ร่วมฉลองครบรอบ ๒ ปี ผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ เป็นมรดกโลก
บัณฑิตา อินทวงศ์ : รายงานและถ่ายภาพ
 |
| ป้ายสัญลักษณ์มรดกโลกของผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ |
ช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
สังกัดกรมป่าไม้ ชวนคนรักป่าร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ ๒
ปีการประกาศให้ผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่เป็นพื้นที่มรดกโลก
พร้อมทั้งสานต่อนโยบายการอนุรักษ์ไว้ซึ่งมรดกโลกของชาติ
ในปัจจุบันประเทศไทยมีสถานที่ทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกจำนวน
๕ แห่ง คือ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร
นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้ง
แหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์บ้านเชียง และผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่
แรกเริ่มเดิมทีไทยเสนอเฉพาะพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เพื่อขึ้นบัญชีแหล่งมรดกโลกต่อยูเนสโก
แต่ทางคณะกรรมการมรดกโลกเห็นว่า
พื้นที่ที่เสนอไปไม่กว้างใหญ่เพียงพอที่จะรักษาความสมดุลของระบบนิเวศไว้ได้ทั้งระบบ
อีกทั้งนโยบายเกี่ยวกับโครงการสร้างเขื่อนเหวนรกในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ก็ยังไม่ชัดเจน
หลังจากนั้นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจึงรวมผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่
อุทยานแห่งชาติทับลาน อุทยานแห่งชาติปางสีดา อุทยานแห่งชาติตาพระยา
และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ เข้าเป็นพื้นที่เดียวกัน
แล้วเสนอต่อคณะกรรมการมรดกโลก
และได้รับมติเป็นเอกฉันท์ให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติเมื่อวันที่ ๑๔
กรกฎาคม ๒๕๔๘
ผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ถือว่ามีความหลากหลายทางชีวภาพและมีความสัมพันธ์ต่อระบบนิเวศในระดับสากล
ด้วยครอบคลุมพื้นที่ ๖ จังหวัด เป็นพื้นที่ถึง ๖,๑๕๕ ตารางกิโลเมตร
และมีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติในหลายลักษณะ
ตั้งแต่ป่าดงดิบชื้นไปจนถึงป่าเบญจพรรณ ป่าผืนนี้เป็นแหล่งรวมพันธุ์พืชมากมาย
เป็นที่อยู่ของสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ทั้งยังมีทัศนียภาพอันงดงาม
จึงถือเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญ
โดยที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาเที่ยวชมถึง ๑.๓ ล้านคนต่อปี
พวกเราในฐานะเจ้าของผืนป่ามรดกโลกแห่งนี้มีหน้าที่ที่จะต้องช่วยกันดูแลทรัพยากรที่เรามีอยู่ให้ดีที่สุด
ในส่วนของกรมอุทยานแห่งชาติฯ
นั้นมีโครงการที่จะยกเลิกถนนธนะรัชต์ที่ปัจจุบันตัดผ่านกลางพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่-ทับลาน
แล้วสร้างทางเดินรถเจาะผ่านภูเขาลักษณะเป็นอุโมงค์ ระยะทาง ๒ กิโลเมตรขึ้นทดแทน
นอกจากนี้ยังจะมีการรวมป่าทั้ง ๕ แห่งเข้าเป็นผืนเดียวกัน
เพื่อช่วยให้สัตว์ที่อยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ
มีโอกาสข้ามฝั่งมาผสมพันธุ์กับฝูงที่อยู่คนละพื้นที่
อันจะส่งผลให้จำนวนประชากรสัตว์ป่าเพิ่มสูงขึ้น
พร้อมเป็นการเปิดโอกาสให้ระบบนิเวศได้ฟื้นฟูตัวเอง
การสร้างทางเดินรถนี้ใช้งบประมาณสูงถึง ๒,๖๐๐ ล้านบาท
และต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย จึงเป็นโครงการที่ยังต้องพัฒนาร่วมกันต่อไป