Welcome to NaiRobRoo.com

 

  เมนูหลัก


  Follow us


  Blogger "นายรอบรู้"


  ชวนอ่าน


  User Menu

 
สมัครสมาชิกที่นี่
ลืมรหัสผ่าน

 
สถิติสมาชิก:
สมาชิกใหม่วันนี้: 1
สมาชิกใหม่เมื่อวาน: 1
สมาชิกที่รออนุมัติ: 2
สมาชิกทั้งหมด: 1,358
สมาชิกคนล่าสุด: oum

สถิติใช้งานพร้อมกันสูงสุด:
บุคคลทั่วไป: 248
สมาชิก: 0
ทั้งหมด: 248

จำนวนผู้ที่กำลังใช้งาน:
บุคคลทั่วไป: 122
สมาชิก: 0
ทั้งหมด: 122

 
 

ที่พักนักเดินทาง:

เสพงานศิลป์ ที่ หอศิลป์ เจ้าฟ้า


ติดประกาศ จันทร์ 09 เม.ย. 07@ 00:00:00 ICT โดย admin
 
 
     "พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป์" หรือที่รู้จักกันในนาม "หอศิลป์เจ้าฟ้า" ก่อตั้งขึ้นโดยกรมศิลปากร ซึ่งได้ขอใช้พื้นที่บริเวณโรงกษาปณ์เดิมของกรมธนารักษ์ซึ่งตั้งอยู่บน ถ. เจ้าฟ้า ใกล้กับวัดชนะสงคราม มาปรับปรุงเพื่อจัดเป็น "หอศิลป์แห่งชาติ"


โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นสถานที่รวบรวม และจัดแสดงผลงานศิลปกรรมของศิลปินผู้มีชื่อเสียง ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ จึงอาจจัดได้ว่าที่นี่เป็นหอศิลปะระดับชาติแห่งแรกของไทย และเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติทางด้านศิลปะประเภททัศนศิลป์เพียงแห่งเดียวอีกด้วย

     การจัดแสดงศิลปะในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้นั้นแบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ นิทรรศการถาวร และนิทรรศการหมุนเวียน
     เพียงก้าวแรกที่คุณเข้าไปในอาคารนิทรรศการถาวรก็จะได้พบกับความสวยงามของอาคารตามแบบสถาปัตยกรรมคลาสสิคตะวันตกรูปแบบนีโอ-ปัลลาเดียน ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 อันประกอบด้วยตัวอาคารหลักด้านหน้าเป็นทรงปั้นหยาสูง 2 ชั้น หลังคามุงกระเบื้องว่าว สองข้างของตัวอาคารหลักต่อเป็นปีกทอดยาวเป็นอาคารชั้นเดียวหักมุมฉากสี่ด้านบรรจบกันเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสเชื่อมต่อกัน บริเวณหลังคา เชิงชาย ช่องบานประตู หน้าต่างประดับด้วยลวดลายฉลุไม้ซึ่งมีความงดงามมาก โดยการจัดแสดงศิลปะภายในจะเรียงลำดับตามเวลา เพื่อให้เห็นถึงพัฒนาการของศิลปะในประเทศไทย


     ชั้นบนจัดแสดงภาพจิตรกรรมไทยประเพณี โดยทาสีแดงเข้มเพื่อให้คล้ายกับศาสนสถานในสมัยโบราณ ที่นี่คุณจะได้พบผ้าพระบฏขนาดใหญ่อายุหลายร้อยปีที่เก่าที่สุดตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย เป็นตอนที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ดาวดึงส์ และผ้าพระบฏสมัยรัตนโกสินทร์อีกหลายผืน นอกจากนี้ยังมีภาพคัดลอกจากเพดานกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ จ. พระนครศรีอยุธยา ซึ่งภาพจริงนั้น ชำรุดมากแล้ว

   

     ส่วนชั้นล่างนั้นแบ่งการจัดแสดงออกเป็น 3 ส่วน คือ
     1. ห้องผลงานภาพฝีพระหัตถ์ โดยจัดแสดงภาพฝีพระหัตถ์ของรัชกาลที่ 6 ทรงสร้างสรรค์ผลงานภาพวาดสีน้ำที่สะท้อนให้เห็นถึงความมีชีวิตชีวา โดยมีเนื้อหาเป็นวรรณคดีเรื่องสกุนตลาซึ่งเป็นบทพระราชนิพนธ์ของพระองค์เอง และผลงานฝีพระหัตถ์ในรัชกาลที่ 9 เป็นภาพเหมือนบุคคล และภาพแบบนามธรรมซึ่งสะท้อนให้เห็นอัจฉริยภาพของพระองค์ในการสร้างสรรค์ศิลปะหลากหลายแขนง

   

     2. ห้องผลงานศิลปินอาวุโส ซึ่งจัดแสดงศิลปกรรมไทยตั้งแต่ พ.ศ. 2475 จัดแสดงผลงานที่สะท้อนความเปลี่ยนแปลงทางสังคมในสมัยนั้น ซึ่งเหตุการณ์ที่สำคัญประการหนึ่งคือ การจัดตั้งโรงเรียนประณีตศิลป์หรือมหาวิทยาลัยศิลปากรในปัจจุบัน ซึ่งสอนศิลปะตามหลักสูตรแบบยุโรปอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก ซึ่งบุคคลสำคัญที่มีส่วนผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในครั้งนั้นคือ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ซึ่งภายหลังได้รับการยกย่องให้เป็นบิดาแห่งศิลปะสมัยใหม่ของไทย และจากการเปลี่ยนแปลงในครั้งนั้น ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวในวงการศิลปะไทย โดยได้มีการจัดแสดงศิลปกรรมแห่งชาติขึ้นเพื่อเป็นเวทีแสดงผลงานของศิลปิน และเพื่อส่งเสริมงานศิลปะไทยให้ทัดเทียมอารยประเทศ และได้รวบรวมผลงานที่มีคุณภาพของศิลปินผู้เป็นทั้งบรมครู และศิลปินแห่งชาติ รวมทั้งผลงานที่ได้รับรางวัลจากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติไว้จำนวนมากซึ่งไม่อาจหาดูได้จากที่อื่นมาจัดแสดงไว้ให้ชม อาทิ ประติมากรรมฝีมือศาสตราจารย์ศิลป์ ได้แก่ รูปปั้นแบบร่างพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช, นายชิต เหรียญประชา กับผลงานชื่อ "รำมะนา" ที่ได้แรงบันดาลใจมากจากศิลปะไทยโบราณล้านนาแล้วนำมาสร้างสรรค์จนมีความอ่อนช้อยเฉพาะตัว, ประติมากรรม "ขลุ่ยทิพย์" ของ "เขียน ยิ้มศิริ" ฯลฯ

   

     3. ห้องผลงานศิลปินร่วมสมัย จัดแสดงผลงานศิลปะสมัยใหม่ของศิลปินไทยตั้งแต่ พ.ศ. 2510 จนถึงปัจจุบัน ส่วนใหญ่เป็นผลงานที่ได้รับรางวัลจากการประกวดศิลปกรรมแห่งชาติ ศิลปกรรมยอดเยี่ยม และผลงานเด่นๆ ของแต่ละท่าน เช่น นายสุเชาว์ ศิษย์คเณศ, นายจักรพันธ์ โปษยกฤต, นายประเทือง เอมเจริญ, นายนนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน, นายชวลิตเสริมปรุงสุข ฯลฯ


     ออกมาจากห้องนิทรรศการถาวร ก็จะพบกับสนามหญ้าซึ่งเป็นที่ตั้งของประติมากรรมกลางแจ้ง แล้วก็เดินเข้าสู่ห้องแอร์ที่เย็นเฉียบอันเป็นที่จัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียน ซึ่งผู้เข้าชมมีโอกาสชื่นชมกับผลงานศิลปะ ทั้งที่เป็นผลงานขงอศิลปินไทยและศิลปินต่างประเทศ ทีได้รับการคัดเลือกแล้วว่าเป็นผลงานที่มีคุณค่า










   

   

ข้อมูลทั่วไป
     - ที่ตั้ง ถนนเจ้าฟ้า เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
     - โทร. 0-2281-2224, 0-2282-0637 และ 0-2282-2639-40 ต่อ 14
     - เปิดวันพุธ-อาทิตย์ เวลา 09.00-16.00 น.
ค่าเข้าชม
     - ชาวไทย 10 บาท
     - ชาวต่างชาติ 30 บาท
     - นักเรียน นักศึกษาในเครื่องแบบ พระภิกษุ สามเณร ยกเว้นค่าเข้าชม
การเดินทาง
     รถยนต์ส่วนตัว    สามารถไปได้ 3 ทาง คือ
     - ทางที่ 1 จากบางลำภู เข้าสู่ถนนจักรพงษ์ ผ่านหน้าวัดชนะสงคราม ชิดขวาเข้าถนนเจ้าฟ้า แล้วเลี้ยวขวาเข้ายังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป์
     - ทางที่ 2 จากฝั่งธนบุรี ข้ามสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ ชิดซ้ายลงสะพานเข้าถนนเจ้าฟ้า ชิดขวา แล้วเลี้ยวขวาเข้ายังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป์
     - ทางที่ 3 จากสนามหลวง ผ่านหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร และโรงละครแห่งชาติ เข้าถนนพระอาทิตย์ ถนนพระสุเมรุ ถึงสี่แยกเลี้ยวขวา บรรจบกับทางที่ 1 เข้าสู่ถนนจักรพงษ์ ผ่านหน้าวัดชนะสงคราม ชิดขวาเข้าถนนเจ้าฟ้า แล้วเลี้ยวขวาเข้ายังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป์
     รถประจำทาง  สาย 3, 6, 9, 15, 19, 32, 33, 43, 53, 64, 65, 80, 123, ปอ.7, ปอ. 80, ปอ.91 และ Airport Bus
แหล่งข้อมูล
     
http://www.thailandmuseum.com/

     เรื่องและภาพ : ทีมงาน "นายรอบรู้ (น้อย)
จ.กรุงเทพฯ
 

  คะแนนของบทความ

คะแนนเฉลี่ย: 4.39
จำนวนผู้ลงคะแนน: 38



ให้คะแนนสำหรับบทความนี้ :

สุดยอด
ดีมาก
ดี
ธรรมดา
แย่


  ส่วนเพิ่ม



 
 

NaiRobRoo
เที่ยวทั่วไทย กับนายรอบรู้

วารสาร รายสามเดือน เมืองโบราณ สารคดี ดอต คอม Ancient City เมืองโบราณ สมุทรปราการ วิริยะประกันภัย ธนบุรีประกอบรถยนต์
มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์

บริษัทวิริยะธุรกิจ จำกัด
28-30 ถนนปรินายก แขวงบ้านพานถม เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
Tel: +66 (0) 2281 6110, +66 (0) 2281 6240-2, Fax: +66 (0) 2282 7003
© CopyRight, All Rights reserved.
สงวนลิขสิทธิ์ ในนามบริษัทวิริยะธุรกิจ จำกัด