ติดต่อเรา / หน้าแรก / ปีที่แล้ว
  กันยายน-ตุลาคม
09/2550

“นายรอบรู้” ซอกแซก

ร่วมฉลองครบรอบ ๒ ปี ผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ เป็นมรดกโลก

บัณฑิตา อินทวงศ์ : รายงานและถ่ายภาพ

 
ป้ายสัญลักษณ์มรดกโลกของผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่


ช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สังกัดกรมป่าไม้ ชวนคนรักป่าร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ ๒ ปีการประกาศให้ผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่เป็นพื้นที่มรดกโลก พร้อมทั้งสานต่อนโยบายการอนุรักษ์ไว้ซึ่งมรดกโลกของชาติ

ในปัจจุบันประเทศไทยมีสถานที่ทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกจำนวน ๕ แห่ง คือ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้ง แหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์บ้านเชียง และผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่

แรกเริ่มเดิมทีไทยเสนอเฉพาะพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เพื่อขึ้นบัญชีแหล่งมรดกโลกต่อยูเนสโก แต่ทางคณะกรรมการมรดกโลกเห็นว่า พื้นที่ที่เสนอไปไม่กว้างใหญ่เพียงพอที่จะรักษาความสมดุลของระบบนิเวศไว้ได้ทั้งระบบ อีกทั้งนโยบายเกี่ยวกับโครงการสร้างเขื่อนเหวนรกในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ก็ยังไม่ชัดเจน

หลังจากนั้นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจึงรวมผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติทับลาน อุทยานแห่งชาติปางสีดา อุทยานแห่งชาติตาพระยา และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ เข้าเป็นพื้นที่เดียวกัน แล้วเสนอต่อคณะกรรมการมรดกโลก และได้รับมติเป็นเอกฉันท์ให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติเมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๔๘

ผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ถือว่ามีความหลากหลายทางชีวภาพและมีความสัมพันธ์ต่อระบบนิเวศในระดับสากล ด้วยครอบคลุมพื้นที่ ๖ จังหวัด เป็นพื้นที่ถึง ๖,๑๕๕ ตารางกิโลเมตร และมีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติในหลายลักษณะ ตั้งแต่ป่าดงดิบชื้นไปจนถึงป่าเบญจพรรณ ป่าผืนนี้เป็นแหล่งรวมพันธุ์พืชมากมาย เป็นที่อยู่ของสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ทั้งยังมีทัศนียภาพอันงดงาม จึงถือเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญ โดยที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาเที่ยวชมถึง ๑.๓ ล้านคนต่อปี

พวกเราในฐานะเจ้าของผืนป่ามรดกโลกแห่งนี้มีหน้าที่ที่จะต้องช่วยกันดูแลทรัพยากรที่เรามีอยู่ให้ดีที่สุด ในส่วนของกรมอุทยานแห่งชาติฯ นั้นมีโครงการที่จะยกเลิกถนนธนะรัชต์ที่ปัจจุบันตัดผ่านกลางพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่-ทับลาน แล้วสร้างทางเดินรถเจาะผ่านภูเขาลักษณะเป็นอุโมงค์ ระยะทาง ๒ กิโลเมตรขึ้นทดแทน นอกจากนี้ยังจะมีการรวมป่าทั้ง ๕ แห่งเข้าเป็นผืนเดียวกัน เพื่อช่วยให้สัตว์ที่อยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ มีโอกาสข้ามฝั่งมาผสมพันธุ์กับฝูงที่อยู่คนละพื้นที่ อันจะส่งผลให้จำนวนประชากรสัตว์ป่าเพิ่มสูงขึ้น พร้อมเป็นการเปิดโอกาสให้ระบบนิเวศได้ฟื้นฟูตัวเอง การสร้างทางเดินรถนี้ใช้งบประมาณสูงถึง ๒,๖๐๐ ล้านบาท และต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย จึงเป็นโครงการที่ยังต้องพัฒนาร่วมกันต่อไป


เที่ยวตามคำขวัญ / สกู๊ป