เกาะเสม็ด--เกาะแก้วพิสดารในจินตนาการ
เรื่อง : จารุภัทร วิมุตเศรษฐ์
ภาพ : ประเวช ตันตราภิรมย์
|
| นักท่องเที่ยวนอนอาบแดดที่อ่าววงเดือน |
จุดหมายในการเดินทางครั้งนี้ของผมคือเกาะเสม็ด ที่ใครบางคนเชื่อว่าคือ "เกาะแก้วพิสดาร" ในวรรณคดีเรื่อง พระอภัยมณี วรรณคดีชิ้นเยี่ยมที่สุนทรภู่ ประพันธ์ขึ้นโดยมีเกาะเสม็ดเป็นแรงบันดาลใจ
ในขณะปัจจุบัน หากจะมีใครถามถึงเกาะที่มีหาดทรายขาว น้ำทะเลใส และอยู่ใกล้กรุง คำตอบที่ได้มักจะมีเกาะเสม็ดรวมอยู่ด้วยในอันดับต้นๆ
คนที่เคยไปเยือนเกาะเสม็ดมาแล้ว ก็มักอยากกลับไปเยี่ยมเยียนอีก ส่วนคนที่ยังไม่เคยไป เกาะแห่งนี้คงคล้ายๆ เกาะในฝัน ด้วยคำเล่าขานถึงความงดงามนักหนา
ผมออกเดินทางจากกรุงเทพฯ แบบสบายๆ ในตอนสายวันหนึ่ง อย่างไม่ต้องกังวลเรื่องเรือข้ามไปยังเกาะ เรือเมล์วิ่งรับส่งผู้โดยสารตั้งแต่เช้าจรดเย็น รวมวันละหลายเที่ยว จากฝั่งบ้านเพนั่งเรือไปชมน้ำทะเลสีครามใสไป ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ถึง "เกาะแก้วพิสดาร" แล้ว และหากใจร้อน อยากย่างเหยียบเกาะเร็วๆ เหมือนผม ก็นั่งเรือสปีดโบ๊ตเถอะ...รวดเร็วสมใจ แถมค่าโดยสารก็ไม่ได้แพงจนเกินไป แค่คนละ ๒๐๐ บาทเท่านั้น
ผมจองที่พักของรีสอร์ตแห่งหนึ่งไว้ล่วงหน้าแล้ว เมื่อถึงบ้านเพจึงตรงไปยังส่วนรับรองของรีสอร์ตแห่งนั้น ห้องแอร์เย็นฉ่ำและน้ำดื่มแก้คอแห้งระหว่างรอเรือออกช่วยให้การนั่งรอนั้นดูไม่นานเกินรอ ขณะพนักงานก็กุลีกุจอลำเลียงสัมภาระของผมและนักท่องเที่ยวคนอื่น ลงจากรถไปยังเรือสปีดโบ๊ตสีขาวใหม่เอี่ยมที่จอดเทียบท่าอยู่ไม่ไกล
|
|
| ท่าเรือหน้าด่าน ท่าเรือหลักของเกาะเสม็ด |
เสน่ห์อ่าวกิ่ว
เรือสปีดโบ๊ตพาผมแล่นข้ามน้ำไปไม่ถึง ๑๕ นาทีดีก็ถึงอ่าวกิ่ว-ชายหาดสวยแห่งหนึ่งของเกาะเสม็ด
อ่าวกิ่วเป็นอ่าวเล็กๆ อยู่ทางตอนใต้ของเกาะ ผมก้าวลงจากเรือ เท้าสัมผัสน้ำทะเลใสแจ๋วและหาดทรายขาวเนียน บรรยากาศหาดนี้เงียบสงบ ร่มรื่นด้วยธรรมชาติ ทั้งไม้ชายหาดอย่างเทียนทะเล ไม้ขนาดใหญ่พวกมะขาม หูกวาง มะพร้าว ลีลาวดี รวมถึงผักบุ้งทะเลที่ทอดเลื้อยคลุมหาดอวดดอกสีสวย
เกาะเสม็ดตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า- หมู่เกาะเสม็ด มีพื้นที่ประมาณ ๓,๑๒๕ ไร่ เป็นแนวยาวทอดตัวจากเหนือลงใต้ ห่างจากฝั่งบ้านเพ อ. เมืองระยอง ประมาณ ๖ กม. ชายหาดที่สวยงามมีชื่อเสียงส่วนใหญ่ รวมถึงอ่าวกิ่วที่ผมมาพัก จะอยู่ทางด้านตะวันออกของเกาะ มีเพียงอ่าวพร้าวอ่าวเดียวที่อยู่ทางตะวันตก ลึกเข้าไปในเกาะ ภูมิประเทศเป็นขุนเขาปกคลุมด้วยป่าดงดิบ หาที่ราบบนเกาะได้ค่อนข้างยาก
ยุคที่การท่องเที่ยวยังไม่บูมสุดขีด ชาวบ้านใช้เกาะเสม็ดเป็นที่พักเวลาออกหาปลา บางแห่งเช่นที่อ่าวหวายก็ใช้พื้นที่ปลูกมันสำปะหลัง วันเวลาผ่านไป เมื่อนักท่องเที่ยวมาเยือนมากขึ้น ชุมชนก็ขยายตัว บางแห่งกลายเป็นท่าเรือสำคัญเช่นบริเวณท่าเรือหน้าด่าน จุดจอดเรือสำคัญบนเกาะเสม็ด
ผมพบว่าการพักที่อ่าวกิ่วมีข้อดีหลายอย่าง นอกจากได้ พักผ่อนบนหาดที่แสนสงบ มีความเป็นส่วนตัวแล้ว ยังได้ชมความงามของพระอาทิตย์ทั้งยามขึ้นและยามลับหาย แผ่นดินบริเวณอ่าวกิ่วมีลักษณะเรียวแหลมแคบกิ่วอยู่ทางปลายเกาะด้านใต้เป็นพื้นที่แคบๆ คั่นอยู่ตรงกลางระหว่างฝั่งที่ตะวันขึ้นและฝั่งที่ตะวันตก และเพียงเดินข้ามถนนไป ผมก็ย้ายตัวเองมาอยู่ทางฝั่งตะวันตกของเกาะแล้ว
พระอาทิตย์ยามเย็นดวงกลมโตที่กำลังเคลื่อนลงไป ณ จุดที่ขอบฟ้าจรดพื้นทะเลตรงหน้านั้น ช่างงามเหลือเกิน...
ปล่อยใจเพลิดเพลินกับแผ่นน้ำอันพลิ้วไหว ท้องทะเลนี้ยิ่งใหญ่นัก เป็นทั้งที่พักพิงของสัตว์น้ำ เป็นทั้งมหาวิทยาลัยอันกว้างใหญ่ของชาวประมงซึ่งต้องเรียนรู้คลื่นลม รู้ช่วงเวลาออกหากินและโมงยามแห่งการพักผ่อน คลื่นซัดเข้าฝั่งไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย น้ำที่ดูอ่อนนุ่มกลับกัดกร่อนลบเหลี่ยมมุมของหินผาที่กล้าแกร่งให้เปลี่ยนรูปแปรร่างได้
ในโลกแห่งความจริงอันยิ่งใหญ่ หรือความอ่อนโยนคือความเข้มแข็ง
|
|
| น้ำทะเลสีเขียวใสสะอาดบริเวณอ่าวพร้าว |
|
|
| พระอภัยมณีและนางเงือก รูปปั้นพระนางจากวรรณคดีชิ้นเยี่ยมตั้งตระหง่านอยู่ตรงสุดหาดทรายแก้ว |
ตระเวนทั่วเกาะ
วันแรกที่เดินทางมาถึงเกาะเสม็ดว่าสบายแล้ว วันถัดมาผมยิ่งรู้สึกว่าตัวเองแสนสบาย รอบตัวมีแต่ผืนน้ำทะเลสีเขียวคราม อากาศบริสุทธิ์สะอาด ต่างออกไปจากป่าคอนกรีตและควันท่อไอเสียในเมืองใหญ่ ทั้งเสียงคลื่นลมนั้นก็เป็นท่วงทำนองแตกต่างไกลลิบจากเสียงยวดยานบนท้องถนน
ความสุขจากการได้นอนผ่อนพักบนเก้าอี้ชายหาดท่ามกลางบรรยากาศสงบ หรือเดินย่ำไปบนพื้นทรายละเอียดนุ่มเท้านั้น สุขจนต้องขอบคุณธรรมชาติ
เท้าพาผมก้าวย่างไปสัมผัสสิ่งสวยงามอีกหลายส่วนของ "เกาะแก้วพิสดาร" ...
พ้นจากรั้วที่พัก ผมย่างเท้าเข้าสู่ถนนสายหลักสายเดียวของเกาะ ถนนที่ระยะทางจากเหนือจรดใต้เพียง ๗ กม. ระยะทางเพียงเท่านี้ ถ้าไม่เพราะสภาพอันขรุขระยับเยิน หน้าแล้งเป็นทะเลฝุ่น หน้าฝนกลายเป็นทะเลโคลนแล้ว คงมีคนใช้เป็นทางสัญจรไม่น้อย ในทางกลับกันความไม่ราบรื่นนั้นก็เป็นปราการสกัดกั้นร้านรวงไม่ให้รกรุงรังจนเป็นทัศนะอุจาดเหมือนเกาะที่มีชื่อเสียงอื่น รูปโฉมโนมพรรณอันงดงามทรงเสน่ห์ของเกาะเสม็ดจึงยังคงอยู่
ด้วยเหตุนี้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะฝังตัวเองอยู่ที่อ่าวใดอ่าวหนึ่ง หรือเดินลัดเลาะไปตามชายหาดใกล้ๆ แทนที่จะออกมาผจญภัยบนถนนสายนี้ ถึงอย่างนั้นชาวต่างชาติบางคนก็ยังเช่ามอเตอร์ไซค์หรือรถเอทีวีจากหาดที่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่น เช่น หาดทรายแก้ว อ่าวพร้าว อ่าววงเดือน หรืออ่าวไผ่ ออกขับเที่ยว
ที่พักบนเกาะเสม็ดจากเดิมที่เป็นกิจการของชาวบ้าน สร้างแบบเรียบง่าย ราคาค่อนข้างถูก ปัจจุบันกลับกลายเป็นที่พักระดับหรูราคาหลายพันจนถึงหลายหมื่นบาทต่อคืน
หากเป็นคนรักสันโดษ ชอบความเป็นส่วนตัว นอกจากอ่าวกิ่วแล้ว ต้องไปที่อ่าวแสงเทียนและอ่าวปะการัง แต่ถ้าชอบบรรยากาศคึกคัก ต้องไปที่อ่าววงเดือนและหาดทรายแก้ว ซึ่งเป็นที่ชุมนุมของนักท่องเที่ยวหลากหลายเชื้อชาติ
หาดทรายแก้วเป็นหาดทรายขาวกว้างยาว น้ำทะเลใส เป็นจุดจอดเรือที่มาจากบ้านเพ และเป็นแหล่งที่พัก จึงมีนักท่องเที่ยวทั้งจีน ญี่ปุ่น ฝรั่ง อุ่นหนาฝาคั่ง ภาพฝรั่งนอนอาบแดด นอนอ่านหนังสือตามเก้าอี้ชายหาด จะพบได้ตามหาดเหล่านี้ ขณะที่ในท้องทะเลก็มีทั้งเรือใบและสกูตเตอร์แล่นอยู่ฉวัดเฉวียน การสักลายบนร่างกายอย่างที่คนต่างชาตินิยมก็มีบริการด้วย บรรยากาศจึงค่อนข้างจะอินเตอร์ ขณะเดียวกันภาพแม่ค้าหาบส้มตำไก่ย่างไข่ปิ้งเดินขายอยู่ทั่วชายหาดก็ยังมีให้พบเห็นทั่วไป
ตกเย็นเก้าอี้ชายหาดเหล่านั้นจะถูกเคลื่อนย้ายออก เคลียร์พื้นที่ให้โต๊ะเตี้ยๆ เข้ามาตั้งแทน การได้นั่งเอนบนหมอนอิงที่วางอยู่รายรอบโต๊ะเตี้ยนั้น แล้วดื่มกินเคล้าเสียงคลื่นคลอเสียงเพลงในยามค่ำคืน นับเป็นการดึงองค์ประกอบทางธรรมชาติมาคลุกเคล้านำเสนอได้อย่างน่าจะถูกใจนักท่องเที่ยว
เกาะเสม็ด-เกาะแก้วพิสดาร ในวันนี้ที่เป็นอยู่ อาจยังคงเป็นแรงบันดาลใจของใครบางคน หรือหากมิได้ยาวไกลถึงขั้นนั้น สิ่งที่คนเดินทางพึงหวังจากเกาะในฝันแห่งนี้ก็ยังคงมีอยู่...หาดทรายขาว น้ำทะเลใส อากาศสดแจ่ม บรรยากาศปลอดโล่ง เป็นที่เติมพลังกายซับพลังใจ ส่วนสิ่งนอกเหนือจากนั้นขึ้นอยู่กับใครจะเก็บเกี่ยวและใครจะรักษามันไว้ได้
เช้ารุ่งขึ้น ระหว่างนั่งเรือกลับฝั่งบ้านเพท้องฟ้ามีเมฆหนา แสงแดดส่องผ่านลงกระทบผิวน้ำเป็นแสงระยิบระยับได้เพียงบางขณะ ผมปล่อยใจล่องลอยไปในท่ามกลางความกว้างใหญ่ไพศาลของท้องทะเลเขียวครามพลางนึกถึงคำเปรียบเปรยว่าชีวิตคล้ายเรือที่ลอยล่องกลางท้องทะเล...
|
| หาดทรายแก้วยามอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า |
|
| สีสันช่วงพลบค่ำ ณ อ่าววงเดือน |
เรื่องเล่าบนเกาะเสม็ด
ฤาษี-ผู้หญิง-ลุงหวัง-นักศึกษา
ในอดีตเกาะเสม็ดเป็นที่รู้จักในวงแคบๆ เฉพาะกลุ่มนักศึกษาและนักเดินทางที่ชอบมาใช้ชีวิตเรียบง่ายกับชาวบ้านทั้งชาวประมงและเกษตรกร
เกาะเสม็ดเป็นที่รู้จักมากขึ้นจากบทประพันธ์เรื่อง กลิ่นสีและกาวแป้ง ของ พิษณุ ศุภนิมิตร ซึ่งนำเรื่องราวของคนในรั้วมหาวิทยาลัยศิลปากรมานำเสนอ หนึ่งในนั้นมีเรื่องราวของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ใฝ่ฝันจะล่องเรือไปยังอินเดีย ดินแดนแห่งศาสนาและปรัชญา กระทั่งเบนเข็มมาใช้ชีวิตเยี่ยงฤาษีบนเกาะเสม็ดเนิ่นนานหลายปี จนชาวบ้านในขณะนั้นรู้จักเขาดี
ครั้งนั้นหญิงสาวคนหนึ่งมาเที่ยวเกาะนี้พร้อมครอบครัว แล้วได้พบกับฤาษี และเลื่อมใสในวัตรปฏิบัติของเขา จนเป็นแรงบันดาลใจให้เธอกลับมาตั้งรกรากที่เกาะเสม็ดเพื่อเดินตามรอยผู้ทรงศีลท่านนั้นในเวลาต่อมา เธอซื้อที่ดินจากชาวบ้านในราคา ๖,๐๐๐ บาท แล้วสร้างกระต๊อบเป็นอาศรมสำหรับบำเพ็ญเพียรท่ามกลางความสงบสงัดของธรรมชาติ พร้อมๆ กับสร้างกระต๊อบสำหรับบริการนักท่องเที่ยวที่ในช่วงเวลานั้นยังมีจำนวนไม่มาก เช่นปัจจุบัน กระท่อมให้นักเดินทางเช่าค้างแรมซึ่งอยู่บริเวณอ่าวหินโคร่งใกล้ๆ กับอ่าวคลองไผ่หรืออ่าวไผ่ของเธอ เป็นจุดกำเนิดของกระท่อมที่พักสำหรับรองรับนักท่องเที่ยวบนเกาะเสม็ด หลังจากนั้นจึงมีที่พักอื่นเกิดตามมา
ชวลี สัตยาพันธุ์ คือเธอคนนั้น
กาลเวลาผ่านไปกว่า ๓๐ ปี เธอยังคงอยู่ที่เกาะเสม็ด และเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงบนเกาะนับแต่ครั้งที่ยังไม่มีถนนไม่มีไฟฟ้า ครั้นเกิดสงครามในเขมรช่วงปี พ.ศ. ๒๕๑๓-๒๕๑๘ เพื่อน
ต่างชาติชวนเธอไปร่วมร้องเพลงเพื่อสันติภาพและเป็นล่ามให้แพทย์ฝรั่งที่เข้าไปรักษาผู้บาดเจ็บ
จากสงคราม เธอได้เห็นความโหดร้ายของสงคราม และผู้คนซึ่งทุกข์ยาก และการพบเห็นนั้นนำพาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต เมื่อกลับมายังเกาะเสม็ด เธอประกาศเลิกกิจการแล้วตั้งเป็นอาศรม ทั้งใช้ชีวิตเยี่ยงมุนี แสวงหาความหลุดพ้น โดยพึ่งพาโลกภายนอกให้น้อยที่สุด แต่โลกซึ่งไม่เคยหยุดนิ่งก็นำความแปรเปลี่ยนมาให้เธอรับรู้ อาศรมใต้แมกไม้อันร่มครึ้มถูกล้อมรอบ
ด้วยที่พัก ร้านอาหาร และนักท่องเที่ยว
ที่อ่าวไผ่ยังมีลุงหวัง เจ้าของเรือโดยสารจากฝั่งบ้านเพ เป็นอีกตำนานหนึ่ง ยุคนั้นลุงหวังคิดค่าโดยสารเรือเพียงคนละ ๕ บาท ในวันนี้ไม่มีลุงหวังแล้ว แต่ชื่อของลุงถูกจารึกไว้เป็นชื่ออ่าว-อ่าวลุงหวัง ซึ่งมีสะพานไม้ทอดยาวไปในทะเล เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งคู่กับเกาะเสม็ดอีกนานเท่านาน |