|
เกาะเกร็ดแหล่งดินเผา วรรคหนึ่งของคำขวัญ จ. นนทบุรี บอกให้เรารู้ว่า เกาะนี้เป็นที่เชิดหน้าชูตาของจังหวัด เกาะเกร็ดในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส บรรยากาศคึกคักอย่าบอกใคร พ่อค้าแม่ขายซึ่งเป็นชาวบ้านในท้องถิ่นจะพากันมาออกร้านขายของ ฉันเห็นเครื่องปั้นดินเผาที่เขาร่ำลือกันตั้งแต่เรือยังไม่เทียบท่าดี ร้านขายน้ำบนเกาะแทบทุกร้านขายเครื่องดื่มบรรจุในภาชนะดินเผาซึ่งผลิตกันบนเกาะนั้นเอง นับเป็นการนำเสนอบทบาทของผลิตภัณฑ์ประจำท้องถิ่นได้อย่างเหมาะเจาะ ทั้งยังช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกไปด้วยในตัว
ฉันพบว่าเครื่องปั้นดินเผาบนเกาะเกร็ดมีลวดลายที่สวยงาม แสดงถึงความสามารถเชิงช่างที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษได้แจ่มชัด ชาวมอญรุ่นปู่ย่าตาทวดครั้งอดีตที่หนีภัยสงครามเข้ามาอยู่ในเมืองไทย มีฝีมือในการทำเครื่องปั้นดินเผา จึงยึดเป็นอาชีพและตกทอดสู่ลูกหลานจนปัจจุบัน เครื่องปั้นดินเผาของที่นี่มีรูปทรงหลากหลาย เช่น ทรงตุ่ม ทรงมะเฟือง ทรงโกศ งานที่โดดเด่นมากคือหม้อดินเผา ด้วยมีลวดลายอันวิจิตรบรรจง ถึงขนาดที่ทางจังหวัดนำไปเป็นดวงตราประจำจังหวัด โรงงานเครื่องปั้นบนเกาะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมขั้นตอนการผลิตได้ด้วย และถ้าใครอยากทดสอบพื้นฐานด้านการปั้น จะลองปั้นดูก็ได้ เขามีช่างปั้นคอยให้คำแนะนำ ในวันที่เราไปเยือน เด็กๆ หลายคนกำลังสนุกกับการสร้างสรรค์งานปั้นของตัวเองอยู่ แม้มือหน้าจะเปรอะเปื้อนไปด้วยดินโคลน แต่ก็ยังคงมุ่งมั่นตั้งอกตั้งใจที่จะปั้นก้อนดินในมือให้ออกมาเป็นรูปร่างให้จงได้ ท่ามกลางเสียงเชียร์ของพ่อแม่และพี่ป้าน้าอามอญมุงไทยมุงอย่างพวกเรา นับเป็นกิจกรรมวันหยุดของครอบครัวสุขสันต์ได้อีกกิจกรรมหนึ่ง อิ่มอร่อยแถมตื่นตาตื่นใจ!
ใกล้เที่ยง หิวแล้ว เราจะกินอะไรกันดี... เกาะเกร็ดนับเป็นสวรรค์ของนักชิม ว่ากันว่าของกินบางอย่างเป็นตำรับชาววัง ชาวมอญเมืองนนท์กับชาววังเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน เพราะเกาะเกร็ดเป็นที่พักระหว่างทางของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ซึ่งเสด็จประพาสบางปะอินบ่อยครั้ง อีกทั้งมีการบำเพ็ญพระราชกุศล ณ วัดปรมัยยิกาวาสวรวิหารอันเป็นวัดหลวงบนเกาะด้วย การถ่ายทอดแลกเปลี่ยนวิชาการทำอาหารซึ่งกันและกันจึงเกิดขึ้น อย่างเช่นข้าวแช่ที่มีให้ชิมกันบนเกาะนี้ แท้จริงแล้วเป็นอาหารในงานบุญสงกรานต์ของชาวมอญ ต่อมาเมื่อมีการปรับเป็นตำรับชาววังจึงเป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้น ชาวมอญจะทำข้าวแช่ถวายพระเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์เท่านั้น โดยเรียกว่า เปิงซงกราน ข้าวแช่คุณแดงร้านริมแม่น้ำที่เราได้ชิมกันในวันนั้นหอมกรุ่นกลิ่นน้ำอบควันเทียนและดอกมะลิที่ลอยหน้า เครื่องเคียงสารพัด เช่น กะปิทอดลูกกลม ผักกาดหวานผัดกะทิ เนื้อเค็มผัดกะทิ ก็จัดรวมกันมาในสำรับอย่างสวยงาม ตักชิมคำแรกทั้งอร่อยกลมกล่อม ทั้งหอมเย็นชื่นใจ นับเป็นวิธีดับร้อนของคนโบราณที่แยบคาย นอกจากข้าวแช่ เรายังได้ชิมก๋วยเตี๋ยวต้มยำร้านเจ๊หม่วยที่ท่าเรือลัดเกร็ด และไอศกรีมกะทิที่ตักใส่มาในกระทงใบตอง เดินเที่ยวเกาะพลางกินพลาง เพลินตาเพลินปากแป๊บเดียวหมดกระทงแล้ว และยังมีของกินที่ทำให้ฉันตื่นตาตื่นใจ ด้วยร้านที่เรียงรายเต็มสองข้างทางบนเกาะนั้นเขาทอดดอกไม้ขายกัน ทั้งดอกเข็ม ดอกเฟื่องฟ้า และอีกสารพัดดอก ส่วนทอดมันหน่อกะลาซึ่งเป็นของกินเล่นของเกาะเกร็ดที่เป็นที่รู้จักนั้นก็ยังเป็นที่นิยม หน่อกะลาเป็นพืชสวนครัวที่ชาวมอญนิยมนำมาประกอบอาหารหลากหลายเมนู และเชื่อว่ามีสรรพคุณทางยา ชาวเกาะเกร็ดปลูกหน่อกะลาไว้เป็นแปลงสาธิตสำหรับผู้สนใจอีกด้วย ของอร่อยอีกอย่างที่ลืมพูดถึงไม่ได้ นั่นก็คือขนมบ้าบิ่นดอกอัญชันที่คุณยายสอิ้งทำขายอยู่บริเวณหน้าวัดไผ่ล้อม บ้าบิ่นของคุณยายหอมนุ่มหวานมันกำลังดี แถมสีม่วงสวยจากดอกอัญชันยังมีสรรพคุณในเชิงสมุนไพรด้วย ชมวัดมอญ ชื่นชมสถาปัตยกรรมเก่าแก่
เมื่ออิ่มท้องแล้ว บ่ายเราก็เดินเที่ยวกันต่อ บนเกาะเกร็ดมีสถาปัตยกรรมที่งดงามหลายแห่ง วัดปรมัยยิกาวาสวรวิหารเป็นที่ที่เราแวะเข้าไปเที่ยวชม วัดนี้เป็นพระอารามหลวงชั้นโทชนิดวรวิหาร ข้อมูลจากหนังสือ วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญา ประจำจังหวัดนนทบุรี ระบุว่า เป็นวัดรามัญนิกาย สร้างโดยชาวมอญที่เข้ามาตั้งบ้านเรือนในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เดิมเรียกเป็นภาษามอญว่า เภี่ยมุเกี๊ยะเติ้ง ซึ่งแปลว่า วัดหัวแหลม ส่วนคนไทยเรียกวัดปากอ่าว ภายหลังถูกปล่อยให้ทรุดโทรม กระทั่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้ทำการบูรณะและเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นวัดปรมัยยิกาวาศ (ปัจจุบันเขียนเป็นปรมัยยิกาวาส แปลว่าวัดของยาย) เพื่อถวายแด่พระเจ้าบรมมไหยิกาเธอ สมเด็จกรมพระยาสุดารัตนราชประยูร ผู้ทรงอภิบาลพระองค์มาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์
วัดแห่งนี้มีสิ่งน่าสนใจอยู่หลายจุด ได้แก่ จิตรกรรมฝาผนังภายในโบสถ์ พระมหารามัญเจดีย์ที่ตั้งอยู่ด้านหลังโบสถ์ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นโดยจำลองแบบมาจากพระเจดีย์มุเตา เมืองหงสาวดี พระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่และพระพุทธรูปหินอ่อนสีขาวแบบรามัญปางมารวิชัยซึ่งประดิษฐานที่วิหาร ศาลารับเสด็จซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียลที่ซุ้มประตูเป็นรูปโค้ง พระนนทมุนินท์ พระพุทธรูปประจำเมืองนนทบุรีก็ประดิษฐานที่วัดนี้ด้วย
และที่สำคัญที่เราไม่พลาดเที่ยวชมก็คือพิพิธภัณฑ์ในวัด ซึ่งทางวัดดัดแปลงกุฏิของเจ้าอาวาสรูปเดิมเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์สำหรับจัดแสดงพระไตรปิฎกอักษรมอญ ที่รัชกาลที่ ๕ โปรดเกล้าฯ ให้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาของภิกษุสามเณรเชื้อสายรามัญ นับเป็นพระไตรปิฎกอักษรมอญเพียงชุดเดียวในประเทศไทย ทางพิพิธภัณฑ์ยังจัดแสดงเครื่องสังเค็ด เช่น ตาลปัตร ตู้พระไตรปิฎก ของรัชกาลที่ ๕ และเครื่องปั้นดินเผามอญโบราณที่หาชมได้ยาก
นอกจากวัดปรมัยยิกาวาสแล้ว ที่วัดเสาธงทองก็มีเจดีย์ทรงระฆังและทรงมะเฟืองที่ดูแปลกตา วัดไผ่ล้อมมีหน้าบันโบสถ์ลายดอกไม้ให้ชม วัดฉิมพลีสุทธาวาสมีโบสถ์ซึ่งฐานโค้งแบบเรือสำเภาสมัยอยุธยา วัดเหล่านี้มีการผสมผสานศิลปะมอญและศิลปะไทยจนเกิดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอันงดงาม เกาะเกร็ดจึงเป็นอีกจุดหมายหนึ่งของคนที่มีใจรักในศิลปะและสถาปัตยกรรมไทย เที่ยวเกาะครั้งนี้ ไม่ได้กลิ่นอายทะเล แต่ลมเย็นริมแม่น้ำก็พอให้เราได้เย็นกาย ทั้งอัธยาศัยไมตรีของชาวไทยเชื้อสายมอญที่มีให้แก่พวกเราพาให้เราได้ชื่นเย็นใจ และความพยายามที่จะเผยแพร่เอกลักษณ์ของตนและคงไว้ซึ่งความเป็นมอญท่ามกลางกระแสสมัยใหม่ของโลกปัจจุบันนั้น ก็ชวนให้เราปลื้มเปรมแม้มิใช่ลูกหลานชาวมอญ
|