาวนั้นขายได้ราคากิโลกรัมละ 600 – 800 บาท ซึ่งขนาดตัวโดยทั่วไปของกุ้งที่นี่อยู่ที่ประมาณ ตัวละ 2-3 ขีด จากการสอบถามชาวบ้าน ขนาดกุ้งตัวโตที่สุดที่เคยจับได้นั้นใหญ่ถึงตัวละ 7 ขีด เลยทีเดียว

ปัจจุบันการปล่อยกุ้งลงในอ่างเก็บน้ำ ทำติดต่อกันมาแล้ว 3 ปี ปัญหาใหญ่ของกุ้งในเขื่อนลำปาวนั้นคือการที่กุ้งไม่สามารถขยายพันธุ์ได้เองตามธรรมชาติ เนื่องจากปริมาณความเค็มของน้ำในเขื่อนนั้นน้อยไป ทำให้กุ้งไม่สามารถขยายพันธุ์ได้ จากคำบอกเล่าของ นายสำรวย ชมพุฒ หัวหน้ากลุ่มจัดการด้านประมง สำนักงานประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ ทำให้ในปัจจุบัน ยังต้องมีการปล่อยกุ้งลงอ่างเก็บน้ำอยู่เรื่อยๆ เป็นประจำทุกปี เพื่อให้ชาวบ้านได้มีรายได้จากการจับกุ้งก้ามกรามแบบเช่นทุกวันนี้

เรือหากุ้งก้ามกราม กาฬสินธุ์
เขื่อนลำปาว
เตรียมตัวหากุ้งก้ามกราม กาฬสินธุ์

พรานล่ากุ้งมือหนึ่งแห่งบ้านภูสิงห์

พวกเราเดินทางไปที่ท่าเรือภูสิงห์ เพื่อไปพบกับพรานเมษ ผู้เชี่ยวชาญด้านการงมกุ้งก้ามกรามแห่งบ้านภูสิงห์แห่งนี้ ถ้าจะให้เรียกกันจริงๆ นี่อาจคือพรานล่ากุ้งมือหนึ่งแห่งบ้านภูสิงห์ก็ว่าได้ ด้วยประสพการณ์อย่างโชคโชน ทำให้พรานเมษสามารถจับกุ้งก้ามกรามตัวโตๆ ขึ้นมาให้พวกเราได้เห็นกัน

“การจับกุ้ง พรานจะมีพื้นที่ของใครของมัน เวลาจับก็จะไปหากุ้งในพื้นที่ของตัวเอง กุ้งจะอยู่ที่เดิมๆ ที่มันเคยอยู่ ถ้าเราเป็นเจ้าของที่ เราก็จะเจอกุ้งได้ง่าย” พรานเมษอธิบายวิธีการจับกุ้งของเขา พร้อมกับเอ่ยปากชวนพวกเราขึ้นเรือ พาไปดูกระบวนการจับกุ้งแบบติดขอบเวที

เรือล่องไปตามลำน้ำลัดเลาะไปตามชายฝั่ง ไม่ไกลจากบริเวณท่าเรือเท่าไรนัก ที่แห่งนี้น่าจะเป็นพื้นที่ส่วนตัวของพรานเมษ เพราะเขาเริ่มลดความเร็วเรือ หยิบหน้ากากดำน้ำที่มีสายยางอากาศต่ออยู่ขึ้นมาคาดบนหน้า ตรวจสอบความเรียบร้อยของสายอากาศแล้วโดดลงน้ำเสียง “ตู้มม…..”

จากนั้นพรานเมษหายลงไปใต้น้ำ เราเห็นเพียงแต่ฟองอากาศที่ผุดขึ้นมาเหนือผิวน้ำเป็นระยะ ถึงช่วงนี้หลายคนอาจสงสัยว่า พรานเมษคงมีลักษณะคล้ายนักดำน้ำ ที่มีหน้ากากดำน้ำ สายอากาศ และถังอากาศสำหรับหายใจอยู่แน่ๆ ผิดแล้วครับ พรานเมษมีหน้ากากดำน้ำเก่าๆ ที่เจาะรูเล็กๆ ให้เสียบสายยางอากาศเข้าไปได้ เขาไม่ได้แบกถังอากาศลงน้ำแต่อย่างใด แต่ใช้การปั๊มอากาศจากบนเรือเข้าไปในหน้ากาก เพื่อให้หายใจได้ระหว่างออกล่ากุ้งตัวโต นี่คือภูมิปัญญาที่เราเห็นแล้วถึงกับอึ้ง…ไปสักพักเลยทีเดียว แต่มันคืออุปกรณ์ช่วยจับกุ้งที่เจ๋งที่สุดที่เคยเห็น ก็ว่าได้

พรานเมษลงน้ำไปสักพัก ขึ้นมาจับขอบเรือ แล้วลงไปอีก ทำแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมา ไม่นานพรานเมษก็ขึ้นมาจากน้ำ พร้อมกับกุ้งตัวโตในมือ พวกเราร้องเฮเป็นเสียงเดียวกัน ไม่คิดว่าในสภาพน้ำขุ่นเช่นนี้ จะได้มีโอกาสเห็นการจับกุ้งก้ามกรามตัวเป็นๆ แบบที่เห็นอยู่ตรงหน้าได้

กุ้งก้ามกราม กาฬสินธุ์
กุ้งก้ามกราม กาฬสินธุ์
พรานล่ากุ้งก้ามกราม กาฬสินธุ์

ฤดูกาลที่เหมาะสมในของการจับกุ้งในเขื่อนลำปาวอยู่ในช่วงเดือนตุลาคมถึงเมษายน เนื่องจากเป็นช่วงที่น้ำค่อนข้างใส มองเห็นตัวกุ้งได้ง่าย ช่วงฤดูฝนเช่นนี้ อาจต้องใช้ประสพการณ์อย่างมาก เพื่อให้ได้กุ้งสักตัว

ขณะที่พรานเมษกำลังจับกุ้งให้พวกเราดู พรานแมว อีกหนึ่งนักล่ากุ้งมือฉมังของที่นี่บอกพวกเราว่า “การจับกุ้ง นายพรานมีเทคนิคของใครของมัน ของผมก็จะเอาไม้มาซ้อนกันเป็นซุ้มไว้ใต้น้ำ เพื่อให้กุ้งเข้าไปอยู่ เวลาจับจะไปจับในพื้นที่ของเรา เพราะจะรู้ว่ากุ้งอยู่ตรงไหน คนอื่นที่มาพอไม่ใช่พื้นที่เขา เขาก็ไม่รู้ว่ากุ้งอยู่ตรงไหน”

คงจะจริงอย่างที่พรานแมวว่า เพราะในขณะที่เราดูการจับกุ้ง พรานเมษก็จับกุ้งขึ้นจากน้ำให้เราได้เห็นอยู่หลายตัว เพราะพื้นที่ตรงนี้ พรานเมษชำนาญ เรียกว่าเป็นพื้นที่ของพรานเมษก็ว่าได้ ส่วนพรานแมวเราสังเกตุได้ว่า หากเขาไปในพื้นที่ของตัวเองดังที่เขาว่า เขาต้องเป็นเพชรฆาตที่กุ้งทั้งหลายต้องหวั่นกลัวแน่ๆ เพราะดูจากกุ้งในเรือที่จับมาได้ จำนวนก็ไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว

พรามล่ากุ้งก้ามกราม กาฬสินธุ์
กุ้งก้ามกราม กาฬสินธุ์
กุ้งก้ามกราม กาฬสินธุ์

บทสุดท้าย อวสานกุ้งตัวโต

หลังจากสนุกสนานกับการจับกุ้งกันแล้ว ภารกิจสำคัญก็คือการเอากุ้งตัวใหญ่มาผ่าครึ่ง กุ้งแต่ละตัวเรียงรายบนถาด ค่อยๆ ผ่า ค่อยๆ วาง หลังจากที่ถ่ายเริ่มร้อน ก็นำกุ้งวางไปบนเตา กุ้งสีครามค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเนื้ออ่อน และกลายเป็นสีส้ม ส่งกลิ่นหอมลอยไปทั่ว เวลานี้คงไม่ต้องเล่าฉากสุดท้ายของเจ้ากุ้งบนเตาไฟว่าจะลงเอยเช่นไร เอาเป็นว่าเจ้ากุ้งที่เราได้เห็นบนมือพรานเมษและพรานแมว เนื้อหวานกรอบ เมื่อกินกับข้าวสวยร้อนๆ กับน้ำจิ้มฝีมือคนภูสิงห์ บอกเลยว่าเด็ด…สุดๆ

ใครที่อยากมาลองชิมรสชาติกุ้งก้ามกรามตัวยักษ์แห่งเขื่อนลำปาว “นายรอบรู้” แนะนำว่าควรโทรมาจองกันก่อน เพราะไม่เช่นนั้น คุณอาจจะเสียใจไม่ได้กินกุ้งตัวโตแบบเราเช่นนี้ก็ได้นะครับ…

ขอขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin

Info

กุ้งกรามกราม แห่งเขื่อนลำปาว

ที่ตั้ง บ้านท่าเรือภูสิงห์ ต.ภูสิงห์ อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์

โทร. 09 5987 4698 วัชระ บุญยบุตร ปลัดเทศบาลตำบลภูสิงห์

ผู้ที่ต้องการมาท่องเที่ยวควรติดต่อมาล่วงหน้า

Guide ใกล้ : Application คู่ใจคนชอบท่องเที่ยวตัวจริง

Guide ใกล้ เหมือนมีไกด์ไว้ใกล้ตัว
Application นี้จะช่วยแนะนำว่า ตำแหน่งรอบตัวเรามีที่เที่ยว ร้านอาหาร ร้านขายของ ที่พัก หรือสถานที่จุดใดน่าแวะไปสัมผัส ชิม ช็อป แชะ แชร์ พร้อมกิจกรรมเด่นประจำเดือน แผนที่ลงจุดใช้งานง่าย ดูสนุกและสะดวก แค่ดูภาพสวยๆ ก็อยากไปแล้ว

Writer/ Photographer

กรดล แย้มสัตย์ธรรม

กรดล แย้มสัตย์ธรรม


Relate Place

Eat

อร่อยแบบ Low Carbon ในเมืองน่าน

อร่อยแบบ Low Carbon ในเมืองน่าน อร่อยแบบไหนถึงเรียกว่า Low Carbon ก็เริ่มตั้งแต่เลือกปั่นจักรยานหรือนั่งสามล้อถีบไปที่ร้านก็ช่วยลดโลกร้อนได้แล้ว และถ้าเลือกกินเมนู Low Carbon อย่างพืชผักพื้นบ้านและวัตถุดิบพื้นถิ่นที่ทางร้านปลูกเอง หรือรับซื้อจากชาวบ้านในละแวก ก็ไม่สิ้นเปลืองพลังงานเชื้อเพลิงในการขนส่งจากที่ไกลๆ และปลอดภัยไร้กังวลเรื่องสารเคมี ก็ยิ่งช่วยโลกได้ถึงสองสามเท่า ว่าแล้วก็โบกสามล้อ หรือคว้าจักรยานปั่นไปหาร้านอร่อยกันเลย ขอบอกว่าแต่ละร้านเขามีส่วนลดสำหรับผู้ปั่นสองล้อ นั่งสามล้อ ด้วยนะเออ.. โอวีโอสลัด (บริเวณสามแยกโรงเรียนน่านคริสเตียน) ถ. รังษีเกษม เปิด 10.30-21.00 น. หยุดวันอังคาร โทร. 096-208-8891

News

Sea Festival 7th Koh Kong 2018

เปิดประสบการณ์ทดสอบพลังกายและใจครั้งใหม่ กับทริปการกุศล วิ่ง/ปั่นเมืองเกาะกง ราชอาณาจักรกัมพูชา วิ่งวอร์มเบา 7 กิโลเมตร และท้าปั่นข้ามประเทศ 20 กิโลเมตร จากชายแดนไทยไปกลับตราด – เกาะกง สร้างประสบการณ์บรรยากาศช่วงเช้าสุดพิเศษในดินแดนเพื่อนบ้าน