ติดต่อเรา / หน้าแรก / ปีที่แล้ว
ตุลาคม-พฤศจิกายน
10/2550

 

ตราประจำ จ. นนทบุรี

ภาพหม้อน้ำลายวิจิตรตั้งอยู่บนแท่น มีลายกระหนกประดับอยู่ทั้ง ๒ ข้าง สื่อความหมายถึงอาชีพดั้งเดิมของชาวนนทบุรี คือการทำเครื่องปั้นดินเผาอันมีชื่อเสียงมายาวนาน

เที่ยวเมืองไทยตามคำขวัญ นนทบุรี

(สกู๊ป)

“เมะ เง่อ เกาะเกร็ด ระ อาว” สวัสดีเกาะเกร็ด

เรื่อง : บัณฑิตา อินทวงศ์
 
เจดีย์มุเตาอีกองค์ริมน้ำหน้าวัดปรมัยยิกาวาสฯ มองเห็นได้ขณะกำลังล่องเรือข้ามเจ้าพระยา
(ภาพ : ประเวช ตันตราภิรมย์)

“เสาร์-อาทิตย์ไหนว่าง เราไปเที่ยวเกาะกัน”

ประโยคนี้ของเพื่อนร่วมกลุ่มใช่จะชักชวนเราไปเที่ยวเกาะกลางทะเล หากแต่เกาะที่ว่านี้อยู่กลางแม่น้ำเจ้าพระยา ในเขต จ. นนทบุรี ใกล้ๆ กรุงเทพฯ แค่นี้เอง

ฉันได้ยินชื่อเกาะเกร็ดก่อนที่จะเหยียบย่างมาที่เกาะนี้เสียอีก ได้ยินว่าทั้งเป็นถิ่นมอญเก่าแก่ ทั้งเป็นแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผา ก็ให้สงสัยว่าเครื่องปั้นดินเผาที่เกาะเกร็ดนั้นพิเศษแตกต่างจากที่อื่นอย่างไร แล้วชาวมอญเจ้าของเกาะจะแตกต่างจากเรากี่มากน้อย

คำชวนของเพื่อนผู้นั้นเป็นผล... เราเริ่มออกเดินทางจากท่าเรือวังหลัง ข้างโรงพยาบาลศิริราช ฝั่งธนบุรี โดยลงเรือธงส้มของเรือด่วนเจ้าพระยา ล่องไปตามลำน้ำเจ้าพระยา รับลมเย็นไปพลางดูทิวทัศน์บ้านเรือนริมฝั่งไปพลาง ไม่นานก็ถึงท่าน้ำนนท์ จากท่าน้ำนนท์เราต้องนั่งรถต่อไปยังท่าน้ำวัดสนามเหนือ เพื่อข้ามเรือจากฝั่งนนทบุรีไปท่าน้ำวัดปรมัยยิกาวาสบนเกาะเกร็ด


เที่ยวเกาะเกร็ดด้วยวิธีไหน


การเดินทางท่องเที่ยวบนเกาะเกร็ดทำได้หลายวิธี จะเดินเท้าไปตามทางเดินรอบเกาะ ก็สามารถซอกแซกเข้าไปในตรอกซอกซอยต่างๆ ได้ หรือถ้าอยากผ่อนแรงก็เช่าจักรยาน สนนราคาค่าเช่าอยู่ที่ประมาณวันละ ๔๐ บาท อีกทางหนึ่งคือนั่งเรือเที่ยวรอบเกาะ มีเรือจอดให้บริการอยู่ที่ท่าเรือวัดปรมัยยิกาวาส ค่าบริการคนละ ๕๐ บาท


รู้จักชาวมอญเกาะเกร็ด


แค่ชื่อเกาะ-เกาะเกร็ด ก็สื่อความหมายแล้ว

“เกร็ด” หรือ “เตร็จ” เป็นภาษามอญ หมายถึงลำน้ำขนาดเล็กที่ขุดขึ้นเพื่อเป็นทางลัดเชื่อมกับลำน้ำใหญ่ ลำน้ำที่ว่านี้ขุดขึ้นในสมัยอยุธยา เดิมพื้นที่บริเวณนี้มีชื่อว่าบ้านแหลม ไม่ได้เป็นเกาะ แต่เป็นแผ่นดินรูปโค้งคล้ายแหลมยื่นออกไปตามความโค้งของแม่น้ำเจ้าพระยา ต่อมาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระโปรดให้ขุดคลองลัดเพื่อย่นระยะการเดินทางในแม่น้ำเจ้าพระยา เนื่องจากลำน้ำช่วงตั้งแต่ปทุมธานีไปจดปากน้ำสมุทรปราการมีลักษณะอ้อมคดเคี้ยว คลองนี้เรียกว่าคลองลัดเกร็ดน้อย ภายหลังกระแสน้ำเปลี่ยนทิศทางและแรงขึ้น กัดเซาะตลิ่ง ลำคลองเดิมจึงขยายกว้างออก แผ่นดินตรงส่วนปลายแหลมก็เลยกลายเป็นเกาะอย่างที่เห็นในปัจจุบัน ในระยะแรกเรียกว่าเกาะศาลากุน ต่อมาจึงมีฐานะเป็นตำบลเกาะเกร็ด

ชาวมอญหรือชาวรามัญนั้นอพยพเข้ามาในเมืองไทยหลายครั้งครา ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายจนถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ สำหรับชาวมอญในเกาะเกร็ดและเขตนนทบุรีนั้น อพยพหนีการรุกรานของพม่าจากเมืองเมาะตะมะเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และในช่วงรัชกาลที่ ๒ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ก็ยังมีชาวมอญอพยพเข้ามาอีกระลอกหนึ่ง พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยจึงโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งบ้านเรือนอยู่ในเขตเมืองปทุมธานี เมืองนนทบุรี และเมืองนครเขื่อนขันธ์หรือพระประแดง

ชาวมอญมีภาษาพูดและภาษาเขียนเป็นของตนเอง ใครเดินเที่ยวแล้วสังเกตป้ายบนเกาะเกร็ด จะพบคำว่า “กวาน” เป็นระยะๆ เช่น กวานอาม่าน เป็นศูนย์วัฒนธรรมพื้นบ้านของชาวมอญ จัดแสดงเครื่องปั้นดินเผามอญลายโบราณ “กวาน” เป็นภาษามอญ แปลว่าบ้าน “กวานอาม่าน” แปลว่าหมู่บ้านเครื่องปั้น

คุณลุงชาวมอญที่ร้านแก่นจันทร์ ร้านขายเครื่องหอมบนเกาะ แต่งกายด้วยการนุ่งโสร่งอย่างมอญ ออกมาอธิบายเกี่ยวกับภาษามอญให้เราฟังว่า ภาษามอญนั้นไม่ยากสำหรับคนไทย เนื่องจากบางคำก็มาจากภาษาจีน คนไทยจึงน่าจะคุ้นเคยอยู่บ้าง


เครื่องปั้นดินเผา เสน่ห์แห่งเกาะเกร็ด
 

หม้อดินเผา หัตถกรรมเลื่องชื่อของเกาะเกร็ด (ภาพ : บัณฑิตา อินทวงศ์)

“เกาะเกร็ดแหล่งดินเผา” วรรคหนึ่งของคำขวัญ จ. นนทบุรี บอกให้เรารู้ว่า เกาะนี้เป็นที่เชิดหน้าชูตาของจังหวัด

เกาะเกร็ดในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส บรรยากาศคึกคักอย่าบอกใคร พ่อค้าแม่ขายซึ่งเป็นชาวบ้านในท้องถิ่นจะพากันมาออกร้านขายของ ฉันเห็นเครื่องปั้นดินเผาที่เขาร่ำลือกันตั้งแต่เรือยังไม่เทียบท่าดี ร้านขายน้ำบนเกาะแทบทุกร้านขายเครื่องดื่มบรรจุในภาชนะดินเผาซึ่งผลิตกันบนเกาะนั้นเอง นับเป็นการนำเสนอบทบาทของผลิตภัณฑ์ประจำท้องถิ่นได้อย่างเหมาะเจาะ ทั้งยังช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกไปด้วยในตัว

ของฝากกระจุ๋มกระจิ๋มจากเกาะเกร็ด (ภาพ : บัณฑิตา อินทวงศ์)

ฉันพบว่าเครื่องปั้นดินเผาบนเกาะเกร็ดมีลวดลายที่สวยงาม แสดงถึงความสามารถเชิงช่างที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษได้แจ่มชัด ชาวมอญรุ่นปู่ย่าตาทวดครั้งอดีตที่หนีภัยสงครามเข้ามาอยู่ในเมืองไทย มีฝีมือในการทำเครื่องปั้นดินเผา จึงยึดเป็นอาชีพและตกทอดสู่ลูกหลานจนปัจจุบัน

เครื่องปั้นดินเผาของที่นี่มีรูปทรงหลากหลาย เช่น ทรงตุ่ม ทรงมะเฟือง ทรงโกศ งานที่โดดเด่นมากคือหม้อดินเผา ด้วยมีลวดลายอันวิจิตรบรรจง ถึงขนาดที่ทางจังหวัดนำไปเป็นดวงตราประจำจังหวัด โรงงานเครื่องปั้นบนเกาะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมขั้นตอนการผลิตได้ด้วย และถ้าใครอยากทดสอบพื้นฐานด้านการปั้น จะลองปั้นดูก็ได้ เขามีช่างปั้นคอยให้คำแนะนำ

ในวันที่เราไปเยือน เด็กๆ หลายคนกำลังสนุกกับการสร้างสรรค์งานปั้นของตัวเองอยู่ แม้มือหน้าจะเปรอะเปื้อนไปด้วยดินโคลน แต่ก็ยังคงมุ่งมั่นตั้งอกตั้งใจที่จะปั้นก้อนดินในมือให้ออกมาเป็นรูปร่างให้จงได้ ท่ามกลางเสียงเชียร์ของพ่อแม่และพี่ป้าน้าอามอญมุงไทยมุงอย่างพวกเรา นับเป็นกิจกรรมวันหยุดของครอบครัวสุขสันต์ได้อีกกิจกรรมหนึ่ง


อิ่มอร่อยแถมตื่นตาตื่นใจ!


ข้าวแช่ หรือ เปิงซงกราน ของชาวมอญ (ภาพ : บัณฑิตา อินทวงศ์)

ใกล้เที่ยง หิวแล้ว เราจะกินอะไรกันดี...

เกาะเกร็ดนับเป็นสวรรค์ของนักชิม ว่ากันว่าของกินบางอย่างเป็นตำรับชาววัง ชาวมอญเมืองนนท์กับชาววังเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน เพราะเกาะเกร็ดเป็นที่พักระหว่างทางของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ซึ่งเสด็จประพาสบางปะอินบ่อยครั้ง อีกทั้งมีการบำเพ็ญพระราชกุศล ณ วัดปรมัยยิกาวาสวรวิหารอันเป็นวัดหลวงบนเกาะด้วย การถ่ายทอดแลกเปลี่ยนวิชาการทำอาหารซึ่งกันและกันจึงเกิดขึ้น อย่างเช่นข้าวแช่ที่มีให้ชิมกันบนเกาะนี้ แท้จริงแล้วเป็นอาหารในงานบุญสงกรานต์ของชาวมอญ ต่อมาเมื่อมีการปรับเป็นตำรับชาววังจึงเป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้น ชาวมอญจะทำข้าวแช่ถวายพระเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์เท่านั้น โดยเรียกว่า “เปิงซงกราน”

ข้าวแช่คุณแดงร้านริมแม่น้ำที่เราได้ชิมกันในวันนั้นหอมกรุ่นกลิ่นน้ำอบควันเทียนและดอกมะลิที่ลอยหน้า เครื่องเคียงสารพัด เช่น กะปิทอดลูกกลม ผักกาดหวานผัดกะทิ เนื้อเค็มผัดกะทิ ก็จัดรวมกันมาในสำรับอย่างสวยงาม ตักชิมคำแรกทั้งอร่อยกลมกล่อม ทั้งหอมเย็นชื่นใจ นับเป็นวิธีดับร้อนของคนโบราณที่แยบคาย

นอกจากข้าวแช่ เรายังได้ชิมก๋วยเตี๋ยวต้มยำร้านเจ๊หม่วยที่ท่าเรือลัดเกร็ด และไอศกรีมกะทิที่ตักใส่มาในกระทงใบตอง เดินเที่ยวเกาะพลางกินพลาง เพลินตาเพลินปากแป๊บเดียวหมดกระทงแล้ว และยังมีของกินที่ทำให้ฉันตื่นตาตื่นใจ ด้วยร้านที่เรียงรายเต็มสองข้างทางบนเกาะนั้นเขาทอดดอกไม้ขายกัน ทั้งดอกเข็ม ดอกเฟื่องฟ้า และอีกสารพัดดอก ส่วนทอดมันหน่อกะลาซึ่งเป็นของกินเล่นของเกาะเกร็ดที่เป็นที่รู้จักนั้นก็ยังเป็นที่นิยม หน่อกะลาเป็นพืชสวนครัวที่ชาวมอญนิยมนำมาประกอบอาหารหลากหลายเมนู และเชื่อว่ามีสรรพคุณทางยา ชาวเกาะเกร็ดปลูกหน่อกะลาไว้เป็นแปลงสาธิตสำหรับผู้สนใจอีกด้วย ของอร่อยอีกอย่างที่ลืมพูดถึงไม่ได้ นั่นก็คือขนมบ้าบิ่นดอกอัญชันที่คุณยายสอิ้งทำขายอยู่บริเวณหน้าวัดไผ่ล้อม บ้าบิ่นของคุณยายหอมนุ่มหวานมันกำลังดี แถมสีม่วงสวยจากดอกอัญชันยังมีสรรพคุณในเชิงสมุนไพรด้วย


ชมวัดมอญ ชื่นชมสถาปัตยกรรมเก่าแก่


พระพุทธไสยาสน์ในวิหารวัดปรมัยยิกาวาสฯ
(ภาพ : ประเวช ตันตราภิรมย์)

เมื่ออิ่มท้องแล้ว บ่ายเราก็เดินเที่ยวกันต่อ บนเกาะเกร็ดมีสถาปัตยกรรมที่งดงามหลายแห่ง วัดปรมัยยิกาวาสวรวิหารเป็นที่ที่เราแวะเข้าไปเที่ยวชม วัดนี้เป็นพระอารามหลวงชั้นโทชนิดวรวิหาร ข้อมูลจากหนังสือ วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญา ประจำจังหวัดนนทบุรี ระบุว่า เป็นวัดรามัญนิกาย สร้างโดยชาวมอญที่เข้ามาตั้งบ้านเรือนในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เดิมเรียกเป็นภาษามอญว่า เภี่ยมุเกี๊ยะเติ้ง ซึ่งแปลว่า วัดหัวแหลม ส่วนคนไทยเรียกวัดปากอ่าว ภายหลังถูกปล่อยให้ทรุดโทรม กระทั่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้ทำการบูรณะและเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นวัดปรมัยยิกาวาศ (ปัจจุบันเขียนเป็นปรมัยยิกาวาส แปลว่าวัดของยาย) เพื่อถวายแด่พระเจ้าบรมมไหยิกาเธอ สมเด็จกรมพระยาสุดารัตนราชประยูร ผู้ทรงอภิบาลพระองค์มาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์

หน้าบันโบสถ์วัดปรมัยยิกาวาสฯ (ภาพ : ประเวช ตันตราภิรมย์)

วัดแห่งนี้มีสิ่งน่าสนใจอยู่หลายจุด ได้แก่ จิตรกรรมฝาผนังภายในโบสถ์ พระมหารามัญเจดีย์ที่ตั้งอยู่ด้านหลังโบสถ์ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นโดยจำลองแบบมาจากพระเจดีย์มุเตา เมืองหงสาวดี พระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่และพระพุทธรูปหินอ่อนสีขาวแบบรามัญปางมารวิชัยซึ่งประดิษฐานที่วิหาร ศาลารับเสด็จซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียลที่ซุ้มประตูเป็นรูปโค้ง พระนนทมุนินท์ พระพุทธรูปประจำเมืองนนทบุรีก็ประดิษฐานที่วัดนี้ด้วย

ภายในพิพิธภัณฑ์วัดปรมัยยิกาวาส
(ภาพ : ประเวช ตันตราภิรมย์)

และที่สำคัญที่เราไม่พลาดเที่ยวชมก็คือพิพิธภัณฑ์ในวัด ซึ่งทางวัดดัดแปลงกุฏิของเจ้าอาวาสรูปเดิมเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์สำหรับจัดแสดงพระไตรปิฎกอักษรมอญ ที่รัชกาลที่ ๕ โปรดเกล้าฯ ให้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาของภิกษุสามเณรเชื้อสายรามัญ นับเป็นพระไตรปิฎกอักษรมอญเพียงชุดเดียวในประเทศไทย ทางพิพิธภัณฑ์ยังจัดแสดงเครื่องสังเค็ด เช่น ตาลปัตร ตู้พระไตรปิฎก ของรัชกาลที่ ๕ และเครื่องปั้นดินเผามอญโบราณที่หาชมได้ยาก

เครื่องปั้นดินเผามอญโบราณจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์วัดปรมัยยิกาวาส
(ภาพ : ประเวช ตันตราภิรมย์)

นอกจากวัดปรมัยยิกาวาสแล้ว ที่วัดเสาธงทองก็มีเจดีย์ทรงระฆังและทรงมะเฟืองที่ดูแปลกตา วัดไผ่ล้อมมีหน้าบันโบสถ์ลายดอกไม้ให้ชม วัดฉิมพลีสุทธาวาสมีโบสถ์ซึ่งฐานโค้งแบบเรือสำเภาสมัยอยุธยา วัดเหล่านี้มีการผสมผสานศิลปะมอญและศิลปะไทยจนเกิดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอันงดงาม เกาะเกร็ดจึงเป็นอีกจุดหมายหนึ่งของคนที่มีใจรักในศิลปะและสถาปัตยกรรมไทย

เที่ยวเกาะครั้งนี้ ไม่ได้กลิ่นอายทะเล แต่ลมเย็นริมแม่น้ำก็พอให้เราได้เย็นกาย ทั้งอัธยาศัยไมตรีของชาวไทยเชื้อสายมอญที่มีให้แก่พวกเราพาให้เราได้ชื่นเย็นใจ และความพยายามที่จะเผยแพร่เอกลักษณ์ของตนและคงไว้ซึ่งความเป็นมอญท่ามกลางกระแสสมัยใหม่ของโลกปัจจุบันนั้น ก็ชวนให้เราปลื้มเปรมแม้มิใช่ลูกหลานชาวมอญ

เที่ยวตามคำขวัญ / “นายรอบรู้” ซอกแซก