กลับไปหน้าหลัก
"นายรอบรู้" พาเที่ยว
เมืองไทยน่าเที่ยว
"นายรอบรู้" พาเที่ยว
เมืองไทยน่าเที่ยว
งานแห่เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว...ศรัทธาอยู่เหนืออื่นใด
แบ่งปันกันเลย >>
ในช่วงปีของชาวปัตตานี “งานแห่เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว” ที่ศาลเจ้าเล่งจูเกียงเป็นงานหนึ่งที่สำคัญในบรรดางานประเพณีทั้งหมด ความศรัทธาอันแรงกล้าของชาวปัตตานีเชื้อสายจีนที่สืบทอดงานประเพณีนี้มาทุกปีคงเป็นประจักษ์พยานได้เป็นอย่างดี

ส่วนหนึ่งของความศรัทธามาจากตำนานของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวซึ่งเกี่ยวโยงกับประวัติศาสตร์ของเมืองปัตตานี ในช่วงที่อาณาจักรอยุธยากำลังเจริญเติบโตด้วยการเป็นเมืองท่าค้าขายกับชาวต่างชาติในช่วงศตวรรษที่ 15-17 เมืองปัตตานีหรือปาตานี ดารุสสาลามก็เป็นเมืองท่าค้าขายที่ยิ่งใหญ่ไม่น้อยกว่ากัน การตั้งอยู่ระหว่างอินเดียและจีน ทำให้ปาตตานีมีทั้งพ่อค้าอินเดียและชาวจีน หนึ่งในนั้นคือ ลิ้มโต๊ะเคี่ยม พ่อค้าจีนฮกเกี๊ยนที่เดินทางมาค้าในคาบสมุทรมลายู ในตำนานเล่าว่า ด้วยความที่ลิ่มโต๊ะเคี่ยมเป็นพ่อค้าเก่งเป็นชื่นชอบเจ้าเมืองปาตตานี ท่านเลยยกบุตรสาวให้แต่งงานด้วย ลิ้มโต๊ะเคี่ยมจึงตั้งถิ่นฐานที่เมืองปาตตานีไม่ยอมกลับเมืองจีน ทำให้แม่ของลิ้มโต๊ะเคี่ยมเป็นห่วง ลิ้มกอเหนี่ยวซึ่งเป็นน้องสาวอาสาเดินเรือตามหาพี่ชาย เมื่อเดินทางมาที่เมืองปาตตานีจึงได้พบพี่ชาย ลิ้มกอเหนี่ยวพยายามชวนพี่ชายกลับเมืองจีนแต่พี่ชายไม่กลับเพราะกำลังก่อสร้างมัสยิดกรือเซะอยู่ นางเสียใจมากจึงฆ่าตัวตายใต้ต้นมะม่วงหิมพานต์ ก่อนตายนางได้ลั่นวาจาว่า ” มัสยิดกรือเซะจะไม่มีวันสร้างเสร็จ” นับตั้งแต่นั้นมัสยิดแห่งนี้ก็ไม่เคยสร้างเสร็จ หลังจากเจ้าแม่ลิ้มก่อเหนี่ยวเสียชีวิตได้เกิดอภินิหารที่ต้นมะม่วงหิมพานต์ ต้นที่เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวผูกคอตาย ดวงวิญญาณของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวได้สิงสถิตอยู่ที่นั้น ใครเจ็บป่วยหรือมีความเดือดร้อนใดๆมักจะไปขอให้เจ้าแม่ช่วย ต่อมาในสมัยต้นสมัยรัตนโกสินทร์ อำมาตย์ตรี พระจีนคณานุรักษ์ ข้าราชการเมืองปัตตานีเกิดป่วยหนักหาหมอรักษาไม่ได้ จึงเดินทางไปขอให้เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวช่วย ไม่กี่วันหลังจากนั้นหายป่วย พระจีนคณานุรักษ์จึงสร้างรูปสลักเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวขึ้น อัญเชิญมาประทับในศาลเจ้าพระหมอซึ่งเป็นศาลเจ้าประจำตระกูล
ปัจจุบันนอกจากเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวเป็นที่เคารพนับถือของชาวปัตตานีและจังหวัดใกล้เคียงแล้ว ยังเป็นที่เคารพของชาวมาเลเซียอีกด้วย ในช่วงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปีหรือช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ชาวปัตตานีจะร่วมกันจัดงาน “แห่เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว”ขึ้น และในปีนี้ก็เช่นเดียวกัน

งานเริ่มตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 โดยมีพิธีเบิกเนตรและเชิญเจ้าแม่ประทับในเกี้ยวหามไปรอบเมือง ในวันต่อมามีพิธีตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่คือการอัญเชิญเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวและพระในศาลเจ้าสำคัญๆในจ.ปัตตานี ประทับในเกี้ยวโดยคนที่หามเกี้ยวได้ต้องเป็นผู้ชายเท่านั้น แห่ไปรอบเมืองพร้อมกับคณะดนตรีบรรเลง ขบวนเชิดสิงโตและมังกร ตามบ้านเรือนก็จะตั้งโต๊ะเชิญพระเข้าบ้านหรือร้านค้า ถ้าพระเข้าบ้านไหนบ้านนั้นจะมั่งมีศรีสุขไปตลอดทั้งปี

ต่อมาอัญเชิญเจ้าแม่และพระองค์อื่นๆลุยข้ามแม่น้ำปัตตานี บริเวณสะพานเดชานุชิต เพื่อให้ระลึกการบุกน้ำข้ามทะเลจากเมืองจีนเพื่อมาหาพี่ชาย เมื่อเสร็จพิธีลุยน้ำเกี้ยวของเจ้าแม่และพระทั้งหมดจะมาที่หน้าศาลเล่งจูเกียงหรือศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว แล้วทำพิธีลุยไฟ ก่อนลุยไฟคนหามทุกคนต้องอาบน้ำมนต์และพกเครื่องรางซึ่งเรียกว่า ฮู้ ก่อนเดินข้ามกองถ่านไฟซึ่งลุกโชติช่วงอย่างน่าอัศจรรย์...แม้ถ่านไฟจะร้องแรงแดงแค่ไหน ก็ไม่สามารถหยุดความศรัทธาของชาวปัตตานีได้

ในงานแห่เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวชาวปัตตานีจะส่งลูกหลานของตนเองเข้าร่วมตั้งแต่เด็ก โดยเด็กอายุประมาณ 10-15 ปีจะให้ถือธง ตีม้าล่อ นำหน้าขบวนแห่งเจ้าแม่และพระ ส่วนเด็กหนุ่มอายุ 16-25ปี จะให้หามเกี้ยวลุยน้ำ ลุยไฟ ทุกคนที่หามเกี้ยวพระต้องถือศีล ไม่ดื่มของมึนเมา งดการมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 1วันก่อนวันงาน


แม้งานแห่เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวในปีนี้ได้สิ้นสุดไปแล้ว แต่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปสักการะเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวเพื่อเป็นสิริมงคลกับชีวิตได้
ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ตั้งอยู่ที่ ถ.นาเกลือ อ.เมืองปัตตานี เปิดให้สักการะตั้งแต่ 05.30-17.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนราธิวาส โทร. 0-7352-2411,0-7354-2347
ขอขอบคุณ กองตลาดภาคใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
( 1 Vote )