(คำขวัญ)
เมืองหอยหลอด ยอดลิ้นจี่ มีอุทยาน ร. ๒
แม่กลองไหลผ่าน นมัสการหลวงพ่อบ้านแหลม
เรื่อง : บัณฑิต ภิรมย์น้อย
ภาพ : ฝ่ายภาพ สารคดี
เมืองหอยหลอด
 |
|
ชาวบ้านหาหอยหลอดอย่างขะมักเขม้นที่ดอนหอยหลอด |
เหตุที่เรียกสันดอนปากแม่น้ำแม่กลองว่าดอนหอยหลอด
ก็เพราะมีหอยหลอดชุกชุมที่สุดในโลก
หอยหลอดเป็นหอยทะเลกาบคู่ รูปร่างคล้ายหลอดกาแฟ ยาว ๗-๘ ซม. เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ
๑ ซม. เปลือกสีน้ำตาลอ่อน เนื้อสีขาวขุ่น ส่วนหัวนิ่ม ส่วนปลายเหนียว
ชอบฝังตัวตามแนวดิ่งในตะกอนดินโคลนปนทรายบริเวณปากแม่น้ำที่ชาวบ้านเรียกว่าทรายขี้เป็ด
หาดทรายขี้เป็ดของสมุทรสงครามอยู่ในพื้นที่ อ. เมือง เขตบ้านฉู่ฉี่ ต. บางจะเกร็ง
เรื่อยไปจนถึงบ้านบางบ่อแก้ว ต. บางแก้ว รวมเนื้อที่ราว ๒๒,๐๐๐ ไร่
เป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ ดอนหอยหลอด
 |
|
หอยหลอดสด ๆ จากดอนหอยหลอด (ภาพ : จารุภัทร วิมุตเศรษฐ์) |
นอกจากที่ดอนหอยหลอดนี้ หอยหลอดยังอาศัยอยู่ที่ จ. สมุทรปราการ จ. ตราด
รวมไปถึงในประเทศอินโดนีเซียและออสเตรเลีย
แต่ทุกที่มีจำนวนหอยหลอดไม่มากเท่าดอนหอยหลอด
 |
|
หอยหลอดผัดฉ่า เมนูเด็ดเมืองแม่กลองที่ไม่ควรพลาด |
การจับหอยหลอดจะใช้ปูนขาวหยอดลงไปในรู ทำให้หอยโผล่ขึ้นมาให้จับได้โดยง่าย
ช่วงที่เหมาะสำหรับการจับมากที่สุดคือเดือน ม.ค.-พ.ค. เพราะตอนกลางวันน้ำจะลดลงมาก
ทำให้สันดอนโผล่พ้นน้ำ เนื้อหอยหลอดนำมาประกอบอาหารได้หลายประเภท ทั้งทอดกรอบ ต้มยำ
และผัดฉ่า ซึ่งเป็นเมนูยอดนิยม
ยอดลิ้นจี่
 |
|
ลิ้นจี่พันธุ์ค่อม ผลไม้เลื่องชื่อของสมุทรสงคราม |
หนามตั้ง หนังตึง เนื้อเต่ง ล่องชาด
คือคำที่ชาวสวนกล่าวถึงจุดเด่นของลิ้นจี่พันธุ์ค่อม
ยอดลิ้นจี่จากเมืองแม่กลองที่มีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วประเทศ
หนามตั้ง หมายถึงหนามแหลมเล็กละเอียดที่เปลือกลิ้นจี่ หนังตึง
คือเมื่อผลลิ้นจี่แก่จัด เปลือกจะบางจนตึงและมีสีแดงสด เนื้อเต่ง
คือลิ้นจี่พันธุ์ค่อมเนื้อจะหนา แห้งกรอบ สีขาวขุ่น มีกลิ่นหอม รสหวานอมฝาด และ
ล่องชาด ก็หมายถึงเมื่อแก่จัด ผิวเปลือกด้านในผลเป็นร่องสีชมพูถึงกลางผล
นายติ มีแก้วกุญชร ชาวสวน ต. แควอ้อม อ. อัมพวา
เป็นผู้นำเมล็ดพันธุ์จากสวนแถบยานนาวา กรุงเทพฯ มาเพาะเมื่อราวปี พ.ศ. ๒๔๓๘-๒๔๔๐
(ช่วงรัชกาลที่ ๕) ได้ลิ้นจี่พันธุ์ค่อม ต้นทรงพุ่มไม่สูงนัก ใบเล็กเรียว เพียง ๓
ปีก็ให้ผลผลิตรุ่นแรกซึ่งออกในระหว่างเดือน มี.ค.-พ.ค.
และด้วยสภาพดินตะกอนปากแม่น้ำซึ่งเป็นแหล่งปลูกมีสภาพแบบ ลักจืดลักเค็ม
ลิ้นจี่สมุทรสงครามจึงมีรสชาติดีไม่แพ้ลิ้นจี่ของทางเหนือ
นอกจากลิ้นจี่พันธุ์ค่อม สมุทรสงครามยังมีลิ้นจี่พันธุ์พื้นเมืองอื่นๆ อีก เช่น
สำเภาแก้ว กะโหลก จีนแดง เป็นต้น โดยพื้นที่ปลูกส่วนใหญ่อยู่ใน ต. บางสะแก ต.
บางกุ้ง เขต อ. บางคนที และใน ต. เหมืองใหม่ ต. แควอ้อม เขต อ. อัมพวา
ช่วงเดือน เม.ย. มีการจัดงานเทศกาลกินลิ้นจี่และของดีเมืองแม่กลอง สมุทรสงคราม
เป็นประจำทุกปี
มีอุทยาน ร. ๒
 |
|
หมู่เรือนไทยในอุทยาน ร. ๒ |
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยเสด็จพระราชสมภพ ณ ที่แห่งนี้
ทั้งยังเป็นนิวาสสถานของกรมสมเด็จพระอมรินทรามาตย์ พระบรมราชินีในรัชกาลที่ ๑
อุทยานพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย หรืออุทยาน ร. ๒
ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง ต. อัมพวา อ. อัมพวา โดยพระราชสมุทรเมธี
อดีตเจ้าอาวาสวัดอัมพวันเจติยาราม ได้บริจาคที่ดินของวัดด้านทิศตะวันตกจำนวน ๑๑
ไร่เพื่อใช้ในการก่อสร้าง
 |
|
กะโหลกซอฉลุลาย ทำจากกะลามะพร้าวพญาซอที่หายาก |
บริเวณอุทยานฯ มีเรือนไทยหมู่ ๕
หลังใช้เป็นอาคารพิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ๔
หลังจัดแสดงเครื่องใช้ส่วนพระองค์ เช่นพระแท่นบรรทมศิลปะจีน
นอกจากนี้ยังจัดแสดงอาวุธสงครามโบราณและข้าวของเครื่องใช้ของสตรีมีฐานะในอดีต
เรือนไทยอีกหลังใช้เป็นสถานที่ซ้อมโขนละคร ในวันที่ ๒๔ ก.พ.
ของทุกปีจะมีการจัดแสดงโขนถวายหน้าพระที่นั่งในสวนของอุทยานฯ
เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพของรัชกาลที่ ๒
ภายในสวนมีพันธุ์ไม้ในวรรณคดีกว่า ๑๔๐ ชนิด เช่น ยี่สุ่น ช้างโน้ม ทับทิมหนู สารภี
และมีมะพร้าวพญาซอซึ่งเป็นพันธุ์หายาก ที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี โปรดเกล้าฯ ให้นำมาปลูกไว้ภายในอุทยานฯ
มะพร้าวพญาซอนี้ช่างทำเครื่องดนตรีไทยนิยมนำกะลามาทำเป็นกะโหลกซอ
ด้วยเห็นว่าให้เสียงที่ไพเราะแตกต่างจากกะลาทั่วไป
แม่กลองไหลผ่าน
 |
|
ชุมชนริมแม่น้ำแม่กลอง |
จ. สมุทรสงครามมีแม่กลองเป็นแม่น้ำสายหลักไหลหล่อเลี้ยงสรรพชีวิต
เสมือนเป็นเส้นเลือดใหญ่ของเมือง
แม่น้ำแม่กลองเกิดจากแม่น้ำแควน้อยไหลมาสบกับแม่น้ำแควใหญ่ที่ ต. บ้านเหนือ อ.
เมือง จ. กาญจนบุรี แล้วไหลไปทางตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านเขื่อนแม่กลองใน จ. กาญจนบุรี
และผ่าน จ. ราชบุรี ก่อนไหลเข้าสู่ จ. สมุทรสงคราม ผ่าน อ. บางคนที อ. อัมพวา
แล้วไหลลงอ่าวไทยที่ปากแม่น้ำระหว่าง ต. บางจะเกร็ง กับ ต. แหลมใหญ่ ในเขต อ. เมือง
รวมความยาวช่วงที่ไหลผ่าน จ. สมุทรสงครามประมาณ ๒๘ กม.
แม่น้ำแม่กลองเป็นเส้นทางสัญจรทางน้ำที่สำคัญของสมุทรสงคราม
สองฝั่งแม่น้ำเป็นสวนผลไม้อันอุดม มีทั้งสวนลิ้นจี่ สวนส้มโอ และมะพร้าวน้ำหอม
ชาวสวนจะขุดร่องสวนเพื่อผันน้ำจากแม่น้ำมาเก็บกักไว้แล้วปลูกไม้ผลบนคันดิน
ริมตลิ่งสวนแถบนี้ยังมีต้นลำพูขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก
จึงเป็นที่อาศัยของหิ่งห้อยซึ่งแต้มแต่งแสงระยิบระยับให้ยามค่ำคืนของละแวกนี้ดูพร่างพราว
เป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของแม่กลองที่เชื้อเชิญให้คนต่างถิ่นอยากเข้าไปสัมผัส
นมัสการหลวงพ่อบ้านแหลม
 |
|
หลวงพ่อบ้านแหลม พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองแม่กลอง |
หลวงพ่อบ้านแหลมเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองสมุทรสงคราม
มีตำนานเกี่ยวโยงกับพระพุทธรูปสำคัญอีกหลายองค์
หลวงพ่อบ้านแหลมเป็นพระพุทธรูปสำริดปางอุ้มบาตร สูง ๑.๖๗ ม. ปิดทองคำเปลวสุกอร่าม
พระเกตุมาลาเป็นเปลวเพลิง สังฆาฏิพาดยาวถึงพระชงฆ์ จีวรแผ่เป็นแฉกอยู่เบื้องหลัง
ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในโบสถ์วัดเพชรสมุทรวรวิหาร (วัดบ้านแหลม) ต. แม่กลอง อ.
เมือง
ตำนานเกี่ยวกับหลวงพ่อบ้างก็ว่าเป็นพระสามพี่น้องกับหลวงพ่อโสธร
วัดโสธรวรารามวรวิหาร จ. ฉะเชิงเทรา และหลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ใน จ. สมุทรปราการ
ส่วนบันทึกใน พระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขา กล่าวไว้ว่า มีพระพุทธรูป ๒
องค์ติดมากับอวนลากของชาวประมงบ้านแหลม องค์ปางอุ้มบาตรคือหลวงพ่อบ้านแหลม
ชาวบ้านได้อัญเชิญมาประดิษฐานไว้ที่วัดบ้านแหลม
อีกองค์เป็นปางมารวิชัยคือหลวงพ่อเขาตะเครา อัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดเขาตะเครา ต.
บางครก อ. บ้านแหลม จ. เพชรบุรี
เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของคนท้องถิ่นและละแวกใกล้เคียง
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ถวายสายสะพายพาดเครื่องราชอิสริยาภรณ์ปฐมจุลจอมเกล้าวิเศษ
คาดรัดประคดปักดิ้นเงิน ไว้เป็นพุทธบูชา ทั้งสมเด็จเจ้าฟ้า
กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช
ก็ได้ถวายบาตรแก้วสีน้ำเงินเพื่อให้พุทธลักษณะขององค์หลวงพ่อเป็นพระพุทธรูปปางอุ้มบาตรที่สมบูรณ์
เนื่องจากบาตรเดิมหายไปแต่ครั้งที่พบแล้ว
สายสะพายและบาตรแก้วสีน้ำเงินนี้ทางวัดนำไปเก็บรักษาไว้ในโบสถ์เป็นอย่างดี