NaiRobRoo.com | เมืองไทยน่าเที่ยว

เดินเล่นพาหุรัด Little India เมืองไทย

          ถ้าพูดถึง Little India หลายคนคงร้องอ๋อ แล้วพูดว่า “ก็พาหุรัดไงหละ” ที่นี่ได้รับสมญานามว่าเป็น Little India ของเมืองไทย หลายคนว่าเป็นแหล่งขายผ้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ด้วยการผสมผสานของคนหลานชนชาติที่นี่จุงไม่ได้มีแต่คนเชื้อสายอินเดีย แต่ยังมีคนจีน ไทย ฯลฯ อยู่ร่วมกันจนกลายเป็นเอกลักษณ์ของพาหุรัด The Thai Little India

1

วันนี้เราจึงหาเวลาพาเพื่อนๆ ไปท่องย่านพาหุรัดแห่งนี้ พาไปเดินชอปปิ้งเสื้อผ้า กินขนมแขก และทดลองอาหารอินเดียอร่อยๆกัน ถ้าพร้อมแล้ว ไปกันเลยยยยย......

2

1. ร้านน้ำซ่าพาหุรัด
ร้านน้ำหวานใส่โซดา หรือน้ำอัดลมโบราณเจ้าเก่า ขายมาแล้ว 3 รุ่น เคล็ดลับความอร่อยคือน้ำหวานของที่นี่ทำเองโดยสูตรที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ ดื่มในวันอากาศร้อนรับรองว่าหวานเย็นชื่นในแน่นอน

3

2. ร้านเฟิร์ส
ร้านขายเสื้อผ้าตัดเย็บ ชุดแฟชั่น และส่าหรี ที่นี่เปิดมากว่า 20 ปี ขายส่าหรีหลากรูปแบบหลายราคา มีการออกแบบชุดที่แตกต่างกันไปตั้งแต่ชุดส่าหรีแบบเก่า จนไปถึงชุดที่ออกแบบให้ใส่กับวัยรุ่น ร้านนี้หาไม่ยากอยู่ถนนพากุรัดตรงข้ามห้างนัมเบอร์วัน

4

3. ร้านอำนวยพร
ร้านขายของชำร่วยสำหรับงานพิธีต่างๆ เช่น งานแต่งงาน งานศพ ฯลฯ มีสินค้าให้เลือกกันจนตาลาย เช่น พวกกุญแจ กรอบรูป อัลบัมรูป ตุ๊กตาเซรามิค ฯลฯ ที่นี่ขายของแบบยกแพค เหมาะกับคนซื้อจำนวนมาก

5

4. คุรุดวาราศรีคุรุสิงห์สภา (วัดซิกข์)
สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2475 เป็นศาสนสถานของชาวซิกข์แห่งแรกในประเทศไทย เพื่อให้ผู้ที่นับถือศาสนาซิกข์ได้ใช้เป็นที่ปฏิบัติศาสนกิจ ด้านในประดิษฐานคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ที่ถือเป็นหลักปฏิบัติสำคัญของชาวซิกข์ ที่นี่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม แต่ต้องแต่งกายสุภาพ และต้องมีผ้าคลุมศีรษะก่อนเข้าไปศัการะพระคัมภีร์

6

5. Punjab Sweets
ร้านขายขนมไหว้เทพเจ้าอินเดีย ที่นี่มีขนมหวานให้เลือกมากมาย เช่น ขนมลฑฺฑู(หล่า-ดู๊) ใช้ไหว้พระภิกขเณศ ทำจากถั่ว กุหลาบยามุน ทำจากแป้งผสมนมราดด้วยน้ำเชื่อม แอปเปิ้ล ที่รสชาติคล้ายนมอัดเม็ด ฯลฯ ที่นี่ยังมีชาร้อนและโต๊ะให้นั่งทานขนมคล้ายๆกับสภากาแฟของคนย่านนี้ก็ว่าได้

7

6. ร้านเจดีย์
ร้านขายธูปหอมกำยานนำเข้าจากอินเดีย มีหลายกลิ่นให้เลือก เช่น กลิ่นปาริชาติ กลิ่นจันทร์ กลิ่นดอกบัว ฯลฯ ใช้สำหรับบูชาเทพเจ้า หรือจะจุดให้มีกลิ่นหอมเพื่อความผ่อนคลาย ธูปอินเดียเป็นูปที่ผลิตด้วยมือ ให้กรรมวิธีทางธรรมชาติ ให้กลิ่นหอมสดชื่น และจุดได้นาน

8

7. Prakriti Grocery
ร้านขายของชำสไตล์อินเดีย ที่นี่ขายทั้งเครื่องปรุง เครื่องเทศนำเข้าจากอินเดีย ขายแป้งโรตี ถั่ว ชาอินเดีย และที่ขาดไม่ได้คือเครื่องปรุงขึ้นชื่ออย่าง มาซาลา ลูกค้ามีตั้งแต่คนไทยเชื่อสายอินเดีย คนไทย ญี่ปุ่น หรือจะเป็นทักท่องเที่ยวแบคแพคที่ติดในรสชาติอาหารอิเดียก็แวะเวียนมาซื้อที่นี่

9

8. ร้านซาโมซา
ร้านขายซาโมซาหรือกระหรี่พั๊ฟอิเดียรูปสามเหลี่ยม ใส่มันฝรั่งผสมกับเครื่องเทศ ร้านนี้ขายมานานกว่า 20 ปี มีลูกค้าประจำเป็นชาวไทยเชื้อสายอินเดียแวะเวียนมาซื้อตลอดวัน นอกจากซาโมซาแล้วยังมี พาโกรา(pakora) หรือผักชุปแป้งทอด เป็นอาหารว่างสไตล์อินเดียที่น่าลิ้มลองอีกอย่างนึงเช่นกัน

10

9. ศาลเจ้าแม่ทับทิม
เจ้าแม่ทับทิม เป็นเทพธิดาแห่งท้องทะเล ที่ชาวบ้านเชื่อว่าจะปกป้องชาวเรือเวลาออกทะเล “เทียงโหวเซี้ยบ่อเก็ง" ชื่อของศาลเจ้าแห่งนี้ซึ่งแปลว่าวังของพระแม่แห่งสวรรค์ มีอายุเก่าแก่กว่า 60 ปี เป็นศาลเจ้าที่ศักดิ์ศิษย์และมีชาวบ้านเคารพนับถือจำนวนมาก ที่นี่มีงานประจำปี 4 ครั้ง ในช่วง 1. งานปีใหม่ ทุกวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 1 มีงิ้ว 3 วัน 3 คืน 2. งานวันเกิดเจ้าแม่ทับทิม เดือน 3 วันที่ 23 มีงิ้ว 3 วัน 3 คืน 3. งานบุญเทกระจาดแจกทาน เดือน 7 วันที่ 21 มีภาพยนต์ 2 คืน และ 4. งานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เดือน 11 วันที่ 1-3 มีงิ้ว 3 วัน 3 คืน

11

10. Royal India Restaurant
ร้านอาหารอินเดียที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในมืองไทย มีหารอินเดียอร่อยๆให้ได้ลอง เช่น ข้าวหมกแพะ แกงไก่ แกงแพะ กินกับ นาน หรือว่าโรตีก็รสชาติเยี่ยม ของหวานก็มี โยเกิร์ต ราชมาลัย ฯลฯ ด้านหน้ามีขนมหวานอินเดียขายหลายชนิด


( 0 Votes ) Add a comment
   

ไปทำอะไรกันดี ที่ TCDC กรุงเทพฯ

1

เปิดแล้วๆ เข้าฟรีทั้งเดือน ไปทำอะไรกันดี ที่ TCDC กรุงเทพฯ !
วันนี้ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบหรือ TCDC เปิดให้บริการอีกครั้ง ที่บ้านใหม่ - อาคารไปรษณีย์กลางบางรัก บนถนนเจริญกรุง ด้วยพื้นที่เพิ่มจากเดิมอีกเท่าตัว! อยากบอกว่ามันดีงามมาก

นอกจากกองทัพหนังสือไอเดียงานออกแบบที่อลังการยิ่งกว่าเดิม มีพื้นที่ทำงาน co-working space กว้างขวาง แอร์เย็นฉ่ำ ปลั๊กไฟพร้อม ยังมีโซนใหม่อีก 3 โซน ที่ทั้งให้คำปรึกษาด้านธุรกิจ ห้องสมุดวัสดุ และห้องเวิร์กชอปที่เอาไอเดียมาผลิตชิ้นงานจริงได้ด้วย เซอร์ไพรส์คือมีกลองชุดให้ตีเล่น!!!

3

ที่สำคัญออกแบบสวยมาก ทุกมุมมีดีไซน์ เห็นแล้วมาถ่ายรูป มาหาแรงบันดาลใจกันเถอะ รออะไรอยู่!!!

เปิดให้ทุกคนเข้าชมฟรี วันนี้ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 10.30-21.00 น. หยุดทุกวันจันทร์ หลังจากนั้นจะมีค่าบริการ

2

- ไปหาพื้นที่ทำงาน
บ้านใหม่ของ TCDC ใช้พื้นที่ในอาคารไปรษณีกลาง บางรัก ถึง 5 ชั้น มีพื้นที่รวมเกือบ 9,000 ตารางเมตร ทำให้พื้นที่นั่งทำงานหรือ co-working space เพิ่มขึ้นด้วย โดยกระจายอยู่ตามมุมต่างๆ ทุกชั้น จะไปทำงานเดี่ยว หรือทำงานกลุ่มก็ได้ มีปลั๊กไฟ อินเตอร์เน็ตไร้สายพร้อม รวมทั้งมีห้องประชุมให้ใช้บริการด้วย (ห้องประชุมมีค่าใช้จ่าย ชั่วโมงละ 150.-)
นับเป็น crative space ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

4

-ไปหาแรงบันดาลใจ
รอบตัวเราจะรายล้อมไปด้วยหนังสือออกแบบที่เต็มไปด้วยไอเดียสุดครีเอทีฟ มีนิทรรศผลิตภัณฑ์เจ๋งๆ ของผู้ประกอบการหน้าใหม่ นิทรรศการความรู้และแรงบันดาลจากทั้งไทยและต่างประเทศหมุนเวียนมาแสดง รวมทั้งมีกิจรรมที่ช่วยสร้างคอนเนคชัน เป็นชุมชนนักออกแบบ (ชั้น 5)

5

-ไปตีกลองชุด เล่นโต๊ะโกล
ความคิดจะโลดแล่นได้ก็ต้องมีช่วงผ่อนคลาย TCDC จึงจัดพื้นที่แห่งความสนุกไว้ด้วย ทั้งโต๊ะโกลฟุตบอล โต๊ะตีโต้ และมีกลองชุดให้ตีเล่น ฟรีๆ ระวังเล่นหนักมือไปจนของเขาพังล่ะ (ชั้น 5)

6

-ไปขอคำปรึกษาธุรกิจ
Creative business service โซนใหม่ที่มีเครื่องมือพัฒนาธุรกิจของเรา โดยจะมีผู้เชี่ยวชาญในด้านธุรกิจมาให้คำปรึกษา ทั้งด้านพัฒนาโมเดลธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ การตลาด มีคลังข้อมูลต่างๆ และทุกวันพฤหัสจะมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาให้คำปรึกษาพิเศษตัวต่อตัว ซึ่งเราสามารถเลือกผู้เชี่ยวชาญด้านที่สนใจได้ (การปรึกษาตัวต่อตัวมีค่าใช้จ่ายชั่วโมงละ 1,000 บาท) (ชั้น 5)

7

-ไปอ่านหนังสือ
กองทัพหนังสือด้านความคิดสร้างสรรค์งานออกแบบทั้งจากไทยและต่างประเทศกว่า 50,000 เล่ม และนิตยสารการออกแบบกว่า 210 หัว หรือจะพกหนังสือดีๆ ไปหามุมเงียบๆ อ่านก็ได้ ในห้องสมุดมีที่นั่งถึง 300 ที่ (ชั้น 4)

8

9

-ไปต่อยอดไอเดียเป็นของจริง
โซนใหม่ Marker Space พื้นที่ทดลองทำงาน ที่มีเครื่องมือทันสมัยให้ใช้ เช่น เครื่องพิมพ์ 3 มิติ ช่วยเปลี่ยนงานในจินตนาการเป็นของจริง จักรเย็บผ้าสำหรับงานแฟชั่น เครื่องมือทำงานไม้ งานโลหะ เครื่องพิมพ์ uv รวมๆ แล้วนับสิบเครื่อง พร้อมทั้งมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำปรึกษาการใช้ และแนะนำ ลองทำแล้วเวิร์กหรือไม่ก็รู้กันเลย (มีค่าใช้จ่ายในการใช้เครื่องมือ) (ชั้น 3)

10

-ไปดูวัสดุและหาแหล่งซื้อ
โซนใหม่อีกเช่นกัน Meterial & Design Innovation center รวบรวมวัสดุกว่า 8,000 ชนิด จากทุกมุมโลก ช่วยเปิดมุมมองการใช้วัสดุ เกิดไอเดียใหม่ๆ ในการใช้ และยังรวบรวมย่านวัสดุกรุงเทพฯ 14 ย่าน ไว้สำหรับไปเดินตามหาวัสดุที่ต้องการ (ชั้น 2)

12

13

-ไปลองทำเครื่องหนัง ฟรี!
ตอนนี้มีกิจกรรมทำเครื่องหนังเป็นที่ห้อยพวงกุญแจ และที่เก็บสายหูฟัง ได้ทดลองตอกเจาะ ตัดหนัง และสแตมป์ชื่อตัวเองลงในชิ้นงานด้วย สนุกมาก ช่วงนี้โปรโมชัน ทำฟรีอยู่ (ชั้น 2)

11

-ไปถ่ายรูปสวยๆ ที่ Rooftop Garden
มุมที่สวยที่สุดของอาคารนี้ มองเห็นครุฑคู่สัญลักษณ์ของอาคารไปรษณีย์กลาง บางรัก โดยมีฉากหลังเป็นเมืองใหญ่และถนนเจริญกรุง ในช่วงเย็นยิ่งงดงาม ออกมาเดินรับลมเย็นๆ มองดูท้องฟ้าก็มีความสุขแล้ว (ชั้น 5)

15

14

-ไปทำอะไรอื่นๆ อีกมากมาย เช่น ดูหนัง ฟังเสวนา ดื่มกาแฟ หาคู่ ดูคน ฯลฯ

การเดินทาง
- รถยนต์ : ใช้ถนนเจริญกรุง อาคารอยู่ข้างซอยเจริญกรุง 32
- bts: ลงสถานีสะพานตากสิน ต่อรถโดยสารบริเวณโรบินสันบางรัก ประมาณ 3 ป้ายรถเมล์
- เรือด่วนเจ้าพระยา : ลงท่าสี่พระยา เดินตรงมาทางสี่แยกสี่พระยา แล้วเลี้ยวขวา เดินมาอีกประมาณ 200 เมตร

ปล. ขออัพเดทข่าว TCDC ที่เอมโพเรียมจะกลับมาเปิดอีกครั้งกลางปีนี้ โดยความร่วมมือกับเอกชนรายหนึ่ง ส่วนคนอีสานเตรียมตัวเฮได้เลย เปิดสาขาขอนแก่นปีหน้าแน่นอน และปี 62 คนใต้เจอกันที่สาขาหาดใหญ่


( 0 Votes ) Add a comment
   

พะโต๊ะ ล่องแพหนีร้อนไปพึ่งเย็น

 cover

ฤดูร้อนอบอ้าวแบบนี้ นอกจากต้องการทะเลมาช่วยเยียวยาอุณหภูมิในร่างกายเราแล้ว แม่น้ำลำคลองน้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลาก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าหนีร้อนไปพึ่งเย็น ทำให้เรานึกถึง อ. พะโต๊ะ จ. ชุมพร ขึ้นมาทีเดียวเพราะครั้งหนึ่งเคยไปล่องแพท่ามกลางสายน้ำที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติของเมืองใต้แห่งนี้ และนั่นก็เป็นความทรงจำเย็น ๆ ใจมาถึงทุกวันนี้

 1 - copy copy

แพที่ผูกไม้ไผ่ลำใหญ่ต่อกันแล้วถ่วงด้วยท่อพีวีซีแบบง่าย ๆ จากภูมิปัญญาของชาวบ้านนั้น สามารถบรรทุกคน 5-6 คน พาล่องไปตามคลองพะโต๊ะได้แบบสุดฟิน โดยมีคนเรือยืนอยู่ท้ายแพค้ำถ่อไปเรื่อย ๆ ให้เราได้ซึมซับบรรยากาศของป่าดิบชื้น สวนทุเรียน สวนมังคุด และสวนยางนอกจากเพลินชมธรรมชาติ พวกเรายังเพลิดเพลินกับการจุ่มขาลงสัมผัสน้ำใสเย็น และกระโดดน้ำเล่นตามแก่งต่าง ๆ อย่างฉ่ำปอด เพราะระดับน้ำไม่ลึกมาก

 2 3

ปลายทางเมื่อสิ้นสุดการล่องแพ เราได้ลิ้มรสเมนูพื้นบ้านอร่อย ๆ อย่างแกงส้มหมูสามชั้นกับหยวกกล้วยป่า ไข่หลาม ยำยอดผักกูด และข้าวที่หุงในกระบอกไม้ไผ่ นับเป็นมื้ออาหารที่ดีต่อใจ ดีต่อพุง เพราะได้ enjoy eating ท่ามกลางความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ  คนที่ติดใจอยากอยู่ซึมซับความชื่นเย็นต่อ ก็มีโฮมสเตย์บริการ ได้นอนรับลมคลายร้อนกลางป่าอีกสักคืนสองคืน...ฟินเข้าไปอีก

 5

 4

ล่องแพพะโต๊ะ
• เทศกาลล่องแพพะโต๊ะที่จัดขึ้นในเดือน ก.พ.-เม.ย. เป็นช่วงที่เหมาะแก่การล่องแพที่สุด
• ลงแพที่บ้านในหยาม ใกล้ที่ว่าการ อ. พะโต๊ะ
• ค่าบริการล่องแพ 600-700 บาท/คน(รวมอาหาร 1 มื้อและเสื้อชูชีพ)
• ล่องแพพะโต๊ะและโฮมสเตย์ โทร. 08-9290-8949
• ที่ว่าการ อ. พะโต๊ะ โทร. 0-7753-9040, 0-7753-9204

( 0 Votes ) Add a comment
   

คลองสังเน่ห์ ผจญภัยใน LITTLE AMAZON

1

ใครเคยดูภาพยนตร์พี่มาก…พระโขนง อาจคุ้นตากับท่าน้ำริมคลองรายล้อมด้วยดงจากที่นางนากมายืนรอสามีสุดที่รักทุกวัน  เบื้องหลังความลึกลับสยองขวัญในฉากนั้นส่วนหนึ่งมาจากสถานที่ถ่ายทำอันโดดเด่น นั่นคือคลองสังเน่ห์ ใน จ. พังงา

2

คลองสังเน่ห์เป็นคลองสาขาหนึ่งของแม่น้ำตะกั่วป่า ใน อ. ตะกั่วป่าที่ใครบางคนให้ฉายาว่า  "Little Amazon" เพราะมีบรรยากาศคล้ายป่าดงดิบชื่อดังในบราซิลที่ต้นไม้ขึ้นหนาแน่นจนแทบไม่เห็นท้องฟ้า มีสัตว์หลายชนิดอาศัยอยู่ ทั้งนก งู ปู ปลา แต่โชคดีที่การเข้าสู่แอมะซอนแห่งพังงาไม่ยากและอันตรายเท่าต้นตำรับที่บราซิล เพียงใช้บริการเรือนำเที่ยวของชาวบ้าน ซึ่งมีทั้งเรือยาง เรือท้องแบน แคนู แพไม้ไผ่ และเรือไม้ลำเล็กติดเครื่องยนต์ที่เรียกว่าเรือพรีส ก็ผจญภัยได้แล้ว

3

ชาวบ้านจะพายเรือช้า ๆ พาเราหลุดเข้าไปอีกโลกหนึ่ง โลกของป่าดงดิบซึ่งมีไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านร่มครึ้มปกคลุมไปทั่วเหมือนอุโมงค์  ไม้เด่นคือ ไทรย้อยอายุนับ 100 ปีที่มีรากอากาศยาวลงถึงพื้นน้ำ และต้นจากที่ขึ้นเป็นดงแน่นทึบ  บรรยากาศโดยรวมค่อนข้างมืด มีเพียงแสงลอดใบไม้ลงมารำไร ให้ความรู้สึกลี้ลับทว่ามีเสน่ห์อย่างประหลาด

4

ระหว่างทางอาจได้พบนกหลายชนิด เช่น นกเด้าดิน นกกระเต็นที่มารอกินปลา แต่สัตว์ที่เป็นไฮไลต์คืองู  มีทั้งงูเขียว งูเหลือม ที่โดดเด่นคืองูปล้องทอง งูพิษอ่อนที่มีลวดลายและสีสันสวยงาม พบได้ตามป่าริมน้ำและมทะเลในภาคใต้ของไทยไปจนถึงมาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์  ช่วงกลางวันงูจะนอนตามกิ่งไม้ คนเรือชะลอเรือให้ชมใกล้ ๆ  ใครบางคนคิดเล่น ๆ ว่า ถ้างูตกใจหล่นลงมาในเรือ เราคงต้องกระโดดหนีตัวใครตัวมัน !

5

เวลาที่สวยที่สุดในการมาชมคลองสังเน่ห์คือช่วงเช้าที่แสงลอดผ่านใบไม้ลงมาเป็นลำ ให้ทั้งความสวยงามและอารมณ์ลึกลับน่าค้นหา  ถ้าคืนก่อนหน้ามีฝนตก ตอนเช้าจะมีหมอกลอยปกคลุม บรรยากาศสมเป็น Little Amazon จริง ๆ

6

คลองสังเน่ห์
• จุดลงเรืออยู่ใกล้กับ สภ. ตะกั่วป่า ต. บางนายสี อ. ตะกั่วป่า จ. พังงา
• เรือพรีส 700 บาท/ลำ (นั่งได้ 2 คน)  แพไม้ไผ่ 250 บาท/คน โทร. 08-4776-3365, 08-5473-5266
• เรือแคนู 500 บาท/ลำ (นั่งได้ 2 คน) โทร. 0-7642-4176, 08-6953-1789
• เปิด 08.00-17.00 น. (ควรติดต่อเรือล่วงหน้า  และสอบถามระดับน้ำก่อนทุกครั้ง)



( 0 Votes ) Add a comment
   

หน้า 1 จาก 61