ติดต่อเรา / หน้าแรก / ปีที่แล้ว
กุมภาพันธ์-มีนาคม
02/2550

ตราประจำ จ. เชียงราย

เป็นรูปช้างหันด้านข้าง เหนือขึ้นไปเป็นลายเมฆ ที่ขอบเป็นลายกนก มีนาค ๒ ตัวไขว้อยู่ด้านล่าง ช้างนี้เป็นช้างมงคลของพญามังรายตามตำนานการสร้างเมืองเชียงราย

เที่ยวเมืองไทยตามคำขวัญ เชียงราย

(สกู๊ป)

แอ่วเมืองเชียงราย ท่องแดนเหนือสุดในสยาม

เรื่อง : นุ บางบ่อ
ภาพ : นุ บางบ่อ, ฝ่ายภาพสารคดี
 

สำหรับคนที่ชอบอากาศหนาวเย็นมากกว่าอากาศในฤดูไหนๆ เช่นผม พอมีเพื่อนมาชวนไปเที่ยวเมืองเหนือในช่วงนี้ เลยรู้สึกม่วนอกม่วนใจเป็นพิเศษ รีบค้นหาเสื้อกันหนาวตัวเก่งที่ปรกติใช้เพียงปีละไม่กี่วัน มาปัดฝุ่นทำความสะอาดเป็นการใหญ่ เตรียมไว้ใส่ไปโต้ลมหนาวในดินแดนเหนือสุดในสยาม จ. เชียงราย

ก่อนไปใครต่อใครบอกกับผมว่า สภาพอากาศบ้านเราจะเอาแน่เอานอนไม่ได้ เพราะเดี๋ยวสามวันร้อนเดี๋ยวสี่วันหนาว ให้ต้องปวดหัวเล่นอยู่บ่อย ๆ แต่อย่างไรก็ไม่มีสิ่งใดมาล้มความตั้งใจของผมได้อย่างแน่นอน

ในที่สุดวันเดินทางที่ผมตั้งหน้าตั้งตารอก็มาถึง เวลานั้นดวงอาทิตย์กลมโตสีส้มใกล้ลาลับขอบฟ้า เรารีบจัดแจงเก็บสัมภาระส่วนตัวพร้อมอุปกรณ์แคมปิงใส่ท้ายรถ ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่ จ. เชียงราย ท่ามกลางความพลุกพล่านของรถยนต์บนท้องถนน


๑.

ตัวเลขบนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือของผมบอกเวลา ๐๕.๓๐ น. มองออกไปนอกรถ สองข้างทางยังมืดมิด ไม่กี่นาทีต่อมาดวงอาทิตย์กลมโตก็เริ่มร่ายลีลาแห่งสีสันของมันอีกครั้ง ความหนาวเหน็บค่อยคลายตัวเป็นอากาศเย็นสดชื่นต้อนรับวันใหม่

รถของเราทะยานแหวกสายหมอกหนาและอากาศชื้นไปด้วยความรวดเร็ว ทันทีที่ทิวทัศน์รอบข้างสว่างไสว มองเห็นขุนเขาและทุ่งหญ้าเขียวเข้มได้ถนัดตา เราก็ถึงบ้านร่องขุ่น อ. เมือง อันเป็นที่ตั้งของวัดร่องขุ่น วัดบ้านเกิดของอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินชื่อดังชาวล้านนา ซึ่งท่านได้เข้ามาบูรณะวัดแห่งนี้ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๑ ด้วยการใช้ทุนทรัพย์ส่วนตัว


 
โบสถ์สีขาวที่ประดับลวดลายอย่างวิจิตร ผลงานของ อ. เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินชื่อดัง ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่กลางวัดร่องขุ่น

เมื่อก้าวเข้าไปภายในวัด ผมรู้สึกตื่นตาตื่นใจเป็นพิเศษกับความงามของโบสถ์สีขาวที่ประดับด้วยลวดลายปูนปั้นงดงามอ่อนช้อย เป็นรูปนาค มกร และสัตว์ในเทพนิยาย ถัดเข้าไปภายในโบสถ์ มีจิตรกรรมฝาผนังขนาดใหญ่เป็นภาพพระพุทธเจ้าในปางต่าง ๆ ที่มีลวดลายพลิ้วไหววิจิตรบรรจง เป็นที่ร่ำลือในหมู่นักท่องเที่ยวว่างามดั่งเนรมิต เมื่อได้มาเห็นกับตาก็รู้ว่าคำกล่าวนี้เป็นจริงโดยไม่ต้องใช้จินตนาการ


 

แม้กาลเวลาจะล่วงเลยไปหลายปี แต่โบสถ์วัดร่องขุ่นก็ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ เนื่องจากอาจารย์เฉลิมชัยประกาศไม่รับเงินบริจาคจากใครเกิน ๑๐,๐๐๐ บาทตามเจตนารมณ์ของวัด และห้ามนำชื่อผู้บริจาคมาติดไว้ภายในวัดเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของเช่นวัดอื่น ๆ ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดในการร่วมทำบุญและสนับสนุนผลงานของอาจารย์ น่าจะเป็นการซื้อหนังสือ โปสการ์ด เสื้อพิมพ์ภาพผลงานจิตรกรรมชิ้นเยี่ยมของอาจารย์ ซึ่งนอกจากจะได้บุญกุศลแล้ว ยังได้ผลงานของอาจารย์เก็บไว้เป็นที่ระลึกอีกด้วย

จากนั้นเราบึ่งรถมุ่งหน้าสู่ใจกลางเมืองเชียงรายเพื่อแวะชมวัดพระแก้ว วัดเก่าแก่ที่มีการค้นพบพระแก้วมรกต หรือพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ซึ่งปัจจุบันประดิษฐานอยู่ ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) กรุงเทพฯ ตามตำนานเล่าว่า ในปี พ.ศ. ๑๙๗๗ ฟ้าได้ผ่าเจดีย์ร้างองค์หนึ่ง จนชาวบ้านได้พบพระพุทธรูปลงรักปิดทองอยู่ในเจดีย์ ต่อมารักที่ปิดอยู่ได้กะเทาะออกมา จึงพบว่าเป็นพระพุทธรูปหยกสีเขียว ซึ่งก็คือพระแก้วมรกตนั่นเอง ในเวลาต่อมาชาวเมืองเชียงรายจึงเรียกชื่อวัดนี้ว่าวัดพระแก้ว


 
พระหยกเชียงราย ประดิษฐานที่วัดพระแก้ว

มาถึงที่นี่แล้วไม่ควรพลาดนมัสการพระหยกเชียงราย พระพุทธรูปองค์สำคัญของ จ. เชียงราย สร้างขึ้นเนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีมีพระชนมายุครบ ๙๐ พรรษา พระองค์ได้พระราชทานนามพระพุทธรูปหยกองค์นี้ว่า “พระพุทธรัตนากรนวุติวัสสานุสรณ์มงคล” มีความหมายว่าพระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นอากรแห่งรัตนะ และโปรดเกล้าฯ ให้เรียกนามสามัญว่า “พระหยกเชียงราย” พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประกอบพิธีพุทธาภิเษก ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๔ และชาวเมืองได้อัญเชิญมาประดิษฐานไว้ที่นี่


๒.

ไหว้พระทำบุญกันอิ่มอกอิ่มใจเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาขึ้นไปโต้สายลมหนาวบนดอยตุงบ้าง พวกเราตกลงกันว่าจะแวะไปนมัสการพระธาตุดอยตุงเป็นอันดับแรก พระธาตุดอยตุงตั้งอยู่บนดอยสูง เป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่สำคัญเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนปีกุนอีกด้วย


 
ยามเช้าริมแม่น้ำโขง อ. เชียงแสน สามเหลี่ยมทองคำ

ยืนรับสายลมหนาวบนดอยสูงกันจนหายเหนื่อย ไม่นานนักก็ออกเดินทางไปชมพระตำหนักดอยตุง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาดอยตุง ตั้งอยู่บนเทือกเขานางนอน มองเห็นทิวเขาสลับซับซ้อนคล้ายทิวทัศน์ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แวดล้อมไปด้วยดอกไม้เมืองหนาวบานสะพรั่งต้อนรับผู้มาเยือนตลอดปี


 
ทิวทัศน์ขุนเขาสลับซับซ้อนบนดอยตุง

พระตำหนักดอยตุงเริ่มก่อสร้างเมื่อปี ๒๕๓๐ เพื่อเป็นที่ประทับของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หลังพระชนมายุ ๙๐ พรรษา แทนการเสด็จฯ ไปประทับที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ภายหลังการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จย่า พระตำหนักดอยตุงได้รับการอนุรักษ์ไว้และเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าเที่ยวชม

สถาปัตยกรรมของพระตำหนักดอยตุงเป็นการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมแบบล้านนากับบ้านพื้นเมืองของสวิส สร้างบนไหล่เขา มองเห็นทิวทัศน์ได้ไกลสุดสายตา พระตำหนักมี ๒ ชั้นและชั้นลอย ชั้นบนแยกเป็น ๔ ส่วน แต่เชื่อมต่อกันเป็นอาคารหลังเดียว ที่โดดเด่นสะดุดตาคือ กาแลและไม้แกะสลักเป็นเชิงชายลายเมฆไหลที่อ่อนช้อยโดยรอบ ภายในพระตำหนักล้วนใช้ไม้สนและไม้ลังที่ใส่สินค้า เป็นเนื้อไม้สีอ่อนที่สวยงาม จุดน่าสนใจอีกจุดที่ชมได้อย่างไม่รู้เบื่อคือ เพดานภายในท้องพระโรงซึ่งแกะสลักขึ้นจากไม้สนภูเขา เป็นรูปกลุ่มดาวต่าง ๆ ล้อมรอบระบบสุริยะ ส่วนบริเวณผนังเชิงบันได แกะสลักเป็นพยัญชนะไทยพร้อมภาพประกอบ

นอกจากพระตำหนักดอยตุงแล้ว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวน่านสนใจให้ชมหลายแห่ง เช่น สวนแม่ฟ้าหลวง หอพระราชประวัติ เป็นต้น


 
พระตำหนักดอยตุง

ห้าโมงเย็น เราเดินทางลงจากดอยตุงไปตามทางหลวงหมายเลข ๑ ประมาณ ๑๕ กม. เท่านั้น ก็มาถึงวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เชิงเทือกเขานางนอนที่แวดล้อมไปด้วยผืนป่าร่มครึ้ม เงียบสงบ

ค่ำคืนนี้เราแวะกางเต็นท์ค้างแรมกันที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวของวนอุทยานฯ หลังจัดการอาหารมื้อค่ำสุดแสนอร่อย พวกเราก่อกองไฟ นั่งเล่นนอนเล่นพูดคุยกันถึงเรื่องราวการเดินทางอย่างสนุกสนานท่ามกลางป่าเขา แว่วเสียงนกกลางคืนร้องมาเป็นระยะ ...บรรยากาศเพลิดเพลินอย่างนี้แหละครับที่ทำให้ผมยังนอนไม่หลับทั้ง ๆ ที่เหน็ดเหนื่อยมาตลอดวัน แต่เมื่อได้เสียงบรรเลงแห่งพงไพรขับกล่อมไปเรื่อย ๆ ผมก็ผล็อยหลับไปในที่สุด


๓.

เช้าวันใหม่สายหมอกฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณลานกางเต็นท์ อากาศเย็น จนต้องหาเครื่องดื่มร้อน ๆ มาช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย พอเก็บของเรียบร้อยพวกเราก็ออกเดินทางไป อ. แม่สาย อำเภอชายแดนเหนือสุดของประเทศไทย

เมื่อดั้นด้นมาถึงแล้วพวกเราก็รีบไปถ่ายรูปกับป้าย “เหนือสุดยอดในสยาม” คนละแชะสองแชะทันที เพื่อเอาไว้ไปอวดเพื่อน ๆ ที่กรุงเทพฯ จากนั้นก็มุ่งหน้าเดินไปชอปปิงที่ตลาดแม่สาย ตลาดชายแดนไทย-พม่าที่มีชื่อเสียงในหมู่นักเดินทางมานานหลายสิบปี เนื่องจากเป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าราคาถูกนานาชนิดที่เข้ามาจากประเทศจีน นักท่องเที่ยวชาวไทยเมื่อมาถึงที่นี่แล้วมักจะข้ามฟากไปฝั่งพม่าด้วย แต่ภายหลังเกิดปัญหาการรบพุ่งระหว่างรัฐบาลพม่ากับกองกำลังชนกลุ่มน้อย และกลายเป็นปัญหาความขัดแย้งระหว่างสองประเทศ รวมทั้งปัญหายาเสพติด จึงทำให้การผ่านแดนไปฝั่งพม่าเป็นไปอย่างเข้มงวด คนไทยจึงต้องเสียเวลากรอกเอกสารยื่นเรื่องขอใบผ่านแดนก่อน โดยนักท่องเที่ยวจะต้องนำบัตรประชาชนหรือบัตรที่ทางราชการออกให้ และมีภาพถ่ายเจ้าของบัตร ติดต่อทำใบผ่านแดนชั่วคราวที่จุดผ่านแดนเชิงสะพานแม่สาย หรือที่ป้อมหน้าที่ว่าการ อ. แม่สาย เสียค่าใช้จ่าย ๔๐ บาทต่อคน ใบผ่านแดนนี้ใช้ได้ครั้งเดียว และอยู่ในเขตพม่าได้ ๗ วัน ในรัศมีไม่เกิน ๕ กม. จากชายแดน

สินค้าที่คนไทยนิยมข้ามฝั่งไปซื้อจากพม่า คือ เห็ดหอม หมึกแห้ง กุ้งแห้ง กระเพาะปลา ฯลฯ ที่สำคัญอย่าเผลอไปซื้อสินค้าที่ทางการไม่อนุญาตให้นำเข้า เช่น ซากสัตว์ป่า บุหรี่ เหล้า ซีดีเพลง วีซีดี คาราโอเกะ เพราะอาจโดนยึดสินค้าหรือถูกจับได้


 
เต็นท์หลากสีสัน ที่วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน

จากอำเภอแม่สายไปตามทางหลวงสาย ๑๒๙๐ ใช้เวลาเดินทางประมาณ ๔๕ นาที เราก็มาถึงสามเหลี่ยมทองคำ หรือที่เรียกกันว่า สบรวก ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำโขงและแม่น้ำรวกไหลมาบรรจบกัน บริเวณนี้เราสามารถมองเห็นสันดอนทราย และพื้นที่รอยต่อ ๓ ประเทศ คือ ไทย ลาว และพม่า รวมทั้งมีร้านจำหน่ายของที่ระลึกเรียงรายสองข้างทางให้เลือกซื้อเลือกหาเป็นของฝากได้อย่างเพลิดเพลิน

เส้นทางการท่องเที่ยวในเมืองเชียงรายครั้งนี้ นอกจากจะชวนเพลิดเพลินเจริญใจเป็นอย่างมากแล้ว บรรยากาศแห่งรอยยิ้ม มิตรภาพ และความอบอุ่นของผองเพื่อนท่ามกลางสายลมหนาวที่ผมรอคอยมาหลายเพลา ก็สร้างความประทับใจไม่รู้ลืม


เที่ยวตามคำขวัญ / เทศกาล-ประเพณี / คุณบอกมา