ติดต่อเรา / หน้าแรก / ปีที่แล้ว
เมษายน-พฤษภาคม
04/2551

 

ตราประจำ จ. ประจวบคีรีขันธ์

ภาพพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ซึ่งรัชกาลที่ ๕ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างไว้ภายในถ้ำพระยานคร เมื่อปี พ.ศ.๒๔๓๓ ด้านหลังเป็นภาพเกาะหลักและเกาะแรดอันเป็นที่หมายในการเดินเรือสมัยโบราณ

เที่ยวเมืองไทยตามคำขวัญ ประจวบคีรีขันธ์

ไปรับลม ชมทะเล ที่ บ้านกรูด

เรื่อง : ระพีพร มีบัณฑิต
ภาพ : ฝ่ายภาพ สารคดี

ยอดเขาธงชัย จุดชมทิวทัศน์หาดบ้านทางสายและทะเลบ้านกรูด

เล่นน้ำทะเลริมหาดบ้านกรูด

"มึงสร้าง กูเผา"

เปิดเรื่องด้วยประโยคดุดันอย่างนี้ดูไม่น่าจะชวนเที่ยวเลยใช่ไหม ที่หยิบยกประโยคนี้ขึ้นมาก็เพื่อรำลึกถึงการต่อสู้ของชาวบ้านกรูดเพื่อปกป้องทรัพยากรท้องทะเลบ้านกรูดไม่ให้ถูกใช้เป็นสถานที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้าจนเป็นผลสำเร็จ ในเหตุการณ์ครั้งนั้น ความสงบงามของท้องทะเลบ้านกรูดจึงเปิดเผยสู่สาธารณะ ทำให้หลายต่อหลายคนอยากไปเยือนท้องทะเลแห่งนี้

.......................................

การเดินทางมาหลายชั่วโมงทำให้ฉันอยากออกไปยืดเส้นยืดสาย แม้เป็นช่วงบ่ายแต่อากาศก็ไม่ร้อนนัก ด้วยความที่ฉันและเพื่อนๆ มีนิสัยหนูน้อยนักสำรวจ จึงชวนกันเช่าจักรยานหน้ารีสอร์ตปั่นๆ ถีบๆ ไปตามถนนเลียบชายหาด กินลมชมธรรมชาติอันบริสุทธิ์

ทะเลทองแห่งบางสะพาน
ทะเลบ้านกรูดตั้งอยู่ที่บ้านกรูด ต. ธงชัย อ. บางสะพาน จ. ประจวบคีรีขันธ์ อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ ๓๘๒ กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางไม่ถึง ๕ ชั่วโมงก็จะได้สัมผัสกับความเงียบสงบท่ามกลางทิวทัศน์อันสวยงามที่คนในเมืองกรุงต่างโหยหา

เวิ้งอ่าวยาวหลายกิโลเมตรสุดลูกหูลูกตาแบ่งออกเป็นสองช่วง คือหาดบ้านกรูดและหาดบ้านทางสาย โดยมีเขาธงชัยตั้งตระหง่านกั้นระหว่างสองหาด

หาดบ้านกรูดมีถนนเลียบชายหาดสายเล็กๆ ที่มีทิวสนให้ร่มเงาเป็นระยะๆ ตลอดทาง เหมาะจะขี่จักรยานชมความงามของท้องทะเล ส่วนหาดบ้านทางสายนั้นคนรักทะเลจะชอบอกชอบใจ เพราะรีสอร์ตแต่ละแห่งปลูกอยู่ริมชายหาดให้ได้พักผ่อนอย่างใกล้ชิดธรรมชาติ

ทะเลแถบนี้อาจเทียบระดับความสวยงามกับทะเลฝั่งอันดามันไม่ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่สัมผัสได้จากทะเลบ้านกรูดก็คือความเงียบสงบ ที่หากใครได้มาเยือนสักครั้งเป็นต้องติดใจ ทะเลแห่งนี้ยังขึ้นชื่อเรื่องปะการัง แนวปะการังกลางน้ำที่ชาวบ้านเรียกว่า "หินกรูด" นั้นมีขนาดใหญ่และสมบูรณ์สวยงามเป็นอันดับ ๒ ของประจวบฯ (อันดับ ๑ คือเกาะจาน ในอุทยานแห่งชาติหาดวนกร อ. ทับสะแก)
แนวปะการังกลางน้ำ (patch reef) คือส่วนหนึ่งของแนวปะการังชายฝั่ง (fringing reef) ต่อมาเมื่อลักษณะภูมิประเทศเปลี่ยนแปลงไปจึงกลายเป็นแนวปะการังที่ไม่มีส่วนเชื่อมต่อกับชายฝั่ง แต่ยังคงอยู่ไม่ไกลออกไป จึงมักพบในจุดที่ห่างชายฝั่งประมาณ ๑-๒ กิโลเมตรเท่านั้น

บริเวณริมหาดมีเรือประมงให้เช่าไปดำน้ำที่เกาะลำร่าซึ่งอยู่ห่างจากหาดบ้านกรูดไปทางทิศเหนือ บนเกาะมีชายหาดเล็กๆ ให้พอนั่งเล่นได้ โดยบริเวณรอบๆ เกาะมีแนวปะการังชายฝั่งเป็นของขวัญชิ้นงามมอบให้แด่ผู้มาเยือน แต่น่าเสียดายที่ในวันนั้นฉันไม่ได้เห็นของขวัญชิ้นงามด้วยตาตนเอง เพราะคลื่นลมในท้องทะเลค่อนข้างแรง ไม่ปลอดภัยนักหากออกเรือ

ส่วนเรื่องที่พักที่หลายคนกลัวนักกลัวหนาเวลามาเที่ยวริมทะเล ว่าราคามักบวกค่าบรรยากาศเข้าไปด้วย ถ้าอยากพักติดหาดต้องจ่ายแพงหน่อย คนงบน้อยจึงต้องพักลึกเข้าไปจนเกือบมองไม่เห็นชายหาดนั้น มาที่หาดบ้านกรูดจะหมดกังวลเรื่องนี้ไปเลย เพราะราคาที่พักเริ่มต้นกันที่หลักร้อย แถมอยู่ชิดริมหาด บรรยากาศดี และมีให้เลือกมากมายหลายแห่ง

ฉันและกลุ่มเพื่อนอ้อยอิ่งอยู่บนชายหาดจนพระอาทิตย์เริ่มลาขอบฟ้า พร้อมๆ กับอากาศเริ่มเย็นลง โชคดีที่เอาเสื้อกันหนาวมาด้วย เพราะลมทะเลนั้นหนาวไม่ใช่เล่น เรานั่งพูดคุยเฮฮากันอย่างเพลิดเพลินอยู่ตรงนั้นโดยไม่มีทีท่าว่าจะเคลื่อนกลับเข้าที่พัก ก็ใครจะอดใจไม่ออกมานั่งกินบรรยากาศได้ ชายหาดทั้งสวยงามทั้งเงียบสงบขนาดนี้ มื้อเย็นวันนั้นก็ช่างเป็นมื้อที่เจริญอาหาร ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางจึงไม่เหลือร่องรอยไว้แม้แต่น้อย

ค่ำคืนนั้นผ่านไปอย่างสนุกสนานจนเกือบลืมเวลา พรุ่งนี้เช้าเราวางแผนไปเที่ยวเขาธงชัย ต่างคนจึงต่างแยกย้ายกันเข้านอนเมื่อเวลาล่วงเข้ายามดึกแล้ว

พระพุทธกิตติสิริชัย หรือหลวงพ่อใหญ่บนเขาธงชัย


พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ

กระจกสีภาพพระมหาชนกที่ช่องหน้าต่างอุโบสถ

ชมเจดีย์งาม กราบหลวงพ่อใหญ่

ต้นไม้น้อยใหญ่บนเขาธงชัยทำให้อากาศยามเช้าแสนสดชื่น ฉันเดินสูดอากาศบริสุทธิ์จนรอบก่อนมาหยุดยืนตรงหน้า "พระพุทธกิตติสิริชัย" พระพุทธรูปซึ่งงามสง่าองค์ใหญ่จนต้องแหงนคอมอง บริเวณนี้เป็นจุดชมทิวทัศน์อ่าวบ้านกรูดได้ในมุมกว้าง แสงแดดอ่อนสะท้อนเป็นประกายอยู่บนผิวน้ำทะเลงามจับตา

พระพุทธกิตติสิริชัยหรือที่ชาวบ้านกรูดเรียกว่า "หลวงพ่อใหญ่" เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ประดิษฐานอย่างโดดเด่นโดยผินพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก ชาวบ้านกรูดร่วมใจกันสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี องค์พระมีขนาดหน้าตักกว้าง ๕ วา หมายถึงขันธ์ทั้ง ๕ (คือเหตุแห่งทุกข์ ได้แก่ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ) ความสูงจากพระเกตุมาลาถึงฐาน ๙ วา หมายถึงนวโลกุตรธรรม ๙ (คือหนทางพ้นทุกข์ ได้แก่ มรรค ๔ ผล ๔ นิพพาน ๑) พระพักตร์คมสัน จมูกโด่งเหมือนเทพของกรีก เป็นศิลปะคันธาระซึ่งผสมผสานระหว่างศิลปะกรีกและอินเดีย

จากบริเวณที่ประดิษฐานพระพุทธกิตติสิริชัย มีถนนลาดยางทอดไปตามเนินเขาเตี้ยๆ สู่ยอดเขาธงชัย บริเวณยอดเขามีเนื้อที่กว่า ๓ ไร่ รายล้อมไปด้วยต้นลีลาวดีออกดอกสีขาวส่งกลิ่นหอมยามเดินผ่าน แล้วฉันก็ต้องหยุดชะงักเมื่อพบกับเจดีย์องค์ใหญ่สีทองอร่ามที่อยู่เบื้องหน้า

"เจดีย์นี้ใช้เวลาสร้างนาน ๑๐ ปี คนออกแบบเป็นช่างจากสำนักพระราชวัง" คุณลุงผู้ดูแลบอกกับฉันขณะไขกุญแจเพื่อเปิดให้เข้าไปชมภายใน

"พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ" เป็นนามประทานจากสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก ชาวบ้านกรูดสร้างขึ้นเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๕ รอบ ผลงานการออกแบบของ ม.ร.ว. มิตรารุณ เกษมศรี นายช่างประจำสำนักพระราชวัง พระมหาธาตุเจดีย์แห่งนี้เป็นอาคารกว้าง ๕๐ เมตร ยาว ๕๐ เมตร และสูง ๕๐ เมตร มีทั้งหมด๕ ชั้น อันหมายถึงขันธ์ทั้ง ๕ โดยวิหาร ศาลาการเปรียญ และอุโบสถรวมอยู่ในอาคารเดียวกันนี้ รอบๆ เจดีย์ประธานรายล้อมด้วยเจดีย์ประจำทิศทั้งแปด จึงเป็นหมู่เจดีย์ ๙ องค์ อันหมายถึงประจำรัชกาลที่ ๙

ฉันเดินชมแต่ละชั้นของอาคารจนมาถึงอุโบสถหรือบริเวณชั้นที่ ๔ ชั้นนี้ประดิษฐานพระประธานซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางลีลา เหตุที่พระประธานเป็นพระพุทธรูปปางลีลานั้นมุ่งหมายเพื่อให้เป็นเอกลักษณ์ของอุโบสถแห่งนี้ พระพุทธรูปปางลีลาองค์นี้มีความงดงามอ่อนช้อย พระบาทขวายกก้าว พระหัตถ์ขวาห้อยในอิริยาบถไกว พระหัตถ์ซ้ายยกเสมอพระอุระ เหล่านี้สื่อความถึงการเสด็จพระราชดำเนินของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปทรงเยี่ยมเยียนพสกนิกรในชนบท ทรงบำบัดทุกข์และพระราชทานความร่มเย็นเป็นสุขแก่ปวงชนชาวไทย

บนผนังหลังพระประธานมีภาพจิตรกรรมพุทธประวัติตอนพระพุทธองค์เสด็จลงจากดาวดึงส์มาโปรดพระมารดา และภาพพระราชพิธี ๑๒ เดือน เช่น ประเพณีลอยกระทง ประเพณีสงกรานต์ ประเพณีไหลเรือไฟ เป็นต้น ตามช่องหน้าต่างประดับกระจกสีเป็นภาพพระมหาชนกอันงดงามน่าชม

ระเบียงด้านนอกอาคารบริเวณชั้นที่ ๔ นี้เป็นจุดชมทิวทัศน์เวิ้งอ่าวบ้านกรูดได้อย่างกว้างไกล มองเห็นแหลมซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหาดบ้านทางสาย จุดที่เคยจะสร้างโรงไฟฟ้าหินกรูดอยู่ไกลลิบๆ

ชั้นที่ ๕ ของอาคารเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานไว้ แต่จะเข้าไปนมัสการได้เฉพาะช่วงวันวิสาขบูชาเท่านั้น




อาหารทะเลสดๆ ราคาถูกหาซื้อได้ที่ตลาดบ้านกรูด


เดินตลาดเช้า บรรยากาศพื้นบ้าน

บริเวณหลังสถานีรถไฟบ้านกรูดมีตลาดเช้า พ่อค้าแม่ค้าส่งเสียงดังเซ็งแซ่ เป็นบรรยากาศที่หาไม่ได้ในซูเปอร์มาร์เกตเมืองกรุง ฉันเดินมาถึงร้านต้มเลือดหมูกลางตลาด กลิ่นหอมยั่วน้ำลาย อดใจไม่ไหวเลยอิ่มแปล้ไปกับต้มเลือดหมูชามใหญ่และข้าวสวยถ้วยโต ก่อนมานั่งร่วมวงกับเพื่อนๆ ที่กำลังกินกาแฟกับปาท่องโก๋จิ้มนมกันอย่างเอร็ดอร่อย

"อร่อยมาก ไม่ได้กินกาแฟอร่อยๆ อย่างนี้มานานแล้ว" เพื่อนคนหนึ่งที่เป็นขาประจำกาแฟปาท่องโก๋ในมื้อเช้าเอ่ยขึ้น ปาท่องโก๋เต็มจานหายวับไปในชั่วพริบตาจนแม่ค้ายิ้มชื่นใจ

อิ่มท้องแล้วมีแรงเดินชมตลาดกันต่อ ตลาดบ้านกรูดคึกคักตั้งแต่เช้ามืด พอสายก็เริ่มวาย มีของกินทั้งคาวหวานและของใช้เบ็ดเตล็ด ให้ชาวบ้านจับจ่ายซื้อหาอาหารทะเลสดๆ อย่าง กุ้ง หอย ปู ปลา รวมถึงผักพื้นบ้านสารพัดชนิด ดูน่าซื้อไปหมด กะปิฝีมือชาวบ้านก็ส่งกลิ่นหอมจนฉันคิดถึงน้ำพริกกะปิฝีมือแม่ บ้านเรือนละแวกตลาดหลายหลังที่ยังคงสภาพเป็นบ้านไม้ ทั้งได้รับการดูแลเอาใจใส่จากเจ้าของเป็นอย่างดี คล้ายเป็นสิ่งบอกเล่าเรื่องราวจากอดีตสืบเนื่องถึงปัจจุบัน เพิ่มเสน่ห์ให้ตลาดเก่าแก่แห่งนี้ ฉันเดินชมอยู่นานจนรู้สึกอิจฉาคนบ้านกรูดที่มีวิถีความเป็นอยู่อันเรียบง่ายไม่วุ่นวายเช่นนี้

เช้ารุ่งขึ้นฉันนั่งรถที่เคลื่อนออกจากรีสอร์ต ที่พักไปตามถนนเลียบชายหาดอย่างช้าๆ พลางคิดว่า ถ้าโรงไฟฟ้าถ่านหินผุดขึ้นในท้องทะเลแห่งนี้ บ้านกรูดคงไม่เป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งท่องเที่ยวที่ยังคงความเป็นธรรมชาติและแสนเงียบสงบดังเช่นทุกวันนี้



 
เที่ยวตามคำขวัญ / ซอกแซก