(สกู๊ป)
ไปเที่ยวกำแพงเพชร
ชมศิลาแลงใหญ่ที่สุดในโลก
เรื่อง : ธนปกรณ์ สุขสาลี
ภาพ : ประเวช ตันตราภิรมย์
 |
| วัดพระแก้วมีพระพุทธรูปที่ทำจากศิลาแลง |
![]() |
เมื่อครั้งเป็นเด็กเคยตั้งคำถามตามประสาเด็กไม่รู้เดียงสา ว่าระหว่างอ่างทองกับกำแพงเพชร จังหวัดไหนรวยกว่ากัน ต่อเมื่อโตขึ้นจึงได้รู้ว่า ในความเป็นจริงแล้ว กำแพงเพชร ที่เอ่ยถึงนั้น ก็คือกำแพงศิลาแลงอันแข็งแกร่งสูงทะมึนดุจเพชร ที่สร้างล้อมรอบเมืองประวัติศาสตร์กำแพงเพชร โดยใช้ศิลาแลงนับพันนับหมื่นก้อน วางเรียงซ้อนต่อกันเป็นชั้นๆ สูงประมาณ ๔-๕ เมตร หรือเทียบเท่ากับตึกสองชั้น
อาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม นักประวัติศาสตร์และนักมานุษยวิทยา กล่าวถึงกำแพงศิลาแลงอันเป็นที่มาของชื่อเมืองกำแพงเพชรว่า ถึงแม้ว่าการรื้อทำลายเพื่อสร้างถนนและอาคารของทางราชการจะทำให้เหลือกำแพงอยู่ไม่ครบทุกด้าน แต่ที่ยังเหลืออยู่หลายด้านก็อยู่ในลักษณะที่สมบูรณ์ คือแลเห็นทั้งคูเมืองที่ลึก แนวกำแพงเมืองที่มีใบเสมา เชิงเทิน ป้อม ประตูเมือง และประตูผี ที่เป็นประโยชน์แก่การศึกษาเป็นอย่างยิ่ง การมีป้อมปราการและกำแพงเมืองที่ก่อสร้างด้วยศิลาแลงแข็งแรงเช่นนี้ เหมือนกับจะเป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์กับชื่อเมืองกำแพงเพชรก็ว่าได้
สำหรับความเป็นมาของเมืองกำแพงเพชรนั้น ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดีอย่าง อาจารย์พิเศษ เจียจันทร์พงษ์ สันนิษฐานว่า บนสองฝั่งแม่น้ำปิงซึ่งเป็นบริเวณที่ตั้ง จ. กำแพงเพชรในปัจจุบัน ได้ปรากฏร่องรอยของกลุ่มโบราณสถานแสดงการเป็นบ้านเมืองขนาดใหญ่โตมาแล้วแต่อดีต โดยมีเมืองสำคัญ ๒ เมือง คือ เมืองนครชุม ทางด้านทิศใต้ของ จ. กำแพงเพชร และเมืองชากังราวหรือบริเวณที่ตั้งตัวเมืองกำแพงเพชรในปัจจุบัน
 |
| กำแพงเมืองนครประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ที่ทำจากศิลาแลง |
![]() |
เมืองนครชุมเคยเป็นเมืองสำคัญในภูมิภาคนี้ มีโบราณสถานกระจายอยู่ทั่วไป โดยมีรูปแบบสถาปัตยกรรมคล้ายกับโบราณสถานในเมืองเก่าสุโขทัยและศรีสัชนาลัย จากหลักฐานศิลาจารึกนครชุม กล่าวถึงพระมหาธรรมราชาลิไทแห่งอาณาจักรสุโขทัยว่า พระองค์ได้สร้างพระบรมธาตุขึ้นเพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่เมืองนครชุม นั่นแสดงให้เห็นว่านครชุมเป็นเมืองสำคัญ มีพระบรมธาตุตั้งอยู่ใจกลางเมือง เพื่อเป็นที่สักการะของผู้คนในเมือง อันเป็นขนบธรรมเนียมที่พบได้ตามเมืองโบราณสำคัญๆ ของไทย เมืองนครชุมเจริญรุ่งเรืองมาจนถึงสมัยอยุธยา หลังจากนั้นก็ค่อยๆ หมดความสำคัญ
ส่วนเมืองชากังราวก็เจริญรุ่งเรืองมาจนถึงสมัยอยุธยาเช่นกัน แต่หลังจากพระมหาธรรมราชาลิไทสวรรคต (ในช่วงปี พ.ศ. ๑๙๑๓-๑๙๑๔) เมืองต่างๆ ในอาณาจักรสุโขทัยรวมทั้งชากังราวเกิดความแตกแยก หันไปขึ้นกับอยุธยาซึ่งกำลังเรืองอำนาจ นักวิชาการบางท่านสันนิษฐานว่า ภายหลังชากังราวมีความสำคัญมากขึ้น เมื่อทางฝ่ายอยุธยาซึ่งปกครองหัวเมืองแถบนี้อยู่ ได้ย้ายศูนย์กลางการเมืองการปกครองจากเมืองนครชุมมาอยู่ที่ชากังราวในปี พ.ศ. ๑๙๔๐ ด้วยเหตุนี้จึงไม่แปลกที่เราจะได้เห็นซากโบราณสถานอยู่ดาษดื่นทั่วเมืองกำแพงเพชรในปัจจุบัน
กำแพงเพชรก็เหมือนนครประวัติศาสตร์อีกหลายๆ แห่งของประเทศไทย เช่น อยุธยา แพร่ เชียงใหม่ ที่มีเมืองใหม่สร้างทับอยู่บนเมืองเก่า เป็นเหตุให้บรรดาโบราณสถานจำนวนมากถูกรื้อทำลายไป แต่เมืองกำแพงเพชรก็ยังเหลือโบราณสถาน ทั้งในเขตเมืองและนอกเมืองให้เห็นค่อนข้างมาก ไม่เพียงแต่กำแพงเมืองที่สร้างด้วยศิลาแลงดังที่กล่าวมาเท่านั้น โบราณสถานส่วนใหญ่ในกำแพงเพชรก็ล้วนใช้ศิลาแลงเป็นวัตถุดิบสำคัญในการก่อสร้าง
 |
| โกลนพระพุทธพุทธรูป
และเจดีย์ที่ทำด้วยศิลาแลง
ทั้งองค์ภายในวัดพระแก้ว |
![]() |
หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า ศิลาแลงคืออะไร ?
อาจารย์สิน สินสกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยา สาขาวิทยาศาสตร์มัธยมศึกษา สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) อธิบายถึงที่มาของศิลาแลงว่า
ศิลาแลงเป็นดินชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นบริเวณพื้นที่มรสุมเขตร้อน ประเทศไทยรู้จักการนำศิลาแลงมาใช้ประโยชน์ตั้งแต่ในอดีตแล้ว ดังปรากฏหลักฐานตามโบราณสถานต่างๆ ศิลาแลงมักเกิดขึ้นปกคลุมอยู่บนผิวดิน หรือลึกลงไปใต้ดินเพียงเล็กน้อย ศิลาแลงจึงจัดเป็นตะกอนบนพื้นผิวที่เป็นผลมาจากกระบวนการผุพังทางธรณีวิทยา โดยมีองค์ประกอบทางเคมีที่สำคัญคือ ออกไซด์ของเหล็ก อะลูมิเนียม และซิลิคอน เมื่อเปิดหน้าดินเพื่อขุดศิลาแลงขึ้นมาใช้จะพบว่า มีลักษณะนิ่ม ไม่แข็งมาก พอที่จะใช้เหล็กหรือขวานสกัดออกเป็นก้อนๆ ได้ แต่ครั้นเมื่อสัมผัสอากาศจะเกิดปฏิกิริยาแข็งตัวอย่างรวดเร็วและจะเพิ่มความแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆ อันเป็นคุณลักษณะของศิลาแลง ซึ่งง่ายสำหรับการขุดขึ้นมาใช้งาน
เมื่อได้มีโอกาสมาย่ำเมืองกำแพงเพชรในครั้งนี้ เราจึงไม่พลาดไปสัมผัสความงดงามของโบราณสถานที่สร้างด้วยศิลาแลงอันยิ่งใหญ่ ในแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจอย่าง อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ซึ่งได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรม ร่วมกับอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๔
 |
| พระพุทธรูปยืน วัดพระสี่อิริยาบถ ทำด้วยศิลาแลงทั้งองค์ |
![]() |
จากตัวเมืองกำแพงเพชรไปตามถนนปิ่นดำริห์ ใช้เวลาราวๆ ๑๐ นาทีก็ถึงอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรซึ่งอุดมไปด้วยต้นไม้ใหญ่น้อยที่ปกคลุมให้ความร่มเย็นจนถือได้ว่าเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของอุทยานฯ แห่งนี้ ทันทีที่ย่างกรายเข้าไปภายในเขตกำแพงเมืองนครประวัติศาสตร์ที่มีพื้นที่นับหลายร้อยไร่ สายตาก็สะดุดกับโบราณสถานขนาดใหญ่ที่มีวัดตั้งเรียงรายอยู่หลายสิบวัด วัดที่สำคัญและน่าสนใจได้แก่ วัดพระแก้ว ซึ่งว่ากันว่า องค์พระแก้วมรกตเคยประดิษฐานอยู่บนฐานไพทีหน้าองค์เจดีย์ทรงกลมที่วัดแห่งนี้ ที่วัดนี้เราจะได้เห็นซากพระพุทธรูปที่ทำจากศิลาแลงนับเป็นสิบๆ องค์
หลังจากเที่ยวลัดเลาะชมความงดงามของสถาปัตยกรรมโบราณแห่งนี้โดยทั่วแล้ว จึงเดินทางต่อไปยังกลุ่มวัดนอกกำแพงเมือง ซึ่งมีพื้นที่เกือบ ๒ พันไร่ มีวัดขนาดใหญ่มากกว่า ๔๐ วัด วัดที่น่าแวะชม คือ วัดพระนอน ซึ่งสันนิษฐานว่ามีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย และบูรณะก่อสร้างเพิ่มเติมในสมัยอยุธยา
ที่วัดพระนอนนี้เองคือที่มาของคำขวัญจังหวัดกำแพงเพชรที่ว่า ศิลาแลงใหญ่
ศิลาแลงใหญ่ในที่นี้ก็คือ เสาในวิหารวัดพระนอนซึ่งมีจำนวนถึง ๑๒ ต้น แต่ละต้นป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ เป็นเสาศิลาแลงทั้งแท่งที่ตัดขึ้นมาจากบ่อแลง ซึ่งต่างจากโบราณสถานแห่งอื่นๆ ที่มักตัดศิลาแลงออกเป็นชิ้นส่วนแล้วนำมาก่อขึ้นรูปอีกที
 |
| ช้างศิลาแลงประดับด้วยลายปูนปั้น ที่วัดช้างรอบ |
![]() |
คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยืนยันว่าเสาที่วิหารวัดพระนอนเป็นเสาศิลาแลงที่ใหญ่ที่สุดในโลก !
เมื่อได้เข้าไปเดินชมอย่างใกล้ชิดก็ยิ่งสร้างความอัศจรรย์ใจในภูมิปัญญาช่างโบราณ ที่สามารถนำศิลาแลงน้ำหนักเป็นตันๆ ที่อยู่ใต้ดิน ขึ้นมาสร้างเป็นโบราณสถานได้อย่างยิ่งใหญ่งดงาม
อาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม ยังได้สันนิษฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับแหล่งศิลาแลงใน จ. กำแพงเพชร อีกว่า แต่เดิมพื้นที่บริเวณนี้เป็นเนินสูง ซึ่งอุดมไปด้วยศิลาแลง ไม่ใช่เป็นพื้นดินราบเหมือนปัจจุบัน แต่เมื่อมีการขุดศิลาแลงขึ้นมาใช้สร้างโบราณสถานในยุคนั้น ก็คงมีการปรับสภาพพื้นดินให้ราบเรียบตามไปด้วย
จากวัดพระนอน เดินผ่านหมู่ไม้นานาพันธุ์ที่แผ่กิ่งก้านให้ความร่มรื่น ไปตามเส้นทางลาดยางที่ทอดตัวยาวเชื่อมโบราณสถานเกือบทุกแห่งให้ถึงกัน ในที่สุดก็มาถึงวัดพระสี่อิริยาบถ ซึ่งมีจุดเด่นที่พระพุทธรูปยืนที่เหลืออยู่เพียงองค์เดียว นอกจากความงามอันอ่อนช้อยขององค์พระพุทธรูปแล้ว แกนองค์พระพุทธรูปยืนองค์นี้ยังสร้างขึ้นจากศิลาแลงทั้งองค์อีกด้วย
 |
| ช่างกำลังขุดแต่งบูรณะ ซ่อมแซมกำแพงเมืองโบราณ โดยใช้ศิลา แลงของใหม่เสริมเข้าไป |
![]() |
อีกวัดหนึ่งที่น่าสนใจคือ วัดช้างรอบ ซึ่งสร้างอยู่บนเนินศิลาแลงที่สูงกว่าวัดอื่นๆ ในละแวกเดียวกัน องค์เจดีย์และช้างที่ล้อมรอบฐานองค์เจดีย์ที่นับได้ถึง ๖๘ เชือก ล้วนทำจากศิลาแลง ซึ่งศิลาแลงนี้ก็ไม่น่าจะขนย้ายมาไกล เพราะหน้าวัดช้างรอบยังเหลือร่องรอยบ่อศิลาแลงขนาดใหญ่ปรากฏอยู่
ปัจจุบันยังมีการสำรวจและขุดค้นพบแหล่งศิลาแลงหรือแลงใน จ. กำแพงเพชรได้ทั่วไป เช่น แหล่งแลงใน ต. น้ำดิบ อ. เมืองกำแพงเพชร ฯลฯ ซึ่งมีการขุดและตัดขึ้นมาเพื่อใช้บูรณะซ่อมแซมกำแพงเมืองในส่วนที่ชำรุดเสียหายให้งดงามดังเดิม บางส่วนก็ถูกนำไปใช้ในการประดับตกแต่งตามอาคารบ้านเรือน
แม้กาลเวลาจะล่วงเลยผ่านไปเนิ่นนานสักเท่าใด โบราณสถานในอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรก็ยังเป็นหลักฐานที่ยืนยันในคุณค่าความแข็งแกร่งและยิ่งใหญ่ของศิลาแลงนับพันนับหมื่นก้อน ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้าไปสัมผัสเสน่ห์ของมันได้อย่างไม่รู้เลือน
 |
| บ่อศิลาแลง ต. น้ำดิบ อ. เมืองกำแพงเพชร |
![]() |
ตราประจำ จ. กำแพงเพชร
เป็นภาพกำแพงเมืองมีใบเสมาประดับเพชร หมายถึงกำแพงเมืองที่มีความแข็งแกร่งดุจเพชร