|
ตามหาดอกโสกเขา...ราชินีแห่งผืนป่าตะวันออกปลายฤดูหนาวกลางเดือนกุมภาพันธ์ ฉันออกเดินทางพร้อมเพื่อนอีก ๒ คนสู่เมืองจันทบุรี
จุดหมายคือป่าเขาคิชฌกูฏ
เพื่อตามหาดอกโสกเขาที่กำลังเบ่งบานในช่วงเวลานี้และเพียงครั้งเดียวในรอบปี
ว่ากันว่าดอกโสกเขานั้นงามเหลือเกิน
จนมีผู้เปรียบเปรยว่าเป็นราชินีแห่งผืนป่าตะวันออก
เรามาถึงเมืองจันท์ในช่วงบ่าย และเลือกพักในตัวเมือง
สายฝนปลายฤดูหนาวที่โปรยปรายมาตลอดวันแรกในเมืองจันท์
ทำให้ต้องยกเลิกโปรแกรมเดินทอดน่องชมเมือง เหลือแค่กินกับนอนเท่านั้น วันรุ่งขึ้นเราตื่นนอนกันแต่เช้า ประเดิมมื้อเช้าที่ร้านข้าวแกงแสนตุ้ง
ว่ากันว่าแกงป่าเจ้านี้ รสชาติเผ็ดร้อนถึงใจ
หอมกลิ่นเครื่องเทศสมเป็นเมืองป่าดิบชื้นที่อุดมไปด้วยเครื่องเทศ
พวกเราชิมแล้วต้องยกนิ้วให้ ขอการันตีว่าไม่ผิดหวังสมคำร่ำลือจริง ๆ เมื่อท้องอิ่มก็ถึงเวลาเคลื่อนพลไป อช. เขาคิชฌกูฏ ซึ่งอยู่ใน กิ่ง อ. เขาคิชฌกูฏ
ทันทีที่ย่างกรายเข้าเขตอุทยานฯ
ฉันรู้สึกได้ถึงความสดชื่นสบายใจที่ได้เห็นสีเขียวและความชุ่มฉ่ำของต้นไม้ใบหญ้า
จากปากทางเข้าไปไม่ไกลก็ถึงบริเวณที่ทำการอุทยานฯ
ซึ่งมีนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและคนต่างชาติคึกคักกว่าทุกวัน
เพราะเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์
นั่นดอกโสกเขาใช่รึเปล่า ฉันร้องถามเจ้าหน้าที่อุทยานฯ คนหนึ่ง
พลางชี้ไปที่ต้นไม้ต้นหนึ่ง ขนาดไม่สูงมากนัก ออกช่อดอกสีส้มอมแดงเต็มต้นสะดุดตา
และเมื่อรู้ว่านั่นคือสิ่งที่เรากำลังตามหา
ฉันและเพื่อนแสดงความตื่นเต้นอย่างไม่อายสายตาใคร กรูกันเข้าไปดูใกล้ ๆ ดูเผิน ๆ
ดอกโสกเขาคล้ายกับดอกเข็ม มีผีเสื้อและแมลงตัวน้อยโบยบินมาดูดน้ำหวานจากเกสร
บริเวณนั้นมีต้นโสกเขาอีก ๓-๔
ต้นที่พร้อมใจกันชูช่อออกดอกแข่งกับกล้วยไม้เหลืองจันทบูรสีเหลืองสดใสที่อยู่ใกล้กัน โอ้...งามเหลือเกิน... ขึ้นไปบนน้ำตกกระทิงโน่นสิ มีมากกว่านี้อีก
เรารีบเดินขึ้นไปยังน้ำตกตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ทันที
น้ำตกอยู่ห่างจากจุดที่เรายืนอยู่ไม่กี่ร้อยเมตร น้ำตกกระทิงมีทั้งหมด ๑๓ ชั้น แต่ละชั้นห่างกันราว ๒๐ ม.
ชั้นที่สวยที่สุดคือชั้นที่ ๘ และ ๙ ถ้ามีแรงเดินไปถึงชั้นที่ ๑๐
ก็จะถึงจุดชมทิวทัศน์ผืนป่ากว้างไกลสุดตา แต่เส้นทางเดินค่อนข้างลำบากพอสมควร
ส่วนชั้นที่สูงกว่านั้นเป็นแดนอันตรายเกินกว่าที่จะอนุญาตให้นักท่องเที่ยวปีนป่ายขึ้นไปได้ พอไปถึงแค่ชั้นที่ ๕ พวกเราก็หอบแฮก ๆ กันซะแล้ว... เราหยุดพัก
แล้วลงไปแช่ในธารน้ำที่อยู่ท่ามกลางผืนป่าดิบเขียวขจีและดาวเด่นอย่างดอกโสกเขาที่เริ่มมีให้เห็นตลอดทาง
บรรยากาศรายรอบงดงามราวภาพวาด พอหายเหนื่อยเราก็ออกเดินทางต่อ หวังใจไว้ว่าจะต้องไปถึงชั้นที่ ๑๐ ให้ได้
ยิ่งสูงยิ่งได้เห็นดอกโสกเขาปรากฏโฉมสองข้างทางหนาตาขึ้นเรื่อย ๆ ซ้ายก็บานขวาก็บาน
ฉันหลับตาจินตนาการไปถึงช่วงที่มันพร้อมใจกันบานสะพรั่ง
เวลานั้นป่าผืนนี้จะงามเพียงใดหนอ เดินไปคิดไป...อ้าวมาถึงชั้นที่ ๘ แล้วหรือนี่ ! ทิวทัศน์ชั้นนี้งามใช่ย่อย ผืนป่าทอดตัวกว้างไกลสุดสายตาไปจนสุดเส้นขอบฟ้า
อดไม่ได้ที่จะนั่งทอดอารมณ์ชมธรรมชาติที่ชั้นนี้กันสักนิด
แต่พระเจ้าไม่เป็นใจกับเราซะแล้ว อยู่ ๆ ฝนก็เทลงมา
เราต้องพากันเดินจ้ำอ้าวลงมาข้างล่างเพราะกลัวน้ำป่า แม้ท้ายที่สุดเราจะไปไม่ถึง สวรรค์ ชั้นที่ ๑๐ แต่สำหรับฉันแล้ว
คุ้มค่ามากกับการได้ยลโฉมงามดอกโสกเขา--ราชินีแห่งผืนป่าตะวันออก |
![]() |
| สองข้างทางเดินเหลืองอร่ามไปด้วยกลีบดอกดาวเรืองที่ผู้มาบูชาพระพุทธบาทโรยไว้ |
ผู้คนทยอยกันเดินขึ้นสู่ยอดเขาไปบ้างแล้ว ระหว่างที่กำลังเดินขึ้นเขา
ฉันสังเกตเห็นหลายคนที่เดินผ่านฉันไป นุ่งขาวห่มขาวอยู่ในอาการสำรวม
ประนมมือในขณะที่เดิน
บางคนก็โรยกลีบดอกดาวเรืองไปตามทางเพื่อเป็นการบูชาพระพุทธเจ้า
จนสองข้างทางเหลืองอร่ามไปด้วยกลีบดอกไม้ จุดไหนที่มีหินรูปร่างประหลาด
ชาวบ้านจะนำธูปไปปักค้ำหินนั้นไว้มากมาย
โดยเชื่อว่าเป็นการค้ำจุนชะตาชีวิตให้มีอายุยืนยาว
![]() |
| ก้านธูปนับพันดอกถูกปักค้ำไว้ใต้ก้อนหิน ตามความเชื่อที่ว่าจะช่วยให้มีอายุยืนยาว |
เวลาผ่านไป ๑ ชั่วโมงกว่า
หลังจากที่ฉันต้องพาร่างอันบึกบึนของตัวเองสู้กับแรงดึงดูดของโลก
เดินขึ้นที่สูงบนทางเดินที่ลาดชันมาก ตอนนี้ขาของฉันแทบก้าวไม่ออกแล้ว เหงื่อโซมกาย
ในขณะที่ฉันหยุดยืนเพราะความเหนื่อย สายตาก็แหงนมองหาจุดหมาย
พลางถามตัวเองในใจว่าจะไปถึงไหมหนอ คุณยายอายุประมาณ ๘๐
ปีบอกกับฉันด้วยน้ำเสียงให้กำลังใจว่า อีกนิดเดียว พ้นบันไดไปก็ถึงแล้วลูกเอ๊ย
เท่านั้นแหละ ฉันก็มีแรงฮึดขึ้นมาทันที คุณยายยังขึ้นมาได้ แล้วทำไมฉันจะขึ้นไม่ได้
!
![]() |
| รอยพระพุทธบาทบนยอดเขาคิชฌกูฏ |
...แล้วฉันก็ตะเกียกตะกายขึ้นมาถึงยอดเขาจนได้ เบื้องหน้าคือลานหินกว้างใหญ่
ที่สะดุดตาบนความเลี่ยนโล่งนั้นคือ หินกลมเกลี้ยงขนาดมหึมาริมหน้าผา
เหมือนมีใครตั้งใจยกมาวางไว้
ข้างหินก้อนโตนั้นเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปมากมายให้คนได้กราบไหว้
บนลานหินนั้นมีรอยพระพุทธบาทขนาดใหญ่และขนาดเล็กประดิษฐานอยู่ใกล้กัน
ผู้ศรัทธาที่ดั้นด้นขึ้นมากำลังก้มกราบอย่างเนืองแน่น
ชาวบ้านเรียกเขาคิชฌกูฏที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทนี้ว่า เขาพระบาท
และเรียกยอดสูงสุดว่า ยอดเขาพระบาทพลวง บางคนก็เรียกว่า เขาส่องกล้อง
เขาห้างฝรั่ง เพราะมีเรื่องเล่าต่อ ๆ กันมาว่า
ในสมัยที่ฝรั่งเศสยึดครองเมืองจันทบุรี
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ระหว่างปี พ.ศ. ๒๔๓๖-๒๔๔๗
ได้ใช้บริเวณยอดเขานี้เป็นที่ส่องกล้องดูข้าศึกทางทะเลนั่นเอง
มีตำนานเล่าว่า
หินก้อนโตรูปร่างแปลกตาที่อยู่ริมหน้าผานั้นเป็นหินบาตรคว่ำของพระพุทธเจ้า
ลานกว้างใหญ่นั้นเป็นลานแข่งรถพระอินทร์ ส่วนรอยพระพุทธบาทค้นพบเมื่อปี ๒๓๙๗
นับเป็นรอยพระพุทธบาทที่อยู่สูงที่สุดในประเทศไทย
ในตำนานยังเชื่อว่ายอดเขานี้มีวิญญาณเทพยดามากมายสถิตอยู่ อีกทั้งนาค ครุฑ ยักษ์
คนธรรพ์ ที่วนเวียนมาเฝ้าปกปักรักษารอยพระพุทธบาทแห่งนี้ นับเป็นดินแดนมหามงคล
เชื่อกันว่าหากใครไปนมัสการครบ ๙ ครั้งจะได้บุญมหาศาล
จากบริเวณรอยพระพุทธบาทยังมีหินกลมเกลี้ยงรูปร่างแปลกตามากมายให้เดินชมเป็นระยะทางเกือบ
๑ กม. แต่ละจุดที่มีผู้คนมากมายมากราบไหว้บูชาขอพรนี้ มีชื่อเรียกต่างกันไป เช่น
สะพานชมทิวทัศน์ ลานอินทร์ ถ้ำแก้ว บาตรพระอานนท์ บาตรพระสีวลี
และจุดสุดท้ายของเส้นทางคือ ผ้าแดง
ช่วงเวลานี้ ด้านหนึ่งของเทือกเขาคิชฌกูฏ
ดอกโสกเขากำลังบานสะพรั่งแต่งแต้มสีสันไปทั้งราวป่า
เสมือนเป็นการบูชาองค์พระพุทธบาทบนยอดเขา
เช่นเดียวกับอีกด้านหนึ่งของขุนเขาที่คลื่นมหาชนผู้ศรัทธาจากทุกสารทิศต่างเดินทางมาจาริกแสวงบุญ
| เที่ยวตามคำขวัญ / นายรอบรู้ ซอกแซก |