(สกู๊ป)
เยือนลำปางยามหนาว
ชมความผูกพันคนกับช้างที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย
เรื่องและภาพ : จารุภัทร วิมุตเศรษฐ์
อากาศเย็นสบายในยามต้นหนาวแบบนี้ ไม่มีอะไรน่าพิสมัยไปกว่าการแพ็กกระเป๋าเดินทางไปสัมผัสไอเย็นของม่านหมอกแห่งเมืองเหนือ พร้อมชี้ชวนกันชมดอกไม้เมืองหนาวหลากสีสันที่พร้อมใจกันบานสะพรั่งในยามนี้
เส้นทางขึ้นเหนือคราวนี้ดูคึกคักเป็นพิเศษ เพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต่างมุ่งหน้าสู่งานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ จ. เชียงใหม่ สำหรับผมแล้ว แม้ใช้เส้นทางถนนพหลโยธินซึ่งมุ่งตรงสู่ภาคเหนือเช่นกันกับหลาย ๆ คน แต่จุดหมายปลายทางกลับอยู่ที่เมืองเล็ก ๆ ที่มีความน่าสนใจและมีเสน่ห์ดึงดูดให้ต้องไปเยือน
คนกับช้างและเมืองลำปาง
ว่ากันว่าลำปางเป็นเมืองที่มีภาพลักษณ์เกี่ยวพันกับสัตว์ถึง ๓ ชนิดด้วยกัน หนึ่งคือ ม้า เพราะลำปางเป็นเพียงจังหวัดเดียวในประเทศไทยที่ยังคงใช้รถม้าเป็นพาหนะในการเดินทาง ปัจจุบันมีไว้สำหรับบริการนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ
สองคือ ไก่ ใครก็ตามที่ได้มาแอ่ว (เที่ยว) เมืองลำปาง แม้จะไม่ช่างสังเกตเอาเสียเลย แต่อย่างน้อยก็ต้องได้เห็นไก่สักครั้งที่นี่ อาจเป็นรูปปั้นไก่ที่ยืนโก่งคออยู่ที่ป้ายชื่อถนนเหนือน้ำตกหน้าเทศบาล หรือแม้แต่ของฝากชื่อดังระดับประเทศอย่างชามตราไก่
และสามคือ ช้าง สัตว์สี่เท้าขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
ช้างมีความเกี่ยวพันกับเมืองลำปางอย่างไร กล่าวได้ว่าในยุคที่การทำไม้ในภาคเหนือเฟื่องฟูเมื่อ ๑๐๐ ปีที่แล้ว บริษัทที่ได้สัมปทานไม้ในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นของชาวอังกฤษ บริษัทเหล่านี้ได้ว่าจ้างชาวอินเดียและชาวพม่าซึ่งมีความชำนาญในการทำไม้เข้ามาในไทย ทั้งชาวอินเดียและชาวพม่าซึ่งแต่เดิมเคยใช้ช้างทำไม้อยู่ก่อนแล้ว จึงได้นำเอาช้างมาเป็นแรงงานในการชักลากไม้ และนั่นถือเป็นจุดเริ่มต้นของการทำไม้ในประเทศไทย นับจากนั้นช้างกับเมืองลำปางจึงมีความผูกพันกันเรื่อยมา
เด็ก ๆ ในภาคเหนือบางถิ่นมีความคุ้นชินกับช้างที่เป็นแรงงานในอุตสาหกรรมการทำไม้มายาวนาน สมัยผมยังเด็ก ก็เคยมีเพื่อนบ้านที่เลี้ยงช้างไว้ใช้แรงงานชักลากซุงออกจากป่า ในวันเวลาที่เทือกเขาดงดอยยังอุดมไปด้วยไม้ใหญ่นานาพันธุ์ หลายสิบปีผ่านไป ป่าที่เคยรกทึบกลายเป็นเขาหัวโล้นหรือดอยดินแดง สวนส้ม สวนยาง รุกคืบเข้าไปเรื่อย ๆ ผืนป่าใหญ่สูญไปนานแล้ว พร้อมกับภาพชีวิตของช้างและคนเลี้ยงช้างก็ค่อย ๆ เลือนหายไป
ทุกวันนี้เราจะเห็นควาญช้างจูงช้างออกเร่ร่อนตามท้องถนนในเมืองใหญ่ หรือตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยวซื้ออาหารป้อนช้าง ถ่ายรูปกับช้าง หรือลอดท้องช้าง อันเป็นการแสวงหารายได้อีกทางหนึ่ง โดยลืมคิดไปว่า บ้านของช้างคือป่า ช้างต้องทนทุกข์ทรมานมากแค่ไหนกับการย่ำเดินบนพื้นซีเมนต์ที่ร้อนระอุ ไม่ได้กินน้ำและอาหารมากเท่าที่ร่างกายต้องการ ซ้ำยังถูกรถชนได้รับบาดเจ็บก็มีมาก
ภาพความผูกพันของคนกับช้างนับวันจึงหาดูยากขึ้นทุกที แต่ที่นี่ยังหลงเหลือภาพเหล่านั้นให้ได้ชม เพราะพื้นที่ อ. ห้างฉัตร จ. ลำปางนั้นเป็นที่ตั้งของศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย แหล่งรวบรวมความรู้เกี่ยวกับช้างที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ
คุณนิปกรณ์ สิงหพุทธางกูร หัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไป สถาบันคชบาลแห่งชาติ เล่าถึงความเป็นมาของการก่อตั้งศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยว่า
องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) ได้จัดตั้งโรงเรียนฝึกลูกช้างแห่งแรกของโลก เมื่อปี ๒๕๑๒ ที่บ้านปางหละ อ. งาว จ. ลำปาง เพราะในช่วงนั้นทางหน่วยงานมีช้างอยู่ในความดูแลราว ๒๐๐-๓๐๐ เชือก และมีลูกช้างเกิดใหม่ทุกปี
ลูกช้างมีนิสัยซุกซนเหมือนเด็ก ชอบขึ้นไปเล่นบนซุงขณะที่ช้างเชือกอื่นกำลังลากซุงอยู่ จึงอาจถูกซุงทับได้รับอันตราย หรือบางครั้งเจองูพิษก็ไม่หนี กลับแหย่เล่นเห็นเป็นของสนุก ลูกช้างจึงถูกงูพิษกัดตายไปมากต่อมาก สิ่งเหล่านี้ได้ถูกนำมาพิจารณาในการจัดทำหลักสูตรฝึกลูกช้างหลังจากหย่านมตอนอายุ ๓ ปี เพื่อให้เชื่อง เชื่อฟังคำสั่ง และสามารถป้องกันตัวเองจากสัตว์ร้าย
ต่อมาในปี ๒๕๓๒ รัฐบาลได้ออกกฎหมายปิดป่าทั่วประเทศ ช้างทำไม้ทั้งของรัฐและเอกชนจึงตกงาน ช้างจำนวนมากได้กลับคืนสู่ศูนย์ฝึกลูกช้าง จนเกิดปัญหาความแออัด ปี ๒๕๓๔ เราจึงย้ายศูนย์ฝึกลูกช้างไปอยู่ที่ อ. ห้างฉัตร และจัดตั้งเป็นศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย ศูนย์แห่งนี้นอกจากใช้เป็นสถานที่ฝึกลูกช้าง ดูแลช้างแล้ว ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งรวบรวมข้อมูลความรู้เกี่ยวกับช้าง
จนกระทั่งเมื่อปี ๒๕๔๕ ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยได้พัฒนาไปเป็นสถาบันคชบาลแห่งชาติ และขยายขอบเขตงานอนุรักษ์ช้างให้กว้างขวางขึ้น
ชมการแสดงความสามารถของช้างกับควาญช้าง
บนเส้นทางลำปาง-เชียงใหม่ในช่วงต้นฤดูหนาว ผมกำลังเดินชมทัศนียภาพบริเวณศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย อ. ห้างฉัตร บนเนื้อที่กว้างขวางเกือบ ๘๐๐ ไร่ ซึ่งอยู่ติดกับผืนป่าทุ่งเกวียน สภาพแวดล้อมโดยรอบเป็นขุนเขาปกคลุมด้วยป่าสักที่มีมาแต่เดิม น้ำในลำห้วยแม่สันไหลรินไม่ขาดสาย ทำให้บรรยากาศรอบตัวสดชื่นเย็นสบาย
 |
| ควาญนำช้างสาธิตการชักลากซุง |
![]() |
ด้วยตั้งใจว่าจะมาชมการแสดงของช้าง ผมจึงตัดใจละสายตาจากความงามเบื้องหน้า รีบเดินไปเข้าคิวซื้อตั๋วเพื่อเข้าชมการแสดงความสามารถของช้าง ในราคาใบละ ๕๐ บาท แถมหางบัตรยังนำไปใช้แลกอ้อยไว้ป้อนช้างหลังจบการแสดงได้ด้วย
ช้างเป็นสัตว์ฉลาด มีความจำเป็นเลิศเมื่อเทียบกับสัตว์ชนิดอื่น ๆ นักท่องเที่ยวจะได้ชมการแสดงความสามารถของช้างเต็มอิ่ม ๓๐ นาที ในรอบนี้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ทุกคนต่างเลือกจับจองที่นั่งชมบนอัฒจันทร์กันตามอัธยาศัย ผมเลือกที่จะนั่งแยกตัวออกมาจากฝูงชน เพราะอยากเห็นทั้งความน่ารักของช้างและอากัปกิริยาของผู้ชมในคราวเดียวกัน
ไม่กี่นาทีถัดมา การแสดงของช้างก็เริ่มต้นขึ้น ควาญบังคับช้างทั้งหมดมายืนเข้าแถวที่ลานแสดงโดยพร้อมเพรียง จากนั้นลูกช้างเชือกหนึ่งเดินออกมาทำพิธีเชิญธงขึ้นสู่ยอดเสา โดยใช้งวงสาวเชือก บรรยากาศคล้ายกับนักเรียนยืนตรงเข้าแถวเคารพธงชาติ ส่วนช้างที่ยังไม่ถึงคิวแสดง ควาญช้างก็จะพาออกไปพักตามสุมทุมพุ่มไม้รอบ ๆ ขณะที่ในลานแสดงนั้น ควาญช้างกำลังสั่งให้ช้างปฏิบัติตามคำสั่งต่าง ๆ เช่น ถอนสายบัว ทักทายผู้ชม ใช้งวงเก็บของจากพื้น สวมหมวกให้ควาญ เป็นต้น ความน่ารักแสนรู้ของพวกมันเรียกเสียงปรบมือจากผู้ชมเกรียวกราว
ถึงแม้ช้างจะไม่ได้ทำหน้าที่ชักลากซุงอีกแล้วนับจากนโยบายปิดป่าเป็นต้นมา แต่ก็ยังมีการฝึกให้ช้างชักลากไม้เพื่อใช้ในการแสดง เช่น ใช้งวงดุนไม้ กลิ้งไม้ ฝึกก้าวเดินบนขอนไม้ ลากซุง รวมถึงใช้งาและงวงยกซุงไปกองรวมกัน นอกจากนี้ยังมีการแสดงความสามารถทางดนตรีและศิลปะของช้าง ได้แก่ การเล่นอังกะลุงและการใช้งวงวาดภาพ แต่ที่น่ารักและประทับใจผมที่สุดก็คือ การที่ช้างล้มตัวลงนอนหลับนิ่ง ซึ่งเป็นอากัปกิริยาที่หาชมได้ยาก เพราะในชีวิตจริงพวกมันใช้เวลานอนไม่กี่ชั่วโมง
 |
| นักท่องเที่ยวให้อ้อยเป็นรางวัลแก่ช้างที่แสดงความสามารถใช้งวงจับพู่กันวาดภาพ |
![]() |
การแสดงของช้างนอกจากจะทำให้เห็นความฉลาดของพวกมันแล้ว ยังแสดงถึงความรักความผูกพันระหว่างควาญช้างกับช้าง ที่สามารถสื่อสารกันได้ราวกับพูดภาษาเดียวกัน
เมื่อจบการแสดง ควาญจะบังคับช้างทุกเชือกเข้ามาใกล้อัฒจันทร์เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ป้อนของโปรดอย่างกล้วย อ้อย พร้อมถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ส่วนใครอยากสัมผัสกับช้างอย่างใกล้ชิด ก็สามารถใช้บริการขี่ช้างเที่ยวชมบริเวณศูนย์ฯ และเยี่ยมชมหมู่บ้านควาญช้าง ซึ่งบางช่วงอาจต้องลุยไปในลำธาร สร้างความตื่นเต้นให้แก่นักท่องเที่ยวไม่น้อยทีเดียว
หากนักท่องเที่ยวมีเวลามากพอ และต้องการเรียนรู้วิถีชีวิตของช้างกับควาญช้าง ที่นี่ก็มีบ้านพักแบบโฮมสเตย์ไว้บริการ โดยนักท่องเที่ยวจะได้อาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกับควาญช้าง เรียนรู้วิถีชีวิตของควาญช้าง ตลอดจนข้อปฏิบัติต่าง ๆ
งานสะโตกช้าง นครลำปาง
การมาเยือนศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยครั้งนี้ถือเป็นโชคดีสองชั้นของผม เพราะนอกจากได้ชมการแสดงความสามารถของช้างแล้ว ยังได้มีโอกาสเข้าร่วมงานสะโตกช้าง หรืองานเลี้ยงขันโตกช้าง ซึ่งจัดขึ้นทุกปีในช่วงวันศุกร์, เสาร์, อาทิตย์แรกของเดือนธันวาคม
 |
| สะโตกช้างขนาดมหึมา |
![]() |
งานสะโตกช้างมีแนวคิดเริ่มต้นมาจากวัฒนธรรมการต้อนรับแขกด้วยอาหารบนขันโตกของคนเหนือ แต่ไม่ว่าอะไรที่เกี่ยวข้องกับช้างละก็ มันจะพากันใหญ่โตมโหฬารไปหมด งานสะโตกช้างก็เช่นเดียวกัน มีการประยุกต์ขันโตกให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เรียกว่า สะโตก ขนาดใหญ่ ๓ เมตร กว้าง ๕ เมตร สะโตกแต่ละใบใส่ผักผลไม้นานาชนิดให้ช้างกิน ได้แก่ กล้วย อ้อย มะละกอ แตงโม แตงกวา สับปะรด ถั่วฝักยาว และยังมีการเลี้ยงขันโตกแก่คนที่มาเที่ยวงานด้วย
 |
| ช้างอิ่มหนำสำราญกับผักผลไม้นานาชนิด |
![]() |
ในช่วงบ่ายมีขบวนแห่ช้าง โดยช้างแต่ละเชือกได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม มีหญิงชายในชุดล้านนา ทั้งที่อยู่บนหลังช้างและถือฉัตรนำหน้าขบวน เข้าสู่ลานแสดงที่มีนักท่องเที่ยวรอชมอยู่
หลังจากขบวนแห่อันอลังการแล้ว ก็เป็นการแข่งกีฬาสีของช้าง อันได้แก่ แข่งวิ่งอ้อมสิ่งกีดขวาง แข่งเหยียบลูกโป่ง แข่งโยนลูกบอลลงตะกร้า แข่งเตะฟุตบอลโดยการดวลจุดโทษ ถึงตรงนี้ผู้ชมต่างมีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ บ้างก็ปรบมือเชียร์นักกีฬา แต่ผลสุดท้ายจะแพ้ชนะไม่สำคัญ เพราะอย่างไรช้างทุกเชือกก็ได้ร่วมวงกินอาหารมื้อใหญ่อย่างเปรมปรีดิ์
 |
| ขบวนแห่ช้างที่ตกแต่งอย่างสวยงาม |
![]() |
นักท่องเที่ยวหลายคนมีความสุขที่ได้ชมความน่ารักแสนรู้ของช้าง รวมทั้งตัวผมด้วย ให้นึกเสียดายว่าประเทศชาติของเราควรจะดูแลช้างและปกป้องภูมิปัญญาของควาญช้างให้อยู่คู่กับคนไทย ก่อนที่จะสูญหายไปกับการแสวงหากำไรจากสัตว์ชนิดนี้ ข่าวการลักลอบส่งช้างไปยังต่างประเทศเมื่อเร็ว ๆ นี้ แม้จะอ้างเหตุผลร้อยแปดหรือยกถ้อยคำสวยหรูปานใดมาอธิบาย แต่หลายคนก็รู้อยู่แก่ใจว่า นั่นคือ การขายช้าง-ขายสมบัติของชาติ
วันนี้ คุณค่าและความหมายของช้างในใจใครหลายคนอาจเปลี่ยนแปลงไปจากอดีต แต่ผมยังรู้สึกไม่ต่างกับเมื่อครั้งยังเด็ก ว่าช้างเป็นสัตว์ที่ยิ่งใหญ่ ทั้งน่ารัก อ่อนโยน และมีพลังรับรู้บางสิ่งบางอย่างเหนือความเข้าใจของคนทั่วไป ดังที่คุณนิปกรณ์บอกกับผมว่า
ช้างมีสัมผัสลึกลับ ช้างรู้ว่าใครมาดีมาร้าย ช้างฝึกจิตใจคนได้ คนขี่ช้างจะรู้ว่าตัวเองจิตใจดีแค่ไหน
ค่าเข้าชมการแสดงช้าง
ผู้ใหญ่ ๕๐ บาท เด็ก ๒๐ บาท
เปิดการแสดงทุกวัน วันละ ๓ รอบ เวลา ๑๐.๐๐ น., ๑๑.๐๐ น. และ ๑๓.๓๐ น.
ติดต่อ โทร. ๐-๕๔๒๒-๘๑๐๘, ๐-๕๔๒๔-๗๘๗๑-๖
ตราประจำ จ. ลำปาง
รูปไก่ขาวในซุ้มประตูวัดพระธาตุลำปางหลวง ตามตำนานเชื่อว่าไก่ขาวเป็นอารักษ์ประจำเมือง