ติดต่อเรา / หน้าแรก / ปีที่แล้ว
สิงหาคม-กันยายน
08/2550

 

ตราประจำ จ. ฉะเชิงเทรา

ภาพวัดโสธรวรารามวรวิหารที่ประดิษฐานพระพุทธโสธร สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองฉะเชิงเทรา

เที่ยวเมืองไทยตามคำขวัญ ฉะเชิงเทรา

(สกู๊ป)

ลอดลาย “มังกรเล็ก” เมืองแปดริ้ว

เรื่อง : รัชดา ธราภาค / ภาพ : ประเวช ตันตราภิรมย์ วริศรา วุฒิกุล
 

หลวงพ่อโสธร ประดิษฐานในวิหารหลังใหม่ของวัดโสธรวรารามวรวิหาร


เมื่อพูดถึง จ. ฉะเชิงเทรา แม่น้ำบางปะกงกับหลวงพ่อโสธรคงเป็นสองสิ่งแรกที่คนส่วนใหญ่จะนึกถึง และสองสิ่งนี้ช่วยบอกเล่าถึงความเป็นเมืองแปดริ้วตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันได้ดีที่สุด

สำหรับชาว กทม. ฉะเชิงเทราถือเป็นต่างจังหวัดที่ใกล้อย่างไม่น่าเชื่อ ยิ่งถ้าใช้เส้นทางมีนบุรี-ฉะเชิงเทรา การเดินทางไปยังวัดโสธรวรารามวรวิหาร หรือวัดหลวงพ่อโสธร วัดดังคู่เมืองแปดริ้ว มีระยะทางแค่ ๓๐ กม. เท่านั้น

เมื่อปักธงไว้ที่ริมแม่น้ำบางปะกง คณะของเราจึงมุ่งหน้าไปยังจุดสตาร์ต ณ วัดหลวงพ่อโสธร กะว่าเคลื่อนทัพจากเมืองกรุงตอนสาย ๆ ไปถึงท่าน้ำหน้าวัดตอนใกล้เที่ยง ใช้บริการ “One Day Trip” ล่องเรือชมลำน้ำบางปะกง แล้วไปตลาดร้อยปีหรือตลาดบ้านใหม่ หวังฝากท้องกับของอร่อยย่านนั้น ตามเสียงลือเสียงเล่าอ้างที่ได้ฟังจากผู้สันทัดด้านการกิน


วัดโบราณบริหารงาน “สไตล์เอ็มบีเอ”


วัดโสธรวรารามวรวิหาร เป็นวัดโบราณที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย จุดประทับใจแรกก่อนก้าวสู่เขตพัทธสีมาคืออาคารจอดรถสูงหลายชั้นที่ทางวัดจัดเตรียมไว้บริการ ยังไม่นับฟิตเนสบริเวณชั้นล่างของอาคารจอดรถ ตามโครงการส่งเสริมการออกกำลังกาย ที่สร้างความตะลึงทึ่ง (รวมทั้งอยากยกเวตและวิ่งสายพาน) ได้ไม่แพ้กัน

วิหารหลังใหม่วัดโสธรฯ มองจากแม่น้ำบางปะกง


จากฝั่งอาคารจอดรถ เพียงข้ามถนนสายเล็ก ๆ ก็จะถึงโบสถ์หลังใหม่ สถาปัตยกรรมของตัวอาคารเป็นแบบจตุรมุข หลังคาทรงมณฑปแบบไทย ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธโสธรองค์จริงหล่อด้วยสำริด แต่ด้วยเหตุที่ทางวัดเกรงคนกิเลสหนาจะมาโจรกรรม จึงพอกปูนหุ้มองค์จริงไว้แล้วลงรักปิดทอง หลวงพ่อโสธรพร้อมพระพุทธรูปองค์อื่น ๆ ประทับบนฐานชุกชีรวม ๑๓ องค์

พระเขมารามมุนี อดีตเจ้าอาวาส บันทึกถึงความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อโสธรไว้ว่า เมื่อหลวงพ่อมาประดิษฐานอยู่ที่วัด ชาวเรือที่มีอาชีพค้าขายนับถือกันมาก กล่าวกันว่า ถ้าได้อธิษฐานขอพรจากหลวงพ่อแล้ว การค้าขายจะดี ซื้อง่ายขายคล่อง ต่อมาเมื่อการคมนาคมทางบกสะดวก ผู้ใดเจ็บไข้ได้ป่วยก็มาขอความคุ้มครองรักษา ชื่อเสียงความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อขจรไปไกล แต่ละวันมีผู้มากราบนมัสการเรือนหมื่น การจัดการในเชิงธุรกิจจึงเกิดขึ้น คนส่วนใหญ่บูชาองค์หลวงพ่อโสธรด้วยเครื่องสังเวย พวงมาลัยหรือดอกไม้ ธูปเทียน และไข่ไก่ นอกจากนี้ละครรำแก้บนก็ได้รับความนิยมสูง ซึ่งมีเพียงคณะเดียวที่ประมูลเพื่อเข้าไปรำถวายหน้าองค์พระได้

ภายในวัดยังมีการจัดระเบียบรองเท้าที่ต้องถอดก่อนเข้าโบสถ์ ใครไม่อยากยุ่งยากก็ถอดไว้ตามใจชอบ แต่ใครต้องการการดูแลเป็นพิเศษ ทางวัดก็มีบริการเสริมโดยการแลกเบอร์ฝากรองเท้าเหมือนเวลาฝากของเข้าซูเปอร์มาร์เกตยังไงยังงั้น

ยังมีการบริหารจัดการทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจอีกอย่างคือ ตรงทางเข้าโบสถ์ติดป้ายเด่นเห็นชัด “เสื้อแขนกุด เอวลอย สายเดี่ยว กางเกง-กระโปรงสั้นเลยเข่า ให้สวมเสื้อที่ทางวัดจัดเตรียมให้” โยมจะเปรี้ยวมาจากไหน เจ้าหน้าที่หน้าดุจะจับให้สวมเสื้อตัวโคร่ง เป็นอันจบประเด็นเรื่องการแต่งกายเหมาะสมหรือไม่


“มังกรเล็ก” แห่งลุ่มน้ำภาคตะวันออก


แม่น้ำบางปะกงวันนี้ ไม่ต่างจากอดีตที่ผู้คนยังคงฝากชีวิตกับสายน้ำ ริมสองฝั่งยังเห็นคนท้องถิ่นลงเรือลำเล็กเพื่อจับปลา ดักกุ้ง บนตลิ่งมีป่าจาก ที่มาของขนมจากอร่อย ๆ ของย่านนี้ รวมทั้งหลังคาจากที่ยังปรากฏอยู่ทั่วไป มีต้นลำพูและป่าโกงกาง สลับกับสิ่งก่อสร้างที่เป็นมรดกแห่งอดีตตลอดลำน้ำ

ท้าวจตุโลกบาลในวัดจีนประชาสโมสร หรือวัดเล่งฮกยี่


ชาวจีนซึ่งเข้ามาตั้งรกรากทำการค้าในย่านนี้มายาวนาน เชื่อว่าแม่น้ำบางปะกงเป็น “มังกรเล็ก”แห่งลุ่มน้ำภาคตะวันออก ก็ด้วยการวางตัวคดโค้งพาดผ่านเมือง ยังความอุดมสมบูรณ์ให้แก่พื้นที่ตลอดสองฝั่งน้ำ โดยเชื่อว่าหัวมังกรอยู่ที่วัดโสธรฯ ท้องมังกรอยู่ที่วัดเล่งฮกยี่หรือวัดจีนประชาสโมสร ทั้งสองแห่งนี้อยู่ในเขตตัวเมืองฉะเชิงเทรา ส่วนหางมังกรคือพระเจดีย์ที่ปากน้ำโจ้โล้ คลองท่าลาด ต. ปากน้ำ อ. บางคล้า ซึ่งเป็นจุดที่พระเจ้าตากสินมหาราชรบชนะทัพพม่า

ส่วน “มังกรใหญ่” วางตัวพาดผ่านข้ามหลายจังหวัด หัวมังกรอยู่ที่วัดเล่งเน่ยยี่ หรือวัดมังกรกมลาวาส ในย่านเยาวราช ท้องมังกรคือวัดเล่งฮกยี่หรือวัดจีนประชาสโมสร จ. ฉะเชิงเทราซึ่งเป็นตำแหน่งเดียวกับมังกรเล็ก หางมังกรใหญ่สะบัดไปอยู่ที่วัดเล่งฮัวยี่หรือวัดมังกรบุปผารามที่ จ. จันทบุรี


ฟังลำน้ำเล่าอดีตเมืองแปดริ้ว


เมืองแปดริ้วหรือฉะเชิงเทรามีความสำคัญมาตั้งแต่สมัยอยุธยา เพราะตั้งอยู่บริเวณปากอ่าวไทยที่มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ทั้งในน้ำและชายฝั่ง เป็นเมืองท่าการค้าทางสำเภา สามารถติดต่อกับหัวเมืองต่าง ๆ ทั้งในและนอกราชอาณาจักร เช่น จีน หัวเมืองทางใต้ของสยาม ทั้งยังมีความสำคัญในแง่ยุทธศาสตร์การสงคราม

สถานที่ต่าง ๆ ริมสองฝั่งน้ำบางปะกงจึงปรากฏร่องรอยทางประวัติศาสตร์อย่างน่าสนใจ เมื่อออกจากท่าน้ำหน้าวัดโสธรฯ ทางซ้ายมือจะผ่านค่ายศรีโสธร ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของกองพันทหารช่างที่ ๒ รักษาพระองค์ สร้างขึ้นเมื่อครั้งเกิดกรณีพิพาทกับฝรั่งเศสในสมัยรัชกาลที่ ๕ ถัดไปเป็นบ้านพักผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งเดิมเป็นพระตำหนักของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนมรุพงศ์สิริพัฒน์ พระราชโอรสองค์ที่ ๖๓ ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ต้นสกุลวัฒนวงศ์ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้ดำรงตำแหน่งข้าหลวงพิเศษว่าราชการเทศาภิบาล มณฑลปราจีน เมื่อคราวที่ย้ายที่ว่าการมณฑลปราจีนมาตั้งที่ฉะเชิงเทรา ซึ่งปัจจุบันก็คือศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา (หลังเก่า) เป็นสถาปัตยกรรมยุคโคโลเนียลหรือนีโอคลาสสิกที่ได้รับความนิยมในขณะนั้น อาคารนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๐

กำแพงเมืองเก่าที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๓ ปัจจุบันใช้เป็นกำแพงของเรือนจำ จ. ฉะเชิงเทรา

นอกจากนี้ยังปรากฏกำแพงเมืองและป้อม สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๓ เพื่อรักษาปากน้ำบางปะกง ปัจจุบันยังคงสภาพสมบูรณ์ ภายในกำแพงเป็นเรือนจำประจำจังหวัด ส่วนด้านหน้าแนวกำแพงประชิดริมน้ำเป็นสวนสาธารณะ มีรูปปั้นฝูงโลมาเริงร่าประดับอยู่ด้วย (ใครอยากเห็นโลมาต้องมาที่นี่)

เรือบริการนำเที่ยวพาเราแล่นผ่านคลองเล็ก ๆ ชื่อ “คลองบางขนาก” คลองขุดเชื่อมคลองแสนแสบ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขุดขึ้น เพื่อเป็นเส้นทางลำเลียงยุทโธปกรณ์ไปรบกับญวน โดยผ่านเส้นทางอรัญประเทศเข้ากัมพูชา น่าตื่นเต้นว่าเราสามารถใช้เส้นทางนี้ไปโผล่แถวแยกผ่านฟ้า หรือใกล้ ๆ สยามดิสคัฟเวอรี่ สยามพารากอน ได้ด้วย


ตลาดร้อยปีมีคอนเซ็ปต์
 

บรรยากาศร้านค้าและวิถีชีวิตในตลาดบ้านใหม่หรือตลาดร้อยปี


เวลาผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง เรือพาเรามาถึงตลาดร้อยปีหรือตลาดบ้านใหม่ น้องไกด์ประจำเรือกำหนดสองทางเลือกให้เที่ยวในเวลาราว ๑ ชม.

ก. เดินตามไกด์ไปที่วัดเล่งฮกยี่ เพื่อดื่มด่ำกับสถาปัตยกรรมจีน
ข. เดินเลือกซื้อสินค้า-อาหารในตลาดร้อยปี

ปรากฏว่าพวกเรายกมือเลือกข้อ ข.ไข่ อย่างพร้อมเพรียง (เห็นแก่รับประทาน)

ตลาดบ้านใหม่บรรยากาศเก่า มีจำหน่ายทั้งของใช้ ของเด็กเล่นยุคเก่าสีฉูดฉาด ของกินที่เห็นแล้วชวนอร่อย มีทั้งประเภทปิ้งย่าง กาแฟชง ไอศกรีมรสดั้งเดิม ขนมโบราณ ฯลฯ

“พี่นิด” หรือ ศิริพร สุพัตพงษ์กุล เลขาฯ ชุมชนตลาดบน เล่าว่าร้านค้าย่านนี้ล้วนเป็นของคนเก่าแก่ที่อยู่อาศัยทำกินมาตั้งแต่รุ่นอากงอาม่า พื้นที่ตลาดด้านหน้าติดแม่น้ำ ด้านหลังติดถนน ฝั่งตรงข้ามเป็นที่ตั้งวัดเทพนิมิตร สามารถขับรถจากวัดโสธรฯ เลาะถนนริมแม่น้ำมาถึงตลาดได้สะดวกพอ ๆ กัน

ก่อนหน้านี้ตลาดที่เคยคึกคักกลับกลายเป็นตลาดร้าง เพราะลูกหลานเริ่มออกไปทำงานประจำข้างนอก ตัวเธอเองก็เป็นข้าราชการด้วยเช่นกัน กว่าจะฟื้น “ตลาดตาย” ให้กลับมาอวดความโบราณ ต้องลงมือลงแรงกันไม่น้อย

“เริ่มจากเห็นว่ามีนักท่องเที่ยวขึ้นเรือมาเที่ยววัดเล่งฮกยี่ ซึ่งต้องเดินผ่านหน้าบ้าน จึกชักชวนเพื่อนบ้านให้มาเปิดบ้านขายของ แทนที่จะปล่อยให้คนเดินผ่านเฉย ๆ”

มีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่เมื่อเริ่มทำแล้วผลตอบรับค่อนข้างดี ก็มีคนเอาด้วยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนตั้งเป็นชมรมรักษ์ตลาดบ้านใหม่ มีสมาชิกราว ๓๐๐ ร้านค้า ไ ม่ใช่ต่างคนต่างขาย แต่ต้องมาลงทะเบียน คุยกันก่อนว่าจะขายอะไร ซ้ำกันหรือไม่ อย่างบ้านพี่นิด เดิมอากงขายเครื่องกงเต๊ก ตอนนี้เธอเลือกขายของเล่นโบราณให้นักท่องเที่ยวซื้อเป็นของฝากของที่ระลึก

ชมรมฯ ยังได้รับการสนับสนุนจากเทศบาลเมืองฉะเชิงเทราในการช่วยดูแลสถานที่ ส่วนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสนับสนุนด้านประชาสัมพันธ์ มีการพาสมาชิกไปดูงานตลาดเก่าหลายแห่งเพื่อนำข้อดีข้อด้อยมาพัฒนาตลาดของชุมชน ตลาดบ้านใหม่วันนี้จึงเป็นตลาดในคอนเซ็ปต์ “ตลาดเก่า” ที่ชัดเจนว่ากลุ่มเป้าหมายคือบรรดานักท่องเที่ยวที่ถวิลหาบรรยากาศย้อนยุค

จากตลาดใหม่ เราลงเรือกลับไปวัดโสธรฯ เป็นอันจบการท่องเที่ยวเมืองแปดริ้วในวันเดียว

“มังกรเล็ก” วันนี้ แม้จะเป็นตัวเดิมตัวเดียวกับที่เคยวางตัวเหนือลุ่มน้ำบางปะกงมาตั้งแต่ก่อนกรุงแตก แต่ที่ต่างออกไปเห็นจะเป็นเฉดสีและลวดลายที่ถูกแต่งแต้มใหม่ในสไตล์ “โมเดิร์นไชนีส” ซึ่งโดนใจทัวริสต์จากเมืองกรุงเป็นที่สุด

 
ออกเรือไปชมโลมาที่ปากแม่น้ำบางปะกง(dolphins)

ลุ้น “โลมา” บางปะกง


ใครอยากเห็นโลมาตัวเป็น ๆ ต้องมาเที่ยวแปดริ้วตอนช่วงเดือน พ.ย.-ก.พ. ฝูงโลมาจะปรากฏตัวดำผุดดำว่ายกันบริเวณปากอ่าวแม่น้ำบางปะกง มีทั้งโลมาอิรวดี โลมาหัวบาตรหลังเรียบ และโลมาเผือกหลังโหนก ซึ่งล้วนเป็นชนิดที่พบมากใกล้ชายฝั่ง มีผู้ยืนยันว่า ถ้ากระแสน้ำกระแสลมสงบดี ฝูงโลมาจะมาโชว์ตัวให้ดูกันจะ ๆ นักท่องเที่ยวต้องไปลงเรือที่ท่าข้าม อ. บางปะกง โดยเรือแต่ละลำจะวนออกปากอ่าว ให้เวลาลุ้นกันครั้งละ ๑-๒ ชม. มีคำแนะนำด้วยว่า ถ้าจะให้ดีให้มาในวันธรรมดา ไม่ใช่เพราะโลมาหยุดตามวันหยุดราชการ แต่เพราะเสาร์-อาทิตย์คนแห่มาดูกันเยอะ เรือแยะ แย่งกันดูจนโลมาอาจเบื่อที่จะโชว์ตัว
 
เที่ยวตามคำขวัญ / “นายรอบรู้” ซอกแซก