ติดต่อเรา / หน้าแรก / ปีที่แล้ว
กรกฎาคม-สิงหาคม
07/2550

 

ตราประจำ จ. จันทบุรี

ภาพกระต่ายในดวงจันทร์ที่เปล่งรัศมีเรืองรอง
มาจากคำว่า “จันทร์” ตามชื่อเมืองจันทบุรี ส่วนกระต่ายนั้นเป็นของคู่กันกับดวงจันทร์ตามความเชื่อของคนไทย

เที่ยวเมืองไทยตามคำขวัญ จันทบุรี

(สกู๊ป)

ปีนเขาสูงเสียดฟ้า บูชาพระพุทธบาท ตามหาดอกโสก
ในป่าเขาคิชฌกูฏ

เรื่อง: ระพีพร มีบัณฑิต / ภาพ: วิจิตต์ แซ่เฮ้ง
 
หินบาตรคว่ำของพระพุทธเจ้า ตั้งอยู่ริมหน้าผา ส่วนที่อยู่บนลานข้างก้อนหินคือ รอยพระพุทธบาทขนาดใหญ่และเล็ก

ตามหาดอกโสกเขา...ราชินีแห่งผืนป่าตะวันออก
 

ปลายฤดูหนาวกลางเดือนกุมภาพันธ์ ฉันออกเดินทางพร้อมเพื่อนอีก ๒ คนสู่เมืองจันทบุรี จุดหมายคือป่าเขาคิชฌกูฏ เพื่อตามหาดอกโสกเขาที่กำลังเบ่งบานในช่วงเวลานี้และเพียงครั้งเดียวในรอบปี ว่ากันว่าดอกโสกเขานั้นงามเหลือเกิน จนมีผู้เปรียบเปรยว่าเป็นราชินีแห่งผืนป่าตะวันออก
 

อช. เขาคิชฌกูฏ


มีพื้นที่ประมาณ ๕๘ ตร.กม. หรือ ๓๖,๔๔๔ ไร่ อยู่ในเขต อ. มะขาม และกิ่ง อ. เขาคิชฌกูฏ จ. จันทบุรี มียอดเขาพระบาทพลวง สูง ๑,๐๙๖ ม. จากระดับน้ำทะเล เป็นยอดสูงสุด สภาพป่าเป็นป่าดิบชื้น มีพันธุ์ไม้สำคัญ เช่น ยาง กระบาก พะนอง ตะเคียน กฤษณา กระวาน กล้วยไม้เหลืองจันทบูร นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่ออย่างน้ำตกกระทิง น้ำตกคลองช้างเซ น้ำตกคลองไพบูลย์ เป็นต้น

 

เรามาถึงเมืองจันท์ในช่วงบ่าย และเลือกพักในตัวเมือง สายฝนปลายฤดูหนาวที่โปรยปรายมาตลอดวันแรกในเมืองจันท์ ทำให้ต้องยกเลิกโปรแกรมเดินทอดน่องชมเมือง เหลือแค่กินกับนอนเท่านั้น
 

วันรุ่งขึ้นเราตื่นนอนกันแต่เช้า ประเดิมมื้อเช้าที่ร้านข้าวแกงแสนตุ้ง ว่ากันว่าแกงป่าเจ้านี้ รสชาติเผ็ดร้อนถึงใจ หอมกลิ่นเครื่องเทศสมเป็นเมืองป่าดิบชื้นที่อุดมไปด้วยเครื่องเทศ พวกเราชิมแล้วต้องยกนิ้วให้ ขอการันตีว่าไม่ผิดหวังสมคำร่ำลือจริง ๆ
 

เมื่อท้องอิ่มก็ถึงเวลาเคลื่อนพลไป อช. เขาคิชฌกูฏ ซึ่งอยู่ใน กิ่ง อ. เขาคิชฌกูฏ ทันทีที่ย่างกรายเข้าเขตอุทยานฯ ฉันรู้สึกได้ถึงความสดชื่นสบายใจที่ได้เห็นสีเขียวและความชุ่มฉ่ำของต้นไม้ใบหญ้า จากปากทางเข้าไปไม่ไกลก็ถึงบริเวณที่ทำการอุทยานฯ ซึ่งมีนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและคนต่างชาติคึกคักกว่าทุกวัน เพราะเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์
 

ช่อดอกโสกเขาสีสันสดใส

 

โสกเขา


เป็นไม้ยืนต้น มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Saraca declinata (Jack.) Miq. จัดอยู่ในวงศ์ Leguminosae มีชื่อพื้นเมืองหลายชื่อ เช่น เข็มแดง ชุมแสงควน โรก สมโสก สาย โสกดอน เป็นต้น

โสกเขาที่เติบโตเต็มที่จะมีลำต้นสูงถึง ๓๐ ม. ออกดอกเป็นช่อที่ง่ามใบหรือปลายยอด กลีบดอกมีสีส้มอมแดง เขตการกระจายพันธุ์อยู่ในประเทศพม่า แถบภูมิภาคอินโดจีน คาบสมุทรมลายู และหมู่เกาะสุมาตรา ในประเทศไทยพบมากทางภาคตะวันออกและภาคใต้ บริเวณที่มีน้ำไหลผ่านและที่ลาดชันในป่าดิบชื้น ช่วงเวลาที่ออกดอกคือเดือน ธ.ค.-เม.ย.

นอกจากความสวยงามของดอกแล้ว รากของโสกเขายังมีสรรพคุณทางยา ใช้ต้มดื่มแก้พิษมึนเมาได้

 

“นั่นดอกโสกเขาใช่รึเปล่า” ฉันร้องถามเจ้าหน้าที่อุทยานฯ คนหนึ่ง พลางชี้ไปที่ต้นไม้ต้นหนึ่ง ขนาดไม่สูงมากนัก ออกช่อดอกสีส้มอมแดงเต็มต้นสะดุดตา และเมื่อรู้ว่านั่นคือสิ่งที่เรากำลังตามหา ฉันและเพื่อนแสดงความตื่นเต้นอย่างไม่อายสายตาใคร กรูกันเข้าไปดูใกล้ ๆ ดูเผิน ๆ ดอกโสกเขาคล้ายกับดอกเข็ม มีผีเสื้อและแมลงตัวน้อยโบยบินมาดูดน้ำหวานจากเกสร บริเวณนั้นมีต้นโสกเขาอีก ๓-๔ ต้นที่พร้อมใจกันชูช่อออกดอกแข่งกับกล้วยไม้เหลืองจันทบูรสีเหลืองสดใสที่อยู่ใกล้กัน
 

โอ้...งามเหลือเกิน...
 

“ขึ้นไปบนน้ำตกกระทิงโน่นสิ มีมากกว่านี้อีก”
 

น้ำตกกระทิงชั้นที่ ๘ ใน อช. เขาคิชฌกูฏ

 

เรารีบเดินขึ้นไปยังน้ำตกตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ทันที น้ำตกอยู่ห่างจากจุดที่เรายืนอยู่ไม่กี่ร้อยเมตร
 

น้ำตกกระทิงมีทั้งหมด ๑๓ ชั้น แต่ละชั้นห่างกันราว ๒๐ ม. ชั้นที่สวยที่สุดคือชั้นที่ ๘ และ ๙ ถ้ามีแรงเดินไปถึงชั้นที่ ๑๐ ก็จะถึงจุดชมทิวทัศน์ผืนป่ากว้างไกลสุดตา แต่เส้นทางเดินค่อนข้างลำบากพอสมควร ส่วนชั้นที่สูงกว่านั้นเป็นแดนอันตรายเกินกว่าที่จะอนุญาตให้นักท่องเที่ยวปีนป่ายขึ้นไปได้
 

พอไปถึงแค่ชั้นที่ ๕ พวกเราก็หอบแฮก ๆ กันซะแล้ว...
 

เราหยุดพัก แล้วลงไปแช่ในธารน้ำที่อยู่ท่ามกลางผืนป่าดิบเขียวขจีและดาวเด่นอย่างดอกโสกเขาที่เริ่มมีให้เห็นตลอดทาง บรรยากาศรายรอบงดงามราวภาพวาด
 

พอหายเหนื่อยเราก็ออกเดินทางต่อ หวังใจไว้ว่าจะต้องไปถึงชั้นที่ ๑๐ ให้ได้ ยิ่งสูงยิ่งได้เห็นดอกโสกเขาปรากฏโฉมสองข้างทางหนาตาขึ้นเรื่อย ๆ ซ้ายก็บานขวาก็บาน ฉันหลับตาจินตนาการไปถึงช่วงที่มันพร้อมใจกันบานสะพรั่ง เวลานั้นป่าผืนนี้จะงามเพียงใดหนอ
 

เดินไปคิดไป...อ้าวมาถึงชั้นที่ ๘ แล้วหรือนี่ !
 

ทิวทัศน์ชั้นนี้งามใช่ย่อย ผืนป่าทอดตัวกว้างไกลสุดสายตาไปจนสุดเส้นขอบฟ้า อดไม่ได้ที่จะนั่งทอดอารมณ์ชมธรรมชาติที่ชั้นนี้กันสักนิด แต่พระเจ้าไม่เป็นใจกับเราซะแล้ว อยู่ ๆ ฝนก็เทลงมา เราต้องพากันเดินจ้ำอ้าวลงมาข้างล่างเพราะกลัวน้ำป่า
 

แม้ท้ายที่สุดเราจะไปไม่ถึง “สวรรค์” ชั้นที่ ๑๐ แต่สำหรับฉันแล้ว คุ้มค่ามากกับการได้ยลโฉมงามดอกโสกเขา--ราชินีแห่งผืนป่าตะวันออก


ขึ้นเขาสูงเสียดฟ้า บูชาพระพุทธบาท
 

“ไม่ไปไหว้พระพุทธบาทบนเขาเหรอ ตอนนี้กำลังมีงาน มาถึงเมืองจันท์ทั้งที ต้องขึ้นไปให้ได้นะ”
 

เราต้องกลับมาที่ อช. เขาคิชฌกูฏอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น ก็เพราะคำเชิญชวนของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ คนเมื่อวาน
 

พระพุทธบาทที่ว่านี้อยู่บนยอดเขาคิชฌกูฏ ในเขต อช. เขาคิชฌกูฏนั่นเอง การเดินขึ้นเขาไปเองจากบริเวณที่ทำการอุทยานฯ นั้นทั้งไกลและอันตราย ชีวิตอาจจะหาไม่ก่อนวัยอันควร ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าและชาวบ้านนิยมกันคือทางรถยนต์ ซึ่งต้องไปขึ้นรถที่วัดพระบาทพลวง ก่อนถึงทางเข้า อช. เขาคิชฌกูฏ ประมาณ ๔ กม.
 

ทางรถยนต์ที่ขึ้นสู่ยอดเขานี้ หลวงพ่อเขียนหรือพระครูธรรมสรคุณ เจ้าอาวาสวัดกระทิง กิ่ง อ. เขาคิชฌกูฏ เป็นผู้นำให้มีการสร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๑๔ จนสำเร็จ และจัดให้มีงานปิดป่า เปิดงานนมัสการรอยพระพุทธบาทเป็นครั้งแรกในปีเดียวกัน ช่วงขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๓ ถึงแรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๔ หรือประมาณช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม
 

เราเดินทางมาถึงวัดพระบาทพลวงกันแต่เช้า บริเวณวัดคลาคล่ำไปด้วยผู้คน คะเนด้วยสายตาน่าจะเป็นพันเป็นหมื่นคน เรียกได้ว่าเป็นงานที่พุทธศาสนิกชนทั้งหลายตั้งหน้าตั้งตารอคอยเพื่อที่จะมาสักการะรอยพระพุทธบาทแห่งนี้
 

ผู้ที่ขับรถมาเองจะจอดรถไว้ที่วัดเพื่อมาใช้บริการรถโดยสารของวัด เนื่องจากทางขึ้นเขาเป็นลูกรังลาดชันที่ขรุขระและคดเคี้ยวมาก รถขึ้นเขาจึงเป็นรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อ ท้ายกระบะมีการต่อที่นั่งและโครงเหล็กอย่างมั่นคง หลังจากจ่ายเงินค่าโดยสารคนละ ๔๐ บาท พวกเราก็ขึ้นไปจับจองที่นั่งเหมาะ ๆ หวังจะได้นั่งกินลมชมวิวสวย ๆ ระหว่างทาง
 

แต่คุณเอ๋ย...ฉันต้องอกหักฝันสลายอีกครั้ง เมื่อรถทะยานออกจากจุดเริ่มต้น ขับเคลื่อนปีนเขาด้วยพลังล้อทั้งสี่ ฝุ่นก็เริ่มตลบ สองมือฉันต้องยึดเหนี่ยวกับลูกกรงรถไว้ให้มั่น ไม่ให้ร่างฉันต้องกระดอนกระเด็นออกจากตัวรถ ตาที่หวังจะได้มองวิวทิวทัศน์กลับต้องหลับปี๋ตลอดทาง จนมาถึงจุดต่อรถอีกช่วงหนึ่งที่เรียกว่าสถานีเจดีย์
 

สามกิโลเมตรเท่านั้นค่ะ...คุณขา...เป็นระยะทางสั้น ๆ ที่คนชราและสตรีมีครรภ์ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเดินทาง
 

เหตุที่ต้องเปลี่ยนรถเพราะรถคันที่นั่งมาจะต้องรีบกลับลงไปรับคลื่นมหาชนที่รออยู่บริเวณตีนเขา ไม่ให้ต้องรอนานจนหงุดหงิด อีกอย่างเพื่อไม่ให้รถใช้แรงมากเกินเพราะรถต้องขึ้นเขาตลอด
 

รถในช่วงที่สองนี้ดูแล้วไม่ต่างจากรถที่ขึ้นมาในช่วงแรก แต่เราต้องจ่ายค่าโดยสารคนละ ๕๐ บาท สงสัยเหมือนกันว่าทำไมแพงกว่าช่วงแรกตั้ง ๑๐ บาท
 

เมื่อได้เวลาออกเดินทาง จึงรู้ว่าทำไม ก็เพราะสภาพเส้นทางโหดกว่าช่วงแรก แถมยังไกลกว่าช่วงแรกคือมีระยะทาง ๕ กม. ในที่สุดเราก็มาถึงสถานีสีวลี จุดเริ่มต้นเดินเท้าขึ้นไปยอดเขา ระยะทางอีก ๑ กม. บริเวณสถานีเป็นลานกว้างใหญ่ มีเพิงร้านค้ามากมาย
 

สองข้างทางเดินเหลืองอร่ามไปด้วยกลีบดอกดาวเรืองที่ผู้มาบูชาพระพุทธบาทโรยไว้

 

ผู้คนทยอยกันเดินขึ้นสู่ยอดเขาไปบ้างแล้ว ระหว่างที่กำลังเดินขึ้นเขา ฉันสังเกตเห็นหลายคนที่เดินผ่านฉันไป นุ่งขาวห่มขาวอยู่ในอาการสำรวม ประนมมือในขณะที่เดิน บางคนก็โรยกลีบดอกดาวเรืองไปตามทางเพื่อเป็นการบูชาพระพุทธเจ้า จนสองข้างทางเหลืองอร่ามไปด้วยกลีบดอกไม้ จุดไหนที่มีหินรูปร่างประหลาด ชาวบ้านจะนำธูปไปปักค้ำหินนั้นไว้มากมาย โดยเชื่อว่าเป็นการค้ำจุนชะตาชีวิตให้มีอายุยืนยาว
 

ก้านธูปนับพันดอกถูกปักค้ำไว้ใต้ก้อนหิน ตามความเชื่อที่ว่าจะช่วยให้มีอายุยืนยาว

 

เวลาผ่านไป ๑ ชั่วโมงกว่า หลังจากที่ฉันต้องพาร่างอันบึกบึนของตัวเองสู้กับแรงดึงดูดของโลก เดินขึ้นที่สูงบนทางเดินที่ลาดชันมาก ตอนนี้ขาของฉันแทบก้าวไม่ออกแล้ว เหงื่อโซมกาย ในขณะที่ฉันหยุดยืนเพราะความเหนื่อย สายตาก็แหงนมองหาจุดหมาย พลางถามตัวเองในใจว่าจะไปถึงไหมหนอ คุณยายอายุประมาณ ๘๐ ปีบอกกับฉันด้วยน้ำเสียงให้กำลังใจว่า “อีกนิดเดียว พ้นบันไดไปก็ถึงแล้วลูกเอ๊ย”
 

เท่านั้นแหละ ฉันก็มีแรงฮึดขึ้นมาทันที คุณยายยังขึ้นมาได้ แล้วทำไมฉันจะขึ้นไม่ได้ !
 

รอยพระพุทธบาทบนยอดเขาคิชฌกูฏ

 

...แล้วฉันก็ตะเกียกตะกายขึ้นมาถึงยอดเขาจนได้ เบื้องหน้าคือลานหินกว้างใหญ่ ที่สะดุดตาบนความเลี่ยนโล่งนั้นคือ หินกลมเกลี้ยงขนาดมหึมาริมหน้าผา เหมือนมีใครตั้งใจยกมาวางไว้ ข้างหินก้อนโตนั้นเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปมากมายให้คนได้กราบไหว้ บนลานหินนั้นมีรอยพระพุทธบาทขนาดใหญ่และขนาดเล็กประดิษฐานอยู่ใกล้กัน ผู้ศรัทธาที่ดั้นด้นขึ้นมากำลังก้มกราบอย่างเนืองแน่น
 

ชาวบ้านเรียกเขาคิชฌกูฏที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทนี้ว่า “เขาพระบาท” และเรียกยอดสูงสุดว่า “ยอดเขาพระบาทพลวง” บางคนก็เรียกว่า เขาส่องกล้อง เขาห้างฝรั่ง เพราะมีเรื่องเล่าต่อ ๆ กันมาว่า ในสมัยที่ฝรั่งเศสยึดครองเมืองจันทบุรี ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ระหว่างปี พ.ศ. ๒๔๓๖-๒๔๔๗ ได้ใช้บริเวณยอดเขานี้เป็นที่ส่องกล้องดูข้าศึกทางทะเลนั่นเอง
 

มีตำนานเล่าว่า หินก้อนโตรูปร่างแปลกตาที่อยู่ริมหน้าผานั้นเป็นหินบาตรคว่ำของพระพุทธเจ้า ลานกว้างใหญ่นั้นเป็นลานแข่งรถพระอินทร์ ส่วนรอยพระพุทธบาทค้นพบเมื่อปี ๒๓๙๗ นับเป็นรอยพระพุทธบาทที่อยู่สูงที่สุดในประเทศไทย ในตำนานยังเชื่อว่ายอดเขานี้มีวิญญาณเทพยดามากมายสถิตอยู่ อีกทั้งนาค ครุฑ ยักษ์ คนธรรพ์ ที่วนเวียนมาเฝ้าปกปักรักษารอยพระพุทธบาทแห่งนี้ นับเป็นดินแดนมหามงคล เชื่อกันว่าหากใครไปนมัสการครบ ๙ ครั้งจะได้บุญมหาศาล
 

จากบริเวณรอยพระพุทธบาทยังมีหินกลมเกลี้ยงรูปร่างแปลกตามากมายให้เดินชมเป็นระยะทางเกือบ ๑ กม. แต่ละจุดที่มีผู้คนมากมายมากราบไหว้บูชาขอพรนี้ มีชื่อเรียกต่างกันไป เช่น สะพานชมทิวทัศน์ ลานอินทร์ ถ้ำแก้ว บาตรพระอานนท์ บาตรพระสีวลี และจุดสุดท้ายของเส้นทางคือ ผ้าแดง
 

ช่วงเวลานี้ ด้านหนึ่งของเทือกเขาคิชฌกูฏ ดอกโสกเขากำลังบานสะพรั่งแต่งแต้มสีสันไปทั้งราวป่า เสมือนเป็นการบูชาองค์พระพุทธบาทบนยอดเขา เช่นเดียวกับอีกด้านหนึ่งของขุนเขาที่คลื่นมหาชนผู้ศรัทธาจากทุกสารทิศต่างเดินทางมาจาริกแสวงบุญ
 

เที่ยวตามคำขวัญ / “นายรอบรู้” ซอกแซก