ตราประจำจังหวัด

เที่ยวทั่วไทยไปกับ “นายรอบรู้” พฤษภาคม-มิถุนายน

เที่ยวเมืองไทยตามคำขวัญ อุทัยธานี

เที่ยวทั้วไทย กับ "นายรอบรู้"

ตราประจำ จ. อุทัยธานี

รูปพลับพลาจัตุรมุข ซึ่งมีหน้าบันเป็นตราจักรี ในศาลาเป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก เบื้องหลังคือยอดเขาสะแกกรัง

(สกู๊ป)

ปลาแรด เรือนแพ แม่น้ำสะแกกรัง ของคู่เมืองอุทัย

เรื่อง : ธนปกรณ์ สุขสาลี
ภาพ : ประเวช ตันตราภิรมย์
 
เรือนแพริมฝั่งแม่น้ำสะแกกรัง บางหลังเลี้ยงปลาแรดในกระชัง

เช้าตรู่ แผ่นฟ้าเบื้องตะวันออกกำลังทอแสงสีทอง สะท้อนผิวน้ำในแม่น้ำสะแกกรังดูระยิบระยับ บรรยากาศเงียบสงบ ไม่มีเรืออื่นใดสักลำแล่นผ่านมา เราลงเรือหางยาวลำเล็ก แล้วหยิบเสื้อชูชีพมาสวมใส่เพื่อความไม่ประมาท เรือแล่นออกจากท่าหน้าศาลากลางจังหวัดอุทัยธานี มุ่งหน้าสู่กลางลำน้ำสะแกกรัง เพื่อพาพวกเราไปเที่ยวชมแหล่งเลี้ยงปลาแรดที่ขึ้นชื่อว่าอร่อยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ

ขณะล่องเรือชมภาพวิถีชีวิตชาวแพอันสงบเบื้องหน้า พวกเราได้รับความสดชื่นจากสายลมเย็นที่พัดโชยมาเป็นระยะ ๆ ตลอดลำน้ำที่เรือของเราแล่นผ่านไป มีเรือนแพจอดนิ่งเรียงรายแน่นขนัด บางหลังมีนอกชานไว้สำหรับอาบน้ำและลงเรือ บางหลังอายุเก่าแก่นับศตวรรษ และบางหลังก็ถูกทิ้งร้างว่างเปล่า... แพแต่ละหลังมีกอเตยใหญ่ขึ้นอยู่บนผิวน้ำเต็มไปหมด เพราะนอกจากเลี้ยงปลาแรดในกระชังแล้ว เขายังตัดเตยขายกันอีกด้วย ความเขียวขจีของกอเตยช่วยทำให้เรือนแพงดงามดุจภาพวาด ซึ่งถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของลำน้ำสะแกกรัง

วงเวียนปลาแรดย่านใจกลางเมืองอุทัย

ผู้ใหญ่ปัญญา ขันการขาย ไกด์นำทาง บอกเล่าถึงเรื่องราววิถีชีวิตชาวแพริมแม่น้ำสะแกกรังให้ฟังว่า

“สมัยก่อนมีแพจอดริมฝั่งสะแกกรังเยอะกว่านี้นัก แต่เมื่อถึง พ.ศ. ๒๕๐๐ ชาวแพจำนวนมากต่างก็ทยอยอพยพขึ้นบก เพราะถูกกล่าวหาว่าทำให้แม่น้ำสกปรก โดยเฉพาะแพที่เลี้ยงปลา แต่ความจริงแล้วน้ำทิ้งจากบ้านเรือนบนฝั่งต่างหากที่ทำให้แม่น้ำสกปรก ทุกวันนี้ชาวแพก็ไม่รู้จะอยู่เรือนแพกันไปอีกนานเท่าใด เพราะราคาลูกบวบไม้ไผ่รองแพนั้นแพงขึ้นทุกวัน ปัจจุบันเหลือเรือนแพที่ขึ้นทะเบียนบ้านไว้กับเทศบาลประมาณ ๓๐๐ กว่าครัวเรือน ซึ่งชาวแพส่วนใหญ่ยึดอาชีพเลี้ยงปลาในกระชัง”

ป้ายชื่อถนนในตัวเมืองอุทัย เป็นรูปปลาแรด

สักพักหนึ่ง เรือของเราก็แล่นลอดใต้สะพานปูนเล็ก ๆ ที่เชื่อมคนสองฝั่งให้ข้ามไปมาหาสู่กันโดยไม่ต้องใช้เรือข้ามฟาก ฟากหนึ่งเป็นที่ตั้งตลาดสดเทศบาล ที่ในช่วงเช้าและเย็นจะมีบรรยากาศการค้าขายที่คึกคัก มีทั้งผลผลิตทางการเกษตรและอาหารการกินอีกหลายอย่างให้จับจ่ายซื้อหา ส่วนอีกฟากหนึ่งของสะพานก็เป็นที่ตั้งของสถานที่ที่สุดแสนงดงามอย่าง วัดอุโปสถาราม หรือ วัดโบสถ์ วัดเก่าแก่สมัยอยุธยา ที่มีของดีชวนชมอย่าง มณฑปแปดเหลี่ยมริมน้ำ ภาพจิตรกรรมฝาผนังในโบสถ์ และของเก่าแก่ทรงคุณค่าอีกมากมาย

พ้นจากสะพาน สิ่งที่รออยู่ข้างหน้าคือผักตบชวาจำนวนมหาศาลที่เคลื่อนทัพมาทุกหน้าแล้ง เข้ายึดแผ่นน้ำบริเวณนั้นไว้เกือบหมด ถึงตอนนี้เรือหางยาวที่ซิ่งสนั่นมาตลอดทางกลับทำได้เพียงแค่กระดืบไปข้างหน้าช้า ๆ กว่าจะฝ่าด่านออกไปได้ก็ใช้เวลานานพอสมควร

มาถึงตรงนี้เราได้เห็นบรรยากาศของเรือกสวนไร่นาริมน้ำบนเกาะเทโพยาวเหยียดไปหลายคุ้งโค้ง ครั้นเรือของเราแล่นผ่าน ชาวบ้านบางคนก็โบกมือทักทายด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ ในขณะที่บางคนก็นอนเอกเขนกอย่างมีความสุข

ล่องเรือชมวิถีชีวิตชาวแพ ที่เลี้ยงปลาแรดในแม่น้ำสะแกกรัง

ระหว่างทางเราเริ่มเห็นกระชังปลาของชาวแพหนาตาขึ้นเรื่อย ๆ กระชังเหล่านั้นขึงด้วยตาข่ายสีเขียวและสีฟ้า กั้นเป็นช่องสี่เหลี่ยมเรียงรายไว้ข้างเรือนเป็นระยะ ๆ ไม่นานนักเรือหางยาวค่อย ๆ เบาเครื่องยนต์ แล้วหันหัวไปจอดบริเวณหน้าแพหลังหนึ่งที่เลี้ยงปลาแรดในกระชังนับสิบกระชัง เพื่อให้พวกเราขึ้นไปเดินเที่ยวชม โดยมีลุงชัย เจ้าของกระชังปลาออกมาต้อนรับอย่างเป็นกันเอง

“คนอุทัยเลี้ยงปลาแรดในกระชังในแม่น้ำสะแกกรังมานานแล้ว ลุงเองก็เลี้ยงเป็นอาชีพมานานกว่า ๓๐ ปี ตอนเป็นเด็ก เวลาเช้ามืดกับตอนหัวค่ำ ลุงชอบตามพ่อออกเรือไปหาลูกปลาแรด ซึ่งมันชอบอาศัยอยู่ตามกอผักบุ้ง แล้วจับกลับมาเลี้ยงในกระชังที่แพ ผิดกับทุกวันนี้ที่ชาวบ้านส่วนใหญ่หันมาซื้อลูกปลาแรดที่เพาะพันธุ์ขายมาเลี้ยงแทน เนื่องจากแม่น้ำสะแกกรังในปัจจุบันมีสภาพไม่เหมาะสมที่จะเป็นแหล่งวางไข่ของปลาแรด ลูกปลาแรดที่เกิดตามธรรมชาติจึงมีน้อยมาก กระชังเลี้ยงปลาแรดก็เปลี่ยนไป ของเดิมชาวแพนิยมทำจากไม้เนื้อแข็ง ขึงด้วยตาข่าย ผูกเอาไว้ใต้เรือนแพ ต่อมาไม้มีราคาสูงขึ้น จึงเปลี่ยนมาใช้โครงเหล็กเชื่อมต่อกันอย่างที่เห็นทุกวันนี้”

ชาวบ้านกำลังคัดขนาดปลาแรดเพื่อนำไปขาย

ลุงชัยคุยเรื่องการเลี้ยงปลาแรดในอดีตให้เราฟัง ขณะยืนบนไม้กระดานกว้างแค่คืบที่พาดระโยงระยางระหว่างกระชัง คุณลุงเล่าเรื่องปลา ๆ ให้เราฟังต่ออีกว่า

“อาชีพเลี้ยงปลาแรดในกระชังเป็นอาชีพที่สร้างรายได้น่าพอใจให้แก่คนเลี้ยง ปัจจุบันปลาแรดมีราคาดีกว่าปลาชนิดอื่น ๆ ที่ชาวแพเลี้ยงอย่าง ปลาสวาย ปลาเทโพ การเลี้ยงก็ไม่ยาก เพราะมันกินอาหารได้ทั้งพืชและสัตว์ เช่น ผักบุ้ง สาหร่าย หญ้า กล้วย ข้าวสุก หนอน ลูกกุ้ง เป็นต้น ใช้เวลาเลี้ยงนานราว ๘ เดือนถึง ๑ ปี ในกระชังหนึ่ง ๆ จึงมีปลาแรดหลายขนาด ขนาดที่คัดไปขายได้ต้องมีน้ำหนักประมาณ ๘ ขีดถึง ๑ กิโลกรัม”

พวกเราเริ่มสนุก สงสัยว่าทำไมปลารสชาติดีจึงชื่อปลาแรด ?

สุวดี พิมพขันธ์ พนักงานประมงระดับ ๕ สำนักงานประมงจังหวัดอุทัยธานี ที่เดินทางมาพร้อมกับเราได้ไขข้อสงสัยให้ฟังว่า “ชื่อของปลาแรดอาจมีที่มาจากลักษณะภายนอกของปลาแรดเพศผู้ ที่เมื่อโตเต็มที่จะมีนอที่โหนกสูงขึ้นคล้ายนอแรดอย่างเห็นได้ชัดนั่นเอง

ปลาแรดที่เลี้ยงในแม่น้ำสะแกกรัง

“ปลาแรดมีถิ่นกำเนิดในประเทศอินโดนีเซีย แถบหมู่เกาะสุมาตรา ชวา บอร์เนียว และหมู่เกาะอินเดียตะวันออก ในประเทศไทยไม่มีหลักฐานว่านำเข้ามาเลี้ยงตั้งแต่เมื่อไร แหล่งที่พบมากคือตามแม่น้ำลำคลองแถบภาคกลาง ตั้งแต่จังหวัดนครสวรรค์เรื่อยมาจนถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นอกจากนี้ยังพบที่แก่งกระจานจังหวัดเพชรบุรี ส่วนภาคใต้พบแถบจังหวัดพัทลุง จังหวัดสุราษฏร์ธานี”

ปัจจุบัน จ. อุทัยธานี มีกระชังเลี้ยงปลาแรดในแม่น้ำสะแกกรังประมาณ ๔๕๐ กระชัง ปลาแรดที่นี่มีเนื้อแน่น หวานนุ่ม รสชาติเป็นเลิศ ที่สำคัญไม่มีกลิ่นโคลนเหมือนปลาที่เลี้ยงในบ่อดิน เพราะน้ำในแม่น้ำสะแกกรังมีการไหลเวียนตลอดเวลา ดังนั้นหากใครมาถึงเมืองอุทัยแล้ว ไม่ควรพลาดลองลิ้มชิมรสปลาแรดจากแม่น้ำสะแกกรัง

ปลาแรดทอดกระเทียม สวนอาหารนกน้อย

เช่นเดียวกับพวกเรา หลังจากเพลิดเพลินกับการเดินทางไปเที่ยวชมการเลี้ยงปลาแรดในกระชังแล้ว ถึงมื้อกลางวันจึงรีบดิ่งเข้าตัวเมืองอุทัยซึ่งมีร้านอาหารบรรยากาศดีอยู่หลายร้าน สั่งปลาแรดมาชิมให้สมอยาก ร้านอาหารที่นี่นำปลาแรดมาปรุงอาหารสารพัดสารพันให้นักชิมได้เลือกสั่ง ไม่ว่าจะเป็น ปลาแรดทอดกระเทียม ปลาแรดนึ่งมะนาว ปลาแรดสองหน้า ปลาแรดผัดเปรี้ยวหวาน ปลาแรดสมุนไพร ปลาแรดฟู ปลาแรดลวกจิ้ม หรือถ้าใครเป็นเด็กเส้น ชอบกินก๋วยเตี๋ยว ขอแนะนำก๋วยเตี๋ยวปลาแรด ร้านกำแพงเพชรโภชนา น้ำซุปร้านนี้รสชาติจัดจ้าน เนื้อปลาแรดทั้งนุ่มและหวานอย่าบอกใครเชียว ส่วนนักท่องเที่ยวที่สนใจจะซื้อปลาแรดสด ๆ กลับไปทำอาหารที่บ้าน ก็สามารถหาซื้อได้ที่ตลาดสดเทศบาลเมืองอุทัยธานี

ปลาแรดเป็นหนึ่งในของดีเมืองอุทัยที่สร้างชื่อเสียงจนเป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศ จึงไม่แปลกที่จะเห็นรูปปลาแรดปรากฏตามสถานที่ต่าง ๆ ในเมืองอุทัย เช่น วงเวียนปลาแรดย่านใจกลางเมืองอุทัย ป้ายชื่อถนนต่าง ๆ ในตัวเมืองอุทัย เป็นต้น

อุทัยธานีอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ไม่ไกลนัก ขับรถไปเที่ยวเช้าไปเย็นกลับได้สบาย ถ้าคุณเป็นนักเดินทางประเภทเที่ยวไปชิมไปแล้วละก็ รับรองว่าปลาแรดที่เลี้ยงในกระชังในแม่น้ำสะแกกรังเมืองอุทัยจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง

ก๋วยเตี๋ยวปลาแรด ร้านกำแพงเพชรโภชนา
 
(ล้อมกรอบ)
ปรีชา บุตรศรี
ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี

ปี ๒๕๔๙ นี้ เรากำลังมีโครงการพัฒนา แหล่งท่องเที่ยวใน จ. อุทัยธานี เช่น ปรับปรุงภูมิทัศน์ริมแม่น้ำสะแกกรัง ในตัวเมืองอุทัย ให้สวยงามกว่าเดิม มีถนนคนเดิน จัดทำศูนย์ข้อมูล สำหรับค้นหาแหล่งท่องเที่ยวใน จ. อุทัยธานี เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว อุทัยธานีมีแหล่งท่องเที่ยว ที่น่าสนใจทั้งทางธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี รวมทั้งเมนูอาหารอร่อย ที่ปรุงจากปลาแรด ที่เลี้ยงในกระชัง ในแม่น้ำสะแกกรัง


จักรกฤช ศีลาเจริญ
นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวอุทัยธานี และกรรมการสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย

ช่วงเวลาที่น่ามาเยือน จ. อุทัยธานีมากที่สุดคือช่วงปลายฝนต้นหนาว เพราะอากาศกำลังเย็นสบายเหมือนเชียงใหม่ เรามีของดีและสถานที่สวยงามมากมาย ที่รอให้ท่านมาเที่ยวชม ทั้งภูเขา ถ้ำ น้ำตก มีภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ที่เขาปลาร้า เหมือนที่ผาแต้ม จ. อุบลราชธานี มีทัวร์ ๙ วัดที่สามารถใช้เวลาเที่ยววันเดียวได้ มีวังปลาเทโพที่หน้าวัดท่าซุง ซึ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีผ้าทอลวดลายงดงามของ อ. บ้านไร่ ที่ชนะเลิศการประกวดระดับของโลก มีผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ อย่างมรดกโลกห้วยขาแข้ง ฯลฯ