เที่ยวเมืองไทยตามคำขวัญ จ. สุราษฎร์ธานี

แบ่งปันกันเลย >>
Digg
http%3A%2F%2Fwww.nairobroo.com%2Fnairobroo-take-flight%2Ftrip-to-thailand-by-slogan%2F18-surattani-slogan.html
 
คำขวัญประจำจังหวัด
เมืองร้อยเกาะ เงาะอร่อย หอยใหญ่ ไข่แดง แหล่งธรรมะ

“เมืองร้อยเกาะ”

เกาะนางยวน หาดริ้นนอก หมู่เกาะอ่างทอง หมู่เกาะอ่างทอง

จ. สุราษฎร์ฯ มีเกาะประมาณ 100 เกาะ เกาะที่มีชื่อเสียง เช่น เกาะสมุย ซึ่งเป็นเกาะขนาดใหญ่ เป็นที่ตั้งอำเภอเกาะสมุย มีชายหาดสวยงามแทบรอบเกาะ หาดที่มีชื่อเสียง เช่นหาดเฉวง หาดละไม เป็นต้น เกาะสมุยจึงมีสีสันบรรยากาศ ของการท่องเที่ยวที่คึกคัก มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ห่างออกไปทางตะวันตกประมาณ 20 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของหมู่เกาะอ่างทอง ซึ่งเป็นกลุ่มเกาะเล็กเกาะน้อยรวมแล้วประมาณ 40 เกาะ บางเกาะในหมู่เกาะอ่างทองมีชายหาด และแนวปะการังที่สวยงามชวนให้หลงใหล นอกจากนี้ยังมีเกาะพะงัน ซึ่งมีบรรยากาศคล้ายเกาะสมุย มีชายหาดเกือบรอบเกาะ ลักษณะเด่นคือมีชายหาดเป็นอ่าวโค้งสวยงามถึง 11 อ่าว เช่น หาดริ้นนอก นอกจากนี้ ใกล้ๆ กันยังมีเกาะนางยวน ซึ่งนอกจากมีชายหาด และท้องทะเลสวยงามแล้ว ยังมีแนวปะการังที่สมบูรณ์อีกด้วย


“เงาะอร่อย”

สวนเงาะบ้านนาสาร

เงาะโรงเรียน เป็นเงาะพันธุ์ดีรสอร่อยขึ้นชื่อแห่ง จ. สุราษฎร์ธานี เหตุที่ได้ชื่อว่าเงาะโรงเรียน เพราะมิสเตอร์ เค หว่อง (Mr. K. Wong) ชาวจีนเชื้อสายมาเลเซีย ได้นำกิ่งพันธุ์เงาะจากเมืองปีนังสี่ต้น มาปลูกไว้บริเวณบ้านพัก เมื่อครั้งเข้ามาทำเหมืองแร่ที่ อ. นาสาร จ. สุราษฎร์ฯ ในจำนวนนี้มีเพียงต้นเดียว ที่ให้รสชาติเป็นเลิศ หวาน หอม เนื้อกรอบ ผลกลม มีเปลือกสีแดงและบาง ต่อมาในปี พ.ศ. 2479 มิสเตอร์ เค หว่อง ได้ขายบ้าน และที่ดินให้แก่ทางราชการ เพื่อใช้เป็นอาคารโรงเรียนนาสาร เมื่อมีผู้นำไปขยายพันธุ์ปลูกในที่อื่น จึงพากันเรียกชื่อเงาะพันธุ์นี้ว่าเงาะโรงเรียน


“หอยใหญ่”

หอยนางรมสุราษฎร์

หอยนางรมสุราษฎร์ หอยนางรมที่ไหนก็ไม่ใหญ่เท่าหอยนางรม จ. สุราษฎร์ธานี ทั้งยังมีเนื้อขาวสะอาด ไม่เหนียว นิยมกินสดๆ รสหวานมันไม่มีกลิ่นคาว จึงเป็นที่รู้จักของนักชิมทั้งประเทศ การเพาะเลี้ยงหอยนางรมอย่างได้ผล และมีคุณภาพดีเกิดขึ้นครั้งแรกที่แหลมซุย อ. ไชยา ก่อนที่จะขยายไปในพื้นที่ ต. ท่าทอง อ. กาญจนดิษฐ์ เนื่องจากน้ำทะเลบริเวณดังกล่าวมีความเค็ม ความใส และอุณหภูมิที่เหมาะสม เอื้อต่อการเติบโตของหอยนางรม


“ไข่แดง”

การทำไข่เค็มที่ อ. ไชยา ไข่เค็มไชยา ร้านแม่กิ้ม ไข่เค็มไชยา

หากจะพิสูจน์ว่าไข่เมืองสุราษฎร์แดงจริง ต้องดูที่ไข่เค็ม อ. ไชยา ของดีขึ้นชื่อของจังหวัด อ. ไชยาเป็นแหล่งเลี้ยงเป็ดขนาดใหญ่ ด้วยสภาพพื้นที่ที่เป็นท้องทุ่งนา ทั้งยังติดกับชายฝั่งทะเล มีกุ้งหอยปูปลาที่อุดมสมบูรณ์ ชาวบ้านยังเลี้ยงเป็ด โดยให้ข้าวเปลือกเป็นอาหารเสริม ส่งผลให้ไข่เป็ดมีไข่แดงสีแดงจัด รสมันไร้กลิ่นคาว เมื่อนำมาทำไข่เค็มตามสูตร ที่สั่งสมกันมาแต่โบราณ จึงทำให้ไข่เค็มไชยามีชื่อเสียงขจรขจายไปทั่ว


“แหล่งธรรมะ”

คำขวัญนี้สอดคล้องกับชื่อจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งแปลว่า เมืองคนดี มีธรรมะครองใจ สัญลักษณ์แห่งธรรมใน จ. สุราษฎร์ธานี ก็คือสวนโมกข์ และท่านพุทธทาสภิกขุ

พุทธทาสภิกขุ ประติมากรรมจำลอง พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร พระบรมธาตุไชยา มีมาแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. 1000-1200

พุทธทาสภิกขุ เกิดเมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2449 ที่เรือนแถวบ้านตลาดพุมเรียง อ. ไชยา จ. สุราษฎร์ธานี ครั้งเป็นฆราวาสมีชื่อว่า เงื่อม พานิช เมื่อบวชเป็นพระ เป็นพระนักเทศน์ชื่อดังของตำบล เมื่อได้เข้าไปศึกษานักธรรมเอก ศึกษาบาลีที่กรุงเทพฯ เกิดรู้สึกเบื่อ เนื่องจากรู้สึกว่าไม่ใช่วิธีการค้นพบแก่นธรรม จึงกลับบ้านเกิด แสวงหาสถานที่ทดลองปฏิบัติธรรม จนพบวัดตระพังจิกซึ่งเป็นวัดร้าง มีต้นโมกข์ ต้นพลา ขึ้นอยู่มาก จึงตั้งวัดร้างแห่งนี้เป็นสวนโมกขพลาราม ต่อมาได้ย้ายมายังที่แห่งใหม่ที่เขาพุทธทอง และตั้งชื่อว่าวัดธารน้ำไหล เมื่อปี 2485 ซึ่งเป็นที่ตั้งของสวนโมกข์ในปัจจุบัน

นาม “พุทธทาส” หมายถึงทาสของพุทธศาสนา ท่านเผยแผ่ศาสนาทั้งการเทศน์ การเขียน การปฏิบัติ ผลงานที่สำคัญเช่น คู่มือมนุษย์ เป็นต้น ท่านได้เผยแผ่ธรรมกระทั่งมรณภาพ สิริอายุได้ 87 ปี

นอกจากนี้ ใน อ. ไชยา ยังมีพระบรมธาตุไชยาซึ่งเป็นหลักฐาน ที่บ่งบอกว่าในอดีต บริเวณพื้นที่ อ. ไชยา จ. สุราษฎร์ธานี เคยเป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนาด้วย

หมายเหตุ : ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร สารคดี ฉบับที่ 246 สิงหาคม 2548




( 1 Vote )
blog comments powered by Disqus