|
"ผลไม้รสล้ำ" จ. ระยองตั้งอยู่ในภาคตะวันออก ติดชายฝั่งอ่าวไทย สภาพอากาศไม่ร้อนและแล้งนัก เพราะตลอดทั้งปีเมืองระยองได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือและลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลูกฟูก สภาพดินเป็นดินร่วนปนทราย ทำให้ระบายน้ำได้ดี เอื้อต่อการปลูกผลไม้เมืองร้อนหลากหลายชนิด เช่น ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง สับปะรด มะม่วง ขนุน มะพร้าว ระกำ ฝรั่ง ชมพู่ ฯลฯ โดยผลไม้เมืองระยองจะทยอยให้ผลผลิตในช่วงเดือน เม.ย.-ก.ค. แม้จะไม่สามารถเปรียบเทียบปริมาณผลผลิตของระยองกับจังหวัดข้างเคียงอย่างจันทบุรีได้ แต่รสชาติของผลไม้เมืองระยองนั้นไม่น้อยหน้าจังหวัดใด ผลไม้ที่สร้างชื่อเสียงให้ระยองมากที่สุดคือทุเรียน ด้วยรสชาติที่ หวาน มัน เนื้อเหนียว ไม่ยุ่ย เป็นที่ถูกปากของผู้ชื่นชอบทุเรียนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นพันธุ์หมอนทอง พันธุ์ก้านยาว หรือพันธุ์ชะนี ซึ่งปลูกกันมากใน อ. แกลง อ. วังจันทร์ และ อ. เมือง นอกจากนี้ในหลายอำเภอของ จ. ระยองยังเป็นพื้นที่ปลูกเงาะพันธุ์สีชมพูและพันธุ์โรงเรียน ทั้งยังมีการปลูกลองกองพันธุ์ตันหยงมัสเช่นเดียวกับสวนผลไม้ทางภาคใต้อีกด้วย ช่วงเดือน พ.ค. ของทุกปี จ. ระยองจะจัดงานเทศกาลผลไม้และของดีเมืองระยองขึ้นเป็นระยะเวลาถึง ๑ สัปดาห์เต็ม ที่ตลาดกลางเพื่อการเกษตรและผลไม้ตะพง ใน อ. เมือง เพื่อส่งเสริมการจำหน่ายผลผลิตและเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อผลไม้รสเยี่ยมจากชาวสวนโดยตรง
"อุตสาหกรรมก้าวหน้า" เดิมอุตสาหกรรมใน จ. ระยองเป็นอุตสาหกรรมขนาดเล็กที่อิงกับผลผลิตทางการเกษตรเป็นสำคัญ แต่นับตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๔ ที่รัฐบาลกำหนดให้ จ. ระยองเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก (Eastern Seaboard) กอปรกับระยองมีท่าเรือน้ำลึกมาบตาพุดและสนามบินอู่ตะเภาที่เอื้อให้สามารถขนส่งสินค้าและวัตถุดิบในการอุตสาหกรรมได้สะดวกรวดเร็วขึ้น เมืองระยองจึงมีการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่องมานับแต่นั้น ปัจจุบันระยองมีโรงงานอุตสาหกรรมทั้งหมด ๓๔๕ โรง โดยตั้งอยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรมทั้ง ๘ แห่ง อันได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด นิคมอุตสาหกรรมเหมราชภาคตะวันออก (มาบตาพุด) นิคมอุตสาหกรรมผาแดง นิคมอุตสาหกรรมอาร์ไอแอล ในเขต อ. เมือง นิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด (ระยอง) นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ นิคมอุตสาหกรรมเหมราชอีสเทิร์นซีบอร์ด ในเขต อ. ปลวกแดง และนิคมอุตสาหกรรมเอเซีย ในเขต อ. บ้านฉาง
"น้ำปลารสเด็ด" ชายฝั่งทะเลอ่าวไทยเป็นแหล่งอาศัยของปลาไส้ตัน (หรือปลากะตัก) ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการทำน้ำปลาชั้นดี โดยเฉพาะแถบ จ. ระยองที่มีสภาพพื้นทะเลเป็นพื้นทราย ต่างกับทะเลถิ่นอื่นที่เป็น น้ำปลาระยองมีผลิตทั้งแบบอุตสาหกรรมในครัวเรือนและอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ แหล่งผลิตน้ำปลาในชุมชนที่โดดเด่นคือกลุ่มสตรีอาสาพัฒนาบ้านเนินฆ้อ หมู่ ๓ ต. เนินฆ้อ อ. แกลง ส่วนโรงงานผลิตน้ำปลาขนาดใหญ่จะอยู่ที่ ต. ปากน้ำ อ. เมือง จำนวนหลายสิบแห่ง "เกาะเสม็ดสวยหรู" เกาะเสม็ดตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งบ้านเพ ต. เพ อ. เมือง ออกไปทางทิศใต้ราว ๖ กม. มีพื้นที่ประมาณ ๔,๕๐๐ ไร่ หรือ ๗.๒ ตร.กม. เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด และเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของหมู่เกาะทะเลระยอง โดยทอดตัวยาวจากทิศเหนือลงมายังทิศใต้ พื้นที่เหนือชายหาดขึ้นไปปกคลุมด้วยป่าไม้ ชื่อเกาะเสม็ดมาจากบนเกาะมีต้นเสม็ดขาวและเสม็ดแดงขึ้นอยู่มากนั่นเอง จากฝั่งบ้านเพใช้เวลาเดินทางด้วยเรือโดยสารเพียงครึ่งชั่วโมงก็ถึงเกาะเสม็ด ชายหาดส่วนใหญ่จะอยู่ทางฝั่งตะวันออก ส่วนทางฝั่งตะวันตกเป็นหน้าผาสูง ลักษณะชายหาดมีความคล้ายคลึงกัน คือเป็นหาดทรายขาวยาวโค้งเป็นอ่าว มีสันเขาหรือ โขดหินสวยงามคั่นหาด และน้ำทะเลมีสีครามใสคล้ายทะเลในฝั่งอันดามัน ชายหาดที่มีผู้คนพลุกพล่าน บรรยากาศคึกคัก คือหาดทรายแก้วและอ่าววงเดือน แต่เกาะเสม็ดก็มีอ่าวกิ่ว อ่าวปะการัง และอ่าวแสงเทียน ไว้ต้อนรับผู้ชื่นชอบการพักผ่อน ท่ามกลางธรรมชาติอันสงบงามด้วย มีข้อสันนิษฐานกันว่า สุนทรภู่ กวีเอกของโลก ใช้ความงามของเกาะเสม็ดเป็นแรงบันดาลใจในการแต่งวรรณคดีเรื่อง พระอภัยมณี เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๕๘ และ "เกาะแก้วพิสดาร" ในเรื่องก็คือเกาะเสม็ดนี้เอง
"สุนทรภู่กวีเอก" สุนทรภู่เกิดเมื่อวันจันทร์ที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๓๒๙ ในสมัยรัชกาลที่ ๑ จากนั้นไม่นานบิดามารดาของท่านก็แยกทางกัน โดยบิดากลับไปบวชที่เมืองแกลงอันเป็นบ้านเกิด ส่วนมารดาคงเป็นนางนมของพระธิดาในกรมพระราชวังหลังและพักอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ สุนทรภู่เองได้พักอยู่กับมารดาที่พระราชวังหลัง พร้อมร่ำเรียนวิชาอ่านเขียนจากสำนักวัดชีปะขาว (วัดศรีสุดาราม) ย่านธนบุรี ต่อมาจึงเข้ารับราชการในตำแหน่งเสมียนนายระวาง แต่ด้วยนิสัยรักการเขียนกาพย์กลอนจึงถวายตัวเป็นอาลักษณ์ในสมัยรัชกาลที่ ๒ จนสิ้นรัชกาล จากนั้นได้ออกบวชแล้วกลับมารับราชการรับใช้พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว กระทั่งมีบรรดาศักดิ์สุดท้ายเป็นพระสุนทรโวหาร เจ้ากรมอาลักษณ์ จนถึงแก่กรรมเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๙๘ ในสมัยรัชกาลที่ ๔ สิริอายุได้ ๖๙ ปี สุนทรภู่สร้างผลงานไว้มากมายด้วยงานหลากหลายประเภท อันได้แก่ นิราศ ๙ เรื่อง นิทานคำกลอน ๕ เรื่อง สุภาษิต ๓ เรื่อง บทละคร ๑ เรื่อง บทเสภา ๒ เรื่อง และบทเห่กล่อม ๔ เรื่อง ในปี พ.ศ. ๒๕๒๙ องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ยกย่องให้สุนทรภู่เป็นบุคคลสำคัญของโลกในฐานะผู้มีผลงานดีเด่นด้านวัฒนธรรม ผลงานของท่านสุนทรภู่ที่มีความเกี่ยวข้องกับ จ. ระยอง คือ นิราศเมืองแกลง แต่งไว้เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๕๐ ครั้งที่มีโอกาสกลับมาเยี่ยมบิดาที่บวชอยู่ที่เมืองแกลง และนิทานคำกลอนเรื่อง พระอภัยมณี ที่แต่งขึ้นในปี พ.ศ. ๒๓๕๘ ซึ่งสันนิษฐานว่าท่านได้แรงบันดาลใจจากการไปเที่ยวที่เกาะเสม็ด แม้จะมีการอ้างอิงบทกลอนย่อหน้าสุดท้ายของ "นิราศเมืองเพชร" ฉบับตัวเขียนสมุดไทยในหอสมุดแห่งชาติ ที่สุนทรภู่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าบรรพบุรุษเป็นสกุลพราหมณ์เมืองเพชรบุรี มาสันนิษฐานแย้งว่าบรรพบุรุษของสุนทรภู่แท้จริงแล้วอาจไม่ใช่คนเมืองระยองก็ตาม แต่ความยกย่องที่ชาวระยองมีต่อกวีเอกท่านนี้ก็มิได้เปลี่ยนแปลงไป
|