เที่ยวเมืองไทยตามคำขวัญ จ. สุพรรณบุรี

แบ่งปันกันเลย >>
Digg
http%3A%2F%2Fwww.nairobroo.com%2Fnairobroo-take-flight%2Ftrip-to-thailand-by-slogan%2F17-suphanburi-slogan.html
 
คำขวัญประจำจังหวัด
สุพรรณเมืองยุทธหัตถี วรรณคดีขึ้นชื่อ เลื่องลือพระเครื่อง
รุ่งเรืองเกษตรกรรม สูงล้ำประวัติศาสตร์ แหล่งปราชญ์ศิลปิน ภาษาถิ่นชวนฟัง

“สุพรรณเมืองยุทธหัตถี”

พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ ภาพจำลองการทำยุทธหัตถี ในห้องจัดแสดงพระบรมราชานุสรณ์ฯ ประติมากรรมที่ฐานพระบรมราชานุสรณ์ฯ ตอนสมเด็จพระนเรศวรฯ ประกาศอิสรภาพต่อพม่า

เมืองสุพรรณบุรีเคยมีฐานะเป็นเมืองหน้าด่านของอยุธยา เป็นดินแดนแห่งการทำยุทธหัตถีถึง 6 ครั้ง หนึ่งในยุทธหัตถีครั้งสำคัญเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2135 ที่ ต. หนองสาหร่าย ซึ่งปัจจุบันอยู่ในเขต อ. ดอนเจดีย์ จ. สุพรรณบุรี เป็นการทำยุทธหัตถีระหว่างสมเด็จพระนเรศวรมหาราชกับพระมหาอุปราชาฝ่ายพม่า สมเด็จพระนเรศวรฯ ทรงรบชนะ รักษาเอกราชของบ้านเมืองไว้ได้ ปัจจุบันมีอนุสาวรีย์ดอนเจดีย์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์การทำยุทธหัตถีตั้งอยู่ ในช่วงเดือนมกราคม จะมีการจัดงานรำลึกถึงเหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นประจำทุกปี


“วรรณคดีขึ้นชื่อ”

เรือนขุนช้าง ในตัวเมืองสุพรรณบุรี

หมายถึงวรรณคดีเรื่อง ขุนช้างขุนแผน ซึ่งมีเรื่องราวเกี่ยวข้องกับคน และสถานที่ในสุพรรณบุรีหลายแห่ง อาทิ วัดป่าเลไลยก์ วัดแค ปัจจุบันมีการนำชื่อตัวละครในวรรณคดีเรื่องนี้มาตั้งชื่อถนนสายต่างๆ ในตัวเมืองสุพรรณบุรี เช่น ถ. นางพิม ถ. ม้าสีหมอก ถ. ดาบฟ้าฟื้น ถ. ขุนช้าง เป็นต้น


“เลื่องลือพระเครื่อง”

เจดีย์ในวัดบ้านกร่าง ที่ขุดพบพระขุนแผน พระเครื่องชื่อดังของสุพรรณ

มีการค้นพบกรุพระจากวัดต่างๆ ในสุพรรณบุรีมาโดยตลอด พระเครื่องที่มีชื่อเสียงที่สุดของสุพรรณบุรี คือพระผงสุพรรณจากกรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ซึ่งนักเลงพระยกย่องว่ามีพลังอำนาจทางพุทธคุณ เป็นหนึ่งในพระเครื่องเบญจภาคี ซึ่งนอกจากพระผงสุพรรณแล้ว ยังประกอบด้วยพระสมเด็จวัดระฆัง (กรุงเทพฯ) พระซุ้มกอ (จ. กำแพงเพชร) พระรอด (จ. ลำพูน) และพระนางพญา (จ. พิษณุโลก) นอกจากนี้ยังค้นพบกรุพระขุนแผนที่วัดบ้านกร่าง อ. ศรีประจันต์ ด้วย


“รุ่งเรืองเกษตรกรรม”

อ. บางปลาม้า และ อ. ศรีประจันต์ แหล่งปลูกข้าวของจังหวัด แห้ว หรือชื่อใหม่ว่า "สมหวัง" ปลูกมากที่สุดในประเทศไทยที่ อ. ศรีประจันต์ หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย อ. ศรีประจันต์

แม่น้ำท่าจีน หรือที่ชาวสุพรรณเรียกว่า แม่น้ำสุพรรณบุรี ไหลผ่านหลายอำเภอ ตั้งแต่ อ. เมืองสุพรรณบุรี เดิมบางนางบวช สามชุก ศรีประจันต์ บางปลาม้า และสองพี่น้อง นอกจากนี้ยังมีบึงฉวาก บึงน้ำขนาดใหญ่ครอบคลุมพื้นที่ อ. เดิมบางนางบวชราว 2,000 ไร่ รวมถึงการขุดคลองชลประทานผันน้ำเข้าสู่เรือกสวนไร่นาในสุพรรณบุรี บางพื้นที่ทำนาข้าวได้ผลดีราว 3 ครั้งต่อปี สุพรรณบุรียังเป็นแหล่งปลูกแห้ว หรือ “สมหวัง” ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย


“สูงล้ำประวัติศาสตร์”

พระปรางค์ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จิตรกรรมในโบสถ์วัดประตูสาร พระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระเอกาทศรถ และพระนางสุพรรณกัลยา วัดลาดสิงห์ อ. ดอนเจดีย์

มีการค้นพบโบราณวัตถุสถานหลายยุคสมัยในสุพรรณบุรี หลักฐานบางอย่างทำให้นักวิชาการบางท่านเชื่อว่าสุพรรณบุรี นครปฐม คือเมืองสุวรรณภูมิ หรือสุพรรณภูมิที่เจริญรุ่งเรืองในภูมิภาคนี้ และปรากฏชื่อในบันทึกของชาวต่างชาติ และของไทย นอกจากนี้สุพรรณบุรียังมีเมืองท้าวอู่ทอง หรือเมืองเก่าอู่ทอง ซึ่งเชื่อกันว่าท้าวอู่ทอง หรือพระเจ้าอู่ทองย้ายผู้คนจากเมืองนี้ไปสร้างอยุธยา เพื่อหนีโรคห่าที่ระบาดทั่วเมือง


“แหล่งปราชญ์ศิลปิน”

อนุสรณ์พุ่มพวง ดวงจันทร์ วัดทับกระดาน แอ๊ด คาราบาว พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) พระนักปราชญ์

สุพรรณบุรีเป็นแหล่งปราชญ์และศิลปินหลากหลายสาขา เริ่มจากฝ่ายพระสงฆ์ ก็มีพระธรรมปิฎก พระนักคิดผู้เผยแผ่ธรรมเพื่อสันติภาพ จนได้รับรางวัลจากองค์การเพื่อการศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ในปี พ.ศ. 2537 ส่วนศิลปินนั้นมีกระจายอยู่แทบทุกอำเภอ โดยเฉพาะ อ. เมือง อ. ศรีประจันต์ เป็นแหล่งกำเนิดนักร้องซึ่งเป็นที่รู้จักของคนทั่วประเทศ เช่น ยืนยง โอภากุล หรือ แอ๊ด คาราบาว สุรพล สมบัติเจริญ ราชาเพลงลูกทุ่ง พุ่มพวง ดวงจันทร ์ราชินีลูกทุ่ง นอกจากนี้ยังมีราชาเพลงแหล่ ไวพจน์ เพชรสุพรรณ สายัณห์ สัญญา ศรเพชร ศรสุพรรณ เสรี รุ่งสว่าง รวมถึงศิลปินแห่งชาติเพลงอีแซวอย่าง ขวัญจิต ศรีประจันต์ แม่บัวผัน จันทร์ศรี เป็นต้น


“ภาษาถิ่นชวนฟัง”

แม้คนต่างถิ่นมักแซวคนสุพรรณว่า “พูดเหน่อ” แต่สำหรับคนสุพรรณบุรีแล้วกลับมองว่า เป็นสำเนียงดั้งเดิมของคนไทย เพราะพระมหากษัตริย์ที่ทรงสถาปนากรุงศรีอยุธยา ก็เสด็จจากสุพรรณบุรี ภาษาในราชสำนักเวลานั้นน่าจะเป็นสำเนียงชาวสุพรรณบุรี นานวันเข้ามีคนต่างถิ่นย้ายเข้ามาผสมปนเป และเมื่อย้ายเข้ามาตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ สำเนียงก็ผิดเพี้ยนไป กลายเป็นสำเนียงภาษาคนกรุงเทพฯ สำเนียงคนสุพรรณบุรี เป็นสำเนียงที่ชวนฟัง มีรากฐานมายาวนาน

หมายเหตุ : ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร สารคดี ฉบับที่ 245 กรกฎาคม 2548




( 0 Votes )
blog comments powered by Disqus